นิทานแห่งความดี ชุดกฎของลูกเสือ ข้อ 7 7.1 “มู่หลาน วีรสตรีจีน”

                         ที่ประเทศจีน ราว พ.ศ.  386-534  ในสมัยราชวงศ์เว่ยเหนือ มีหมู่บ้านแห่งหนึ่งตั้งอยู่ใกล้เขตชายแดน ตอนเหนือ   ณ ที่นั่น มีครอบครัวหนึ่งอาศัยอยู่อย่างเรียบง่าย คือ ครอบครัวของเด็กสาวชื่อ “มู่หลาน” ผู้มีนิสัยขยันขันแข็ง ช่วยเหลืองานบ้านและดูแลพ่อแม่อย่างดี

                    วันหนึ่ง ข่าวร้ายแพร่สะพัดมายังหมู่บ้าน กองทัพข้าศึกยกมาบุกรุกอาณาจักร พระจักรพรรดิจึงสั่งให้เกณฑ์ทหารจากทุกครอบครัว   ครัวเรือนละหนึ่งคน เพื่อเข้าร่วมรับใช้ชาติ

                   เมื่อมู่หลานได้ยินข่าวนี้ หัวใจเธอเต้นแรง เพราะรู้ว่าบิดาของเธอคือ มู่โจว ซึ่งเคยเป็นทหารผ่านศึกที่กล้าหาญมาก่อน แต่บัดนี้ท่านแก่เฒ่า และมีร่างกายอ่อนแอ ขาข้างหนึ่งบาดเจ็บจากสงครามครั้งก่อน  จนเดินไม่ค่อยสะดวก หากต้องเข้าร่วมรบอีกครั้ง อาจไม่รอดชีวิตกลับมา    ส่วนน้องชายของเธอนั้น ก็ยังมีอายุน้อยเกินไป ไม่สามารถไปออกรบแทนบิดาได้

                   คืนนั้น มู่หลานนั่งนอนไม่หลับ เธอได้ยินเสียงบิดาไอในห้อง และได้ยินเสียงมารดาร้องไห้เบาๆ อยู่ข้างๆ    ใจเธอเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส  

                  “เราต้องทำอะไรสักอย่าง” มู่หลานกระซิบกับตัวเอง

                  ในเช้าวันรุ่งขึ้น ก่อนที่ครอบครัวจะตื่น ด้วยความกตัญญูต่อบิดาและประเทศชาติ   มู่หลานตัดสินใจปลอมตัวเป็นชาย เข้าร่วมรบในกองทัพ โดยตัดผมยาวของเธอให้สั้น สวมเสื้อผ้าและชุดเกราะของบิดา เอาหอกและดาบติดตัว ขี่ม้าออกจากบ้านไปอย่างเงียบๆ   เธออธิษฐานว่า   “ขอให้ได้ปกป้องชาติบ้านเมือง และกลับมาพบพ่อแม่อีกครั้ง”

                    ชีวิตในกองทัพไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับมู่หลาน การฝึกทหารนั้น หนักหนาสาหัส เธอต้องตื่นแต่เช้ามืด ฝึกศิลปะการต่อสู้ ขี่ม้า และยิงธนู แต่เธอไม่เคยย่อท้อ ทุกวันเธอฝึกฝนอย่างหนัก กินน้อย พักน้อย และไม่เคยบ่นเพียงคำเดียว     ในตอนแรก เพื่อนทหารหลายคนเย้ยหยันเธอว่าตัวเล็ก อ่อนแอ แต่มู่หลานพิสูจน์ตัวเองด้วยความมุ่งมั่น เธอฝึกฝนจนทักษะการรบดีขึ้นทุกวัน และไม่นานก็กลายเป็นหนึ่งในทหารที่เก่งที่สุดในกองพัน   12 ปีผ่านไป สงครามดำเนินไปอย่างดุเดือด มู่หลานได้เข้าร่วมการรบหลายครั้ง ต่อสู้อย่างกล้าหาญ ไม่แพ้ทหารชายคนใด เธอใช้สติปัญญาและกลยุทธ์ในการรบ ช่วยกองทัพชนะศึกหลายครั้ง โดยไม่มีใครรู้ว่าเธอเป็นหญิง

                      ในการรบครั้งสำคัญที่เขาภูเขาหิมะ ข้าศึกตั้งค่ายอยู่ในตำแหน่งที่เอาเปรียบ มู่หลานจึงเสนอแผนการกล้าหาญ โดยเธอนำทหารไม่กี่คน แอบปีนขึ้นไปบนยอดเขา แล้ววางระเบิดทำให้เกิดหิมะถล่มลงมาทับค่ายข้าศึก   แผนการนี้ได้ผลสำเร็จ แต่เธอเองบาดเจ็บสาหัส เกือบเสียชีวิตในเหตุหิมะถล่มครั้งนั้น

                       ขณะที่หมอกองทัพรักษาบาดแผลให้เธอ เขาค้นพบความจริงว่า มู่หลานเป็นหญิง ข่าวแพร่สะพัดไปถึงแม่ทัพใหญ่ ทุกคนตกตะลึง  

                        มู่หลานคุกเข่าลงต่อหน้าแม่ทัพ  “ข้าพเจ้า ไม่ได้มีเจตนาหลอกลวงใคร ข้าพเจ้ามาแทนบิดาผู้แก่เฒ่า ด้วยความกตัญญูรู้คุณแผ่นดิน    หากท่านต้องการลงโทษ  ก็ขอยอมรับผิดทุกอย่าง “

                   แม่ทัพและทหารทั้งหลายเงียบกริบ พวกเขานึกถึงความกล้าหาญและการเสียสละของมู่หลานตลอดเวลาที่ผ่านมา     ในที่สุด แม่ทัพกล่าวว่า “เจ้ามีใจรักชาติและกตัญญูต่อบิดามารดาอย่างแท้จริง แม้จะเป็นหญิง แต่กล้าหาญยิ่งกว่าชายหลายคน “

                     หลังจากสงครามสิ้นสุดด้วยชัยชนะ พระจักรพรรดิจะประทานเกียรติยศและตำแหน่งสูงให้แก่มู่หลาน แต่เธอปฏิเสธ   “สิ่งที่ต้องการมีเพียงม้าตัวหนึ่ง เพื่อกลับบ้านไปดูแลพ่อแม่ที่คิดถึง” มู่หลานกราบทูล

                  จักรพรรดิทรงประทับใจในความกตัญญูของเธอ จึงพระราชทานม้าอย่างดีและของรางวัลมากมาย ให้เธอเดินทางกลับบ้าน   เมื่อมู่หลานกลับถึงบ้าน ครอบครัวดีใจจนร้องไห้ บิดาของเธอโอบกอดเธออย่างแนบแน่น “ลูกสาวของพ่อ กลับมาแล้ว”

                    เพื่อนทหารที่เดินทางตามมา  เพื่อเยี่ยมเธอ ต่างตะลึงเมื่อเห็นมู่หลานในชุดหญิงสาว อ่อนโยนและสง่างาม แตกต่างจากทหารที่พวกเขารู้จักอย่างสิ้นเชิง

                  “นี่คือมู่หลานที่เราฝึกซ้อมและรบร่วมกันมาหรือ!” พวกเขาอุทานด้วยความประหลาดใจ    

                   เรื่องราวของมู่หลานแพร่สะพัดไปทั่วอาณาจักรจีน   ผู้คนต่างสรรเสริญความกล้าหาญ ความกตัญญู และความรักชาติของเธอ เธอกลายเป็นแบบอย่างที่ดีว่า ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง ต่างก็สามารถรับใช้ชาติบ้านเมืองได้อย่างภาคภูมิ

                   ส่วนมู่หลานเอง เธอใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายต่อไป ดูแลบิดามารดา ทอผ้า และสอนน้องสาวน้องชาย เธอไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นวีรสตรี แต่เป็นเพียงลูกสาวคนหนึ่งที่ทำในสิ่งที่ควรทำเพื่อคนที่รักและแผ่นดินที่เกิด

                  มู่หลานเป็นตัวอย่างของคนที่เชื่อฟังคำสั่งของผู้บังคับบัญชาด้วยความเคารพ  ตามกฎลูกเสือข้อ 7  และทำความดีตามบุญกิริยาวัตถุ ข้อช่วยเหลือขวนขวายทำสิ่งที่ถูกที่ควร (เวยยาวัจจมัย)

                   นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า  “การปกป้องแผ่นดินเป็นหน้าที่ของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง    การกระทำจากความจริงใจย่อมได้รับการเคารพนับถือ”

                    เรียบเรียงจากนิทานจีนเรื่อง ฮัว มู่หลาน (Hua Mulan 木蘭 )  วีรสตรีในตำนานของจีนผู้เป็นสัญลักษณ์ของความกตัญญูและความกล้าหาญ ที่ถูกใช้เป็นสื่อรณรงค์เรื่องความรักชาติและความเท่าเทียมทางเพศ    วอล์ทดีสนีย์เคยนำไปทำเป็นภาพยนตร์การตูน   แต่ไม่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ยืนยันว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่

                                                                             อาทร จันทวิมล