นิทานแห่งความดี ชุดกฎของลูกเสือ ข้อ 8 8.3 ฟลอเรนซ์ ไนติงเกล: ผู้จุดประกายลูกเสือหญิง

ฟลอเรนซ์ ไนติงเกล คือ นางพยาบาลชาวอังกฤษที่ ลอร์ด เบเดน-โพเอลล์ (บีพี) ยกย่องให้เป็นหนึ่งในต้นแบบสำคัญของกิจการลูกเสือและเนตรนารี       วีรกรรมที่สร้างชื่อให้เธอ เกิดขึ้น ณ โรงพยาบาลค่ายทหารในเมืองสกูทารี ในประเทศตุรกี   ช่วง พ.ศ. 2396-2399 (ค.ศ. 1853-1856 สมัยรัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์)  ขณะเกิด สงครามไครเมีย (Crimean War)  ระหว่างรัสเซีย กับ สัมพันธมิตร ที่ประกอบด้วย อังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาลี และตุรกี  ซึ่งสัมพันธมิตรเป็นฝ่ายชนะ                            ฟลอเรนซ์ ไนติงเกล  ไม่ได้เพียงแค่ให้การพยาบาลทหารที่บาดเจ็บด้วยความอ่อนโยนเท่านั้น แต่เธอยังใช้ความกล้าหาญในการปฏิวัติระบบสุขาภิบาลและสถิติ จนสามารถลดอัตราการเสียชีวิตของทหาร  จากโรคระบาดลงได้อย่างมหาศาล

                 บีพีได้เขียนถึงฟลอเรนซ์ ไนติงเกลในหนังสือ “Girl Guiding” (1918) และเอกสารรากฐานเนตรนารี “The Scheme for Girl Guides” (1909) โดยบีพีเรียกเธอว่าเป็น “ลูกเสือหญิงรุ่นบุกเบิก” เพราะคุณธรรมที่เธอปฏิบัติคือหัวใจลูกเสืออย่างแท้จริง

                 บีพีได้บรรยายคุณธรรมของฟลอเรนซ์ ไนติงเกลไว้อย่างน่าสนใจว่า ความเมตตาของไนติงเกลไม่ใช่เพียงความรู้สึกสงสาร แต่เป็น “ความเมตตาที่เป็นรูปธรรม” คือการมีความรู้ มีทักษะ และลงมือทำทันที ท่านยกย่อง “ความกล้าหาญทางจริยธรรม” ของเธอที่กล้าเผชิญหน้ากับระเบียบราชการที่คร่ำครึและคำคัดค้านจากสังคม เพื่อทำในสิ่งที่ถูกต้องคือการรักษาชีวิตคน นอกจากนี้เธอยังมี “ทักษะการสังเกต” ที่เป็นเลิศ ซึ่งบีพี ชี้ให้เห็นว่าการที่เธอใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่น ความสะอาดและอากาศถ่ายเท

                 To Baden-Powell, “Florence Nightingale was more than a nurse; she was a symbol of “Service” and being “Prepared”. She proved that gentleness and strength can coexist gracefully, serving as an eternal inspiration for Scouts and Guides worldwide.”

                 สำหรับบีพี      ฟลอเรนซ์ ไนติงเกล นั้นไม่ใช่แค่นางพยาบาลธรรมด แต่เป็นสัญลักษณ์ของการ “บริการ” (Service) และการ “เตรียมพร้อม” (Be Prepared) ที่พิสูจน์ให้เห็นว่าความอ่อนโยนนั้นสามารถมาคู่กับความแข็งแกร่งได้อย่างสง่างาม เป็นตัวอย่างที่ไม่รู้จบให้แก่ลูกเสือและเนตรนารีทั่วโลก

 

 

 

บทแสดงรอบกองไฟ: “ฟลอเรนซ์ ไนติงเกล “

ตัวละคร

  1. ผู้บรรยาย: เสียงดัง ฟังชัด มีจังหวะหนักแน่น
  2. ฟลอเรนซ์ ไนติงเกล: แต่งชุดพยาบาลย้อนยุค (หรือชุดสุภาพเรียบร้อยมีผ้ากันเปื้อนขาว) ถือตะเกียงโคมไฟ
  3. ทหารบาดเจ็บ 2-3 คน: นอนระเนระนาด มีผ้าพันแผลตามตัว
  4. เจ้าหน้าที่ทหาร: แต่งกายชุดทหารดูขรึมและเจ้าระเบียบ
  5. บีพี (ลอร์ด เบเดน-โพเอลล์): แต่งชุดลูกเสือเต็มยศ ดูสง่างาม

ฉากที่ 1: ความมืดมิดในค่ายสกูทารี ประเทศฮังการี  (ค.ศ. 1854)

(บรรยากาศรอบกองไฟเงียบสงบ มีเสียงลมพัดและเสียงครวญครางเบาๆ ของทหารบาดเจ็บ)

ผู้บรรยาย: ท่ามกลางเปลวไฟในค่ำคืนนี้ เราขอนำท่านย้อนอดีตไปสู่สงครามไครเมีย..ระหว่างรัสเซียกับอังกฤษ    ที่โรงพยาบาลค่ายทหารเมืองสกูทารี ประเทศตุรกี ที่นั่นไม่มีความหวัง มีแต่ความสกปรก โรคระบาด และความตายที่ย่างกรายเข้ามาทุกขณะ

ทหารบาดเจ็บ 1: (เพ้อ) หนาวเหลือเกิน… แผลของข้าเน่าหมดแล้ว ใครก็ได้ช่วยที! ทหารบาดเจ็บ 2: ไม่มีใครสนใจเราหรอก… เราถูกทิ้งให้ตายที่นี่

(ฟลอเรนซ์ ไนติงเกล ปรากฏตัวพร้อมตะเกียงน้ำมันโคมไฟ เดินเข้ามาอย่างช้าๆ แสงไฟจากโคมส่องสว่างท่ามกลางความมืด)

ฟลอเรนซ์: (พูดด้วยเสียงอ่อนโยนแต่หนักแน่น) “ความมืดจะหมดไปถ้าเราจุดไฟแห่งความหวัง… ฉันจะไม่ยอมให้ความสกปรกคร่าชีวิตพวกคุณ ความเมตตาของฉัน ไม่ใช่แค่ความสงสาร แต่มันคือการลงมือทำ!”

ฉากที่ 2: การต่อสู้กับระบบที่คร่ำครึ (ความกล้าหาญทางจริยธรรม)

(เจ้าหน้าที่ทหารเดินเข้ามาขวางหน้าฟลอเรนซ์)

เจ้าหน้าที่ทหาร: หยุดก่อนคุณไนติงเกล! คุณกำลังทำผิดระเบียบ การสั่งซื้อเครื่องนอน การทำความสะอาด และการเก็บสถิติพวกนี้ไม่ใช่หน้าที่ของพยาบาล!

ฟลอเรนซ์: (จ้องหน้าอย่างไม่เกรงกลัว) “ถ้าระเบียบที่ท่านว่า ทำให้ทหารต้องตายมากกว่ากระสุนปืน… ระเบียบนั้นก็ต้องเปลี่ยน! ฉันจะพิสูจน์ด้วยตัวเลขและผลลัพธ์ว่า ความสะอาดและอากาศที่ถ่ายเท จะรักษาชีวิตวีรบุรุษเหล่านี้ไว้ได้!”

ผู้บรรยาย: ด้วยความกล้าหาญทางจริยธรรม ฟลอเรนซ์ปฏิวัติระบบสุขาภิบาลใหม่ทั้งหมด จนลดอัตราการตายเนื่องจากโรคระบาด จาก 42% เหลือเพียง 2% เท่านั้น!

 

ฉากที่ 3: สุภาพสตรีแห่งดวงประทีปและท่านบีพี

(ทหารบาดเจ็บพยายามเอื้อมมือไปแตะเงาของฟลอเรนซ์ขณะเธอเดินผ่าน)

ทหารบาดเจ็บ: (ยิ้ม) “ขอบคุณคุณผู้หญิง… แสงโคมไฟของคุณ ทำให้พวกเรารู้ว่าพระเจ้ายังไม่ทอดทิ้งเรา”

(ท่านบีพี เดินออกมาข้างหน้ากองไฟ สมทบกับฟลอเรนซ์)

บีพี: “พี่น้องลูกเสือทั้งหลาย… ฟลอเรนซ์ ไนติงเกล คือ ‘ลูกเสือหญิงรุ่นบุกเบิก’ อย่างแท้จริง เธอไม่ได้มีแค่ความเมตตา แต่เธอมีจิตวิญญาณแห่ง ‘บริการ’ (Service) และ ‘เตรียมพร้อม’ (Be Prepared) เธอคือต้นแบบของเนตรนารีและลูกเสือหญิงทั่วโลก!”

ฉากที่ 4: สรุปบทเรียนรอบกองไฟ

(ลูกเสือทุกคนยืนขึ้นล้อมวง)

ผู้บรรยาย: ความเมตตาตามกฎข้อที่ 8 ที่ว่า ลูกเสือมีใจร่าเริงและไม่ย่อท้อต่อความยากลำบากนั้น    ไม่ใช่เพียงแค่การสงสารผู้อื่น แต่คือการเตรียมตนเองให้มีความรู้ มีทักษะ และมีความกล้าที่จะลงมือช่วยเหลืออย่างถูกวิธี

ลูกเสือทุกคน: (ตะโกนพร้อมกัน) “กฎลูกเสือข้อ 8 — ลูกเสือไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก ! เราจะทำความดีด้วยการลงมือทำจริง เหมือนฟลอเรนซ์ ไนติงเกล!”

(เปิดเพลง “อันความกรุณาปราณี” และร่วมกันร้องอย่างพร้อมเพรียง)

                  “อันความกรุณาปราณี จะมีใครบังคับก็หาไม่   หลั่งมาเองเหมือนฝนอันชื่นใจ จากฟากฟ้าสุราลัยสู่แดนดิน
ข้อความนี้องค์พระธีรราชเจ้า พระโปรดเกล้าประทานให้ใจถวิล
ใช้คุณค่ากรุณาไว้อาจิณ ดั่งวารินจากฟ้าสู่สากล

คลิกฟังเพลงประกอบที่นี่

https://www.youtube.com/watch?v=pI7INwrI0xs

ข้อคิดปิดท้าย

  • ความเมตตาไม่ใช่แค่ความสงสาร แต่คือการมีความรู้ ความกล้า และการลงมือทำ
  • ลูกเสือและเนตรนารีต้องพร้อมเสมอที่จะช่วยเหลือผู้อื่นด้วยหัวใจที่เข้มแข็งและอ่อนโยน

            บทละครนี้สามารถจัดแสดงรอบกองไฟได้ง่าย ใช้ฉากเรียบง่าย เช่น โคมไฟจำลอง ผ้าพันแผล และเสียงบรรยาย เพื่อสร้างบรรยากาศอบอุ่นและให้ข้อคิดแก่ผู้ชม

เอกสารนี้ จัดทำโดย“ชมรมเสมาพัฒนาชีวิต” “มูลนิธิส่งเสริมการลูกเสือแห่งประเทศไทย”

These documents created by  “Sema Pattana Cheevit Club, Thai Scouts Promotion Foundation”.