ที่ประเทศอิรัก กว่าร้อยปีมาแล้ว มีเด็กหนุ่มมุสลิมชื่อ อับดุล กาดีร์ (Abdul Qadir) เขาเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นจะเดินทางจากบ้านเกิดเพื่อไปศึกษาต่อที่กรุงแบกแดด ซึ่งในสมัยนั้นการเดินทางต้องผ่านทะเลทรายที่เต็มไปด้วยภยันตราย ก่อนออกเดินทาง แม่ของเขาได้มอบเงินจำนวน 40 เหรียญทอง ซึ่งเป็นเงินเก็บทั้งหมดที่แม่มี เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเล่าเรียนของลูก
แม่ของเขา ไม่ได้แค่ยื่นเงินให้เฉยๆ แต่ได้นำเงินนั้น เย็บซ่อนไว้ในตะเข็บเสื้อใต้รักแร้ ของเขา เพื่อให้ปลอดภัยจากพวกโจรขโมย และก่อนที่เขาจะก้าวเท้าออกจากบ้าน แม่ได้บอกให้เขาสัญญาอย่างหนักแน่นว่า:
“ลูกเอ๋ย จงจำไว้ว่า เจ้าจะต้องพูดความจริงเสมอ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม และห้ามพูดโกหกเป็นอันขาด”
อับดุล กาดีร์ รับคำแม่ด้วยความตั้งใจจริงและออกเดินทางไปกับกองคาราวาน
ขณะที่กองคาราวานเดินทางผ่านกลางทะเลทราย กลุ่มโจรดุร้ายกลุ่มหนึ่งบุกเข้าโจมตีและปล้นชิงทรัพย์สินของผู้เดินทาง โจรคนหนึ่งเดินตรงมาที่อับดุล กาดีร์ เห็นเขาเป็นเพียงเด็กหนุ่มแต่งตัวธรรมดา จึงถามว่า:
- โจร: “เฮ้ย เจ้าหนู! แกมีของมีค่าอะไรติดตัวบ้างไหม?”
- อับดุล กาดีร์: (ตอบอย่างสงบนิ่ง) “มีครับ ผมมีเหรียญทอง 40 เหรียญ เย็บซ่อนอยู่ในเสื้อใต้รักแร้นี่ครับ”
โจรคนนั้นหัวเราะลั่น คิดว่าเด็กคนนี้พูดกวนประสาทหรือพูดเล่น จึงเดินจากไป ต่อมาโจรอีกคนก็มาถามแบบเดียวกัน และอับดุล กาดีร์ ก็ตอบเหมือนเดิม จนเรื่องนี้ไปถึงหู หัวหน้าโจร
หัวหน้าโจรสงสัยมาก จึงสั่งให้นำตัวอับดุล กาดีร์มาพบ และถามซ้ำอีกครั้งว่าเขามีเงินจริงหรือไม่ อับดุล กาดีร์จึงถอดเสื้อออกและให้หัวหน้าโจรเลาะตะเข็บดู จนพบเหรียญทอง 40 เหรียญจริงๆ หัวหน้าโจรตกใจมากและถามว่า
- หัวหน้าโจร: “ทำไมเจ้าถึงบอกความจริง? ทั้งที่เจ้าสามารถปิดบังมันไว้ได้ ข้าไม่มีทางรู้เลยว่าเงินซ่อนอยู่ที่ไหน และเจ้าก็รู้ว่าเงินนั้นอาจถูกข้ายึดไป”
- อับดุล กาดีร์: “เพราะก่อนออกจากบ้าน แม่ของผมได้สั่งไว้ว่า ต้องพูดแต่ความจริง ไม่พูดคำโกหกอย่างเด็ดขาด ผมจะไม่ยอมทรยศ ไม่ทำตามคำสั่งของแม่ เพียงเพื่อรักษาเงินจำนวนนี้ไว้หรอกครับ”
คำตอบของเด็กหนุ่มทำให้หัวหน้าโจรถึงกับอึ้งและสะเทือนใจอย่างรุนแรง หัวหน้าโจรคิดขึ้นมาได้ว่า:
“เด็กคนนี้ยังเยาว์วัยนัก แต่เขากลับรักษาคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับแม่ได้อย่างเด็ดเดี่ยว ส่วนข้านั้นเป็นผู้ใหญ่แท้ๆ แต่กลับใช้ชีวิตอยู่กับการโกหก หลอกลวง และทำผิดต่อคำสอนของพระเจ้ามาตลอดชีวิต”
หัวหน้าโจรเกิดความละอายใจ จึงสั่งให้ลูกน้องคืนทรัพย์สินทั้งหมดให้กับกองคาราวาน และประกาศวางดาบ เลิกเป็นโจรนับแต่นั้นเป็นต้นมา
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า “การเชื่อฟังคำสั่งบิดามารดาและผู้บังคับบัญชาด้วยความเคารพ เป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติ แต่หากพิจารณาอย่างละเอียดแล้วว่าอาจเกิดผลในทางไม่ดี ก็ควรไปชี้แจงให้ผู้ออกคำสั่งทราบ
เรียบเรียงจากนิทานอังกฤษ เรื่อง คำสัญญาที่มีต่อแม่ (A Promise to my Mother ) ซึ่งเป็นเรื่อง นิยมหยิบยกมาเล่าในการอบรมต่างๆ เกี่ยวกับการชื่อฟังคำสั่ง โดยมีการนำไปใช้ในการอบรมลูกเสือต่างๆ ทั่วโลก เพื่ออธิบายกฎของลูกเสือ ข้อที่ 7 “ลูกเสือเชื่อฟังคำสั่งบิดามารดาแลผู้บังคับบัญชาด้วยความเคารพ”
อาทร จันทวิมล
บทละครลูกเสือ รอบกองไฟ: “คำสัญญาที่มีต่อแม่”
ตัวละคร:
- อับดุล กาดีร์: เด็กหนุ่มท่าทางสุภาพ มุ่งมั่น
- แม่: หญิงสูงวัย ใจดี (อาจใช้ผ้าคลุมหัว)
- หัวหน้าโจร: ท่าทางดุดัน น่าเกรงขาม
- สมุนโจร 1 และ 2: ท่าทางกะล่อน ทะเล้น
- ชาวกองคาราวาน: 2-3 คน (เดินประกอบฉาก)
- ผู้บรรยาย: 1 คน
ฉากที่ 1: คำลาและคำสัญญา
(กลางลานวงกลม แม่กำลังเย็บเสื้อให้อับดุล กาดีร์ อับดุลนั่งคุกเข่าอยู่ข้างๆ)
ผู้บรรยาย: ณ ดินแดนประเทศอิรักเมื่อร้อยกว่าปีก่อน เด็กหนุ่มชื่อ “อับดุล กาดีร์” กำลังจะเดินทางไปเรียนต่อที่กรุงแบกแดด แม่ของเขาได้มอบสมบัติชิ้นสุดท้ายคือเงิน 40 เหรียญทอง เย็บซ่อนไว้ใต้รักแร้ของเขา
แม่: (ยื่นเสื้อให้) ลูกเอ๋ย เงินนี้จะช่วยให้ลูกเล่าเรียนจนจบ… แต่ก่อนไป แม่ขอให้ลูกสัญญาอย่างหนึ่ง
อับดุล: ครับแม่ ผมพร้อมจะเชื่อฟังคำสอนของแม่ทุกประการ
แม่: (จับมืออับดุล) ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น… “ลูกต้องพูดความจริงเสมอ ห้ามโกหกเด็ดขาด” สัญญากับแม่ได้ไหม?
อับดุล: (น้ำเสียงหนักแน่น) ผมสัญญาครับแม่ ผมจะรักษาความจริงยิ่งกว่าชีวิต! (อับดุลสวมเสื้อ กอดแม่ แล้วเดินสะพายย่ามออกไปรวมกับกองคาราวาน)
ฉากที่ 2: การปล้นกลางทะเลทราย
(กองคาราวานเดินวนรอบกองไฟ ทำท่าเหนื่อยล้า ทันใดนั้นโจร 2 คนกระโดดออกมา พร้อมอาวุธ (ไม้พลอง) ทำเสียงเอะอะตึงตัง)
โจร 1: หยุด! นี่คือการปล้น! ใครมีของมีค่าส่งมาให้หมด! (โจรทำท่าค้นตัวชาวคาราวาน คนอื่นๆ ทำท่ากลัวและซ่อนของ)
โจร 2: (เดินมาหาอับดุล เห็นเด็กหนุ่มแต่งตัวธรรมดา) เฮ้ย เจ้าหนู! อย่างแกเนี่ย มีของมีค่าอะไรติดตัวมาบ้างไหม?
อับดุล: (ตอบอย่า ไม่กลัว) มีครับ ผมมีเหรียญทอง 40 เหรียญ เย็บซ่อนอยู่ในตะเข็บใต้รักแร้นี่ครับ
โจร 2: (หัวเราะก๊าก) ฮ่าๆๆ ไอ้นี่เพี้ยนหรือเปล่า? ถ้ามีจริงแกคงไม่บอกข้าหรอก ไปไกลๆ ไป๊!
ฉากที่ 3: พลังแห่งความสัตย์จริง
(โจรลากอับดุลมาหน้าหัวหน้าโจรที่นั่งรออยู่)
โจร 1: นายครับ ไอเด็กคนนี้กวนประสาท บอกว่ามันมีทองซ่อนอยู่ใต้รักแร้ครับ! หัวหน้าโจร: (จ้องหน้า) จริงรึ? เจ้าหนู… ไหนลองเอาออกมาดูซิ! (อับดุลถอดเสื้อส่งให้ หัวหน้าโจรใช้มีด (สมมติ) กรีดดู แล้วเหรียญทองจำลองก็ร่วงลงมา หัวหน้าโจรตกตะลึง)
หัวหน้าโจร: (ตกใจ) เจ้า… เจ้าบอกความจริงทำไม? ทั้งที่ข้าไม่มีทางรู้เลย ถ้าเจ้าไม่บอก เจ้าก็ไม่ต้องเสียเหรียญทองนี้ไป!
อับดุล: (มองสบตา) เพราะผมสัญญากับแม่ไว้ครับ ว่าจะพูดความจริงเสมอ ผมจะไม่ยอมเสียเกียรติและผิดคำสัญญากับแม่ เพียงเพื่อรักษาเงิน 40 เหรียญนี้ไว้หรอกครับ!
(ความเงียบเข้าปกคลุม หัวหน้าโจรค่อยๆ วางอาวุธลง)
หัวหน้าโจร: (เสียงสั่น) เด็กคนนี้รักษาคำมั่นสัญญาต่อแม่… แต่ข้าสิ เป็นผู้ใหญ่แท้ๆ กลับโกหก ปล้นฆ่า และผิดต่อคำสอนของพระเจ้ามาทั้งชีวิต… (หัวหน้าโจรคุกเข่าลง)
หัวหน้าโจร: เจ้าสอนข้าแล้วเจ้าหนู! พวกเรา! คืนเงินให้ทุกคนไปให้หมด และนับแต่นี้ไป ข้าจะเลิกเป็นโจร และขอใช้ชีวิตด้วยความสัตย์จริงเหมือนเด็กคนนี้!
ฉากจบ: บทสรุป
(นักแสดงทุกคนยืนเรียงหน้ากระดานหน้ากองไฟ)
ผู้บรรยาย: อับดุล กาดีร์ ไม่ได้ใช้ดาบต่อสู้ แต่เขาใช้ “ความจริง” เป็นอาวุธที่แข็งแกร่งที่สุด จนสามารถเปลี่ยนใจคนชั่วให้กลายเป็นคนดีได้ เหมือนดังที่กฎลูกเสือข้อที่ 1 ระบุไว้ว่า
นักแสดงทุกคน (พร้อมกัน): “ลูกเสือเป็นผู้มีเกียรติ เชื่อถือได้!”
(คำนับพร้อมกัน – จบการแสดง)
ข้อแนะนำเพิ่มเติมสำหรับการแสดง:
- เสียงประกอบ (Sound Effect): ให้เพื่อนลูกเสือรอบๆ ช่วยทำเสียงลมพะเยิบพะยาบตอนเดินทะเลทราย หรือเสียงตบมือตอนโจรบุก จะทำให้ตื่นเต้นขึ้น
- อุปกรณ์: เงิน 40 เหรียญอาจใช้ฝาน้ำอัดลมใส่ถุงผ้าซ่อนไว้ใต้รักแร้
อาทร จันทวิมล

