กาลครั้งหนึ่ง ที่ชานกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ที่ โรงเรียนตู้รถไฟ ชื่อโทโมเอะ ซึ่งเอาตู้รถไฟเก่ามาทำเป็นห้องเรียน โรงเรียนนี้มีนโยบายให้เด็กมีอิสระ รับผิดชอบในสิ่งที่ตนสนใจ ให้เลือกเรียนในสิ่งที่ชอบ และรับเด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายให้มาเข้าเรียน เด็กทุกคนไม่ว่ารวยหรือจนจะกินข้าวกล่องแบบเดียวกัน
มีเด็กหญิงตัวเล็กๆ ชื่อ โตโตะจัง ที่เคยถูกไล่ออกจากโรงเรียนเดิม เพราะถูกใครต่อใคร มองว่าเป็นเด็กประหลาด เนื่องจากชอบไปยืนคุยกับนกหรือลิงและชอบทำอะไรแปลกๆ ที่เด็กอื่นไม่ทำ แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่มีใครปฏิเสธได้คือ “ถ้าโตโตะจังรับปากอะไรแล้ว เธอจะทำสิ่งนั้นด้วยหัวใจทั้งหมดที่เธอมี”
วันแรกที่โตโตะจังพบกับครูใหญ่โคบายาชิ ท่านบอกเธอว่า “ไหนลองเล่าเรื่องของหนูให้ครูฟังหน่อยสิ” โตโตะจังเล่าทุกอย่าง ตั้งแต่เรื่องขึ้นรถไฟไปจนถึงเรื่องหมาที่บ้าน เธอเล่าความจริงแบบตรงไปตรงมา ไม่แต่งเติม ไม่ปิดบัง นานถึง 4 ชั่วโมง จนเธอหมดเรื่องจะพูด โดยครูใหญ่ยอมนั่งฟังเด็กน้อยอย่างอดทน
เพื่อนชายคนหนึ่งของโตโตะจัง ชื่อ ยาสุอากิจัง เป็นคนพิการเพราะโรคโปลิโอ ที่โตโตะจังมีความเห็นอกเห็นใจคอยช่วยเหลืออยู่เสมอ ยาสุอากิจังไม่เคยปีนต้นไม้ได้เลยในชีวิต โตโตะจังจึง บอกกับเขาว่า “ฉันจะพาเธอขึ้นไปดูโลกข้างบนต้นไม้” ในยุคนั้น การพาคนที่เดินเองไม่ได้ ไปปีนต้นไม้ถือเป็นเรื่องยาก อันตรายและแทบจะเป็นไปไม่ได้ แต่สำหรับโตโตะจัง “คำพูดคือสัญญา” เมื่อพูดอะไรแล้วจะทำตามที่พูดไว้ทุกอย่าง
เธอไปลากบันไดมาด้วยแรงทั้งหมดที่มี ใช้หัวดันก้นเพื่อนที่ตัวหนักกว่าเธอขึ้นไปทีละคืบ แม้แดดจะร้อนจัด เธอไม่ล้มเลิกความพยายาม เพราะเธอให้ สัญญากับเพื่อนไว้แล้วว่าจะพาขึ้นต้นไม้ให้ได้ ในที่สุด ยาสุอากิจัง ก็ได้เห็นวิวบนยอดไม้ครั้งแรกในชีวิต นั่นคือชัยชนะของคนที่รักษาคำพูด
วันหนึ่งโตโตะจังทำกระเป๋าใส่เงินตกลงไปในกองขยะ แทนที่จะนั่งร้องไห้ เธอไปลากที่ตักขยะมาแล้ว “ตัก” สิ่งปฏิกูลออกมากองข้างนอกเพื่อหากระเป๋า เมื่อครูใหญ่เดินมาเห็นแล้วถามว่า “ทำอะไรอยู่เหรอ” เธอตอบความจริง ครูใหญ่พูดสั้นๆ ว่า “หาเสร็จแล้ว เก็บกลับที่เดิมด้วยนะ” โตโตะจังตอบสั้นๆว่า “ค่ะ”
เมื่อหากระเป๋าไม่เจอ โตโตะจังไม่ได้ทิ้งกองขยะไว้อย่างนั้น แต่เธอใช้เวลาอีกกว่าชั่วโมง ตักทุกอย่างกลับลงไปที่เดิม แม้ไม่มีใครเฝ้าดูหรือรู้เรื่องที่เธอให้สัญญากับครูใหญ่ แต่เธอก็ทำตามที่รับปากครูใหญ่ไว้ แสดงถึงความซื่อสัตย์ต่อตนเองแม้ไม่มีคนอื่นรู้เห็น
โตโตะจังเติบโตขึ้นมา มีคำพูดหนึ่งของครูใหญ่ดังก้องในหูเสมอว่า “หนูเป็นเด็กดีจริงๆ นะ” คำชมนี้คือการให้เกียรติเธอ ทำให้เด็กที่คนอื่นมองว่าเป็นตัวประหลาด มีความภาคภูมิใจและเชื่อมั่นในตนเอง และเธอก็ใช้ชีวิตเพื่อพิสูจน์ว่าเธอคู่ควรกับความไว้วางใจนั้น
เกียรติของโตโตะจัง ไม่ใช่การมียศถาบรรดาศักดิ์ แต่คือการเป็นคนที่มี “ความจริงใจเป็นที่ตั้ง” และ “ทำตามสิ่งที่พูดเสมอ” ไม่ว่าผลลัพธ์เป็นอย่างไรก็ตาม
โตโตะจัง เติบโตขึ้นมาเป็นนางทัตสึโกะ คุโรยานางิ ผู้เขียนหนังสือ “โตโตะจัง”ที่มีการแปลไปกว่า 30 ภาษา ขายมากกว่า 5 ล้านเล่ม จนแพร่หลายไปทั่วโลก เธอเป็นพิธีกรรายการโทรทัศน์ผู้มีชื่อเสียงในญี่ปุ่น และทูตสันถวไมตรีขององค์การยูนิเซฟ แห่งสหประชาชาติ เดินทางไปช่วยเด็กขาดแคลนในประเทศต่างๆ เธอใช้ประสบการณ์ที่เคยถูกไล่ออกจากโรงเรียน มาบอกคนทั้งโลกวา “เด็กทุกคนมีความพิเศษในแบบของตัวเอง” และ “ความแตกต่างไม่ใช่ความผิด”
เรียบเรียงจากนิทานญี่ปุ่น โตโตะจัง เด็กหญิงข้างหน้าต่าง 窓ぎわのトットちゃん (Mado-giwa no Totto-chan)
อาทร จันทวิมล
บทละครลูกเสือ รอบกองไฟ: โตโตะจัง เด็กหญิงผู้รักษาคำพูด
ตัวละคร:
- โตโตะจัง: เด็กหญิงร่าเริง ซื่อตรง (แต่งชุดนักเรียนหรือชุดลำลอง มีผ้าพันคอ)
- ครูใหญ่โคบายาชิ: ใจดี อบอุ่น (สวมแว่น ดูภูมิฐาน)
- ยาสุอากิจัง: เพื่อนที่เป็นโปลิโอ (เดินกะเผลก หรือใช้ไม้เท้า)
- ผู้บรรยาย: (ให้เสียงเล่าเรื่องและสร้างบรรยากาศ)
- กลุ่มเด็กนักเรียน: (ตัวประกอบสร้างความคึกคัก)
ฉากที่ 1: ที่โรงเรียน โทโมเอะ ในประเทศญี่ปุ่น
(เสียงสัญญาณนกหวีด หรือเสียงเลียนแบบรถไฟ “ฉึกฉักๆ”)
ผู้บรรยาย: ณ โรงเรียนโทโมเอะ โรงเรียนที่ใช้ตู้รถไฟเก่าๆ มาเป็นห้องเรียน ที่นี่ต้อนรับเด็กทุกคน แม้แต่ “โตโตะจัง” เด็กหญิงที่ใครๆ ก็หาว่าเป็นตัวประหลาด!
โตโตะจัง: (วิ่งออกมาคุยกับนกกับไม้) เจ้านกจ๋า วันนี้สีสวยจังเลย! อ๊ะ! นั่นคุณครูใหญ่!
ครูใหญ่: โตโตะจัง ไหนลองเล่าเรื่องของหนูให้ครูฟังหน่อยสิ มีเรื่องอะไรอยากบอกครูไหม?
โตโตะจัง: (นั่งลงเล่าอย่างตื่นเต้น) หนูชอบรถไฟมากค่ะ! แล้วที่บ้านหนูก็มีหมาชื่อร็อกกี้ มันชอบกิน… (เล่าไปเรื่อยๆ ท่าทางตลกๆ)
ผู้บรรยาย: โตโตะจังเล่าเรื่องนานถึง 4 ชั่วโมง! จนหมดเรื่องจะพูด และครูใหญ่ก็พิสูจน์ให้เธอเห็นว่า… มีคนที่พร้อมจะฟังเธอจริงๆ
ฉากที่ 2: สัญญาบนยอดไม้ (ฉากไฮไลท์)
(ยาสุอากิจัง ที่เป็นโรคโปลิโอ เดินขากะเพลก มือเป็นง่อย ออกมาอย่างช้าๆ ดูเศร้าๆ)
โตโตะจัง: ยาสุอากิจัง! ทำไมเธอไม่ปีนต้นไม้ล่ะ?
ยาสุอากิจัง: ฉันปีนไม่ได้หรอก ขาฉันไม่แข็งแรงเหมือนคนอื่น…
โตโตะจัง: (ตบหน้าอกตัวเอง) ไม่ต้องห่วง! ฉันสัญญา ฉันจะพาเธอขึ้นไปดูโลกข้างบนต้นไม้ต้นนั้นให้ได้!
ผู้บรรยาย: แม้จะเป็นเรื่องยากและอันตราย แต่สำหรับโตโตะจัง “คำพูดคือสัญญา”
(โตโตะจังทำท่าลากบันไดหนักมาก—แล้วให้ยาสุอากิจังเกาะไหล่ โตโตะจังใช้หัวดันก้นเพื่อนขึ้นต้นไม้ไปอย่างทุลักทุเล)
โตโตะจัง: ฮึ่มมม! อีกนิดเดียว! อีกคืบเดียว! สู้ๆ นะยาสุอากิจัง!
ยาสุอากิจัง: (แสดงท่าขึ้นต้นไม้ โดย ยืนบนเก้าอี้) โอ้โห! ฉันเห็นวิวบนต้นไม้แล้ว! ขอบใจมากนะโตโตะจัง เธอรักษาคำพูดจริงๆ!
ฉากที่ 3: กองขยะกับสัญญาลับ
(โตโตะจังทำท่าทำกระเป๋าตกลงไปในบ่อขยะสมมติ)
โตโตะจัง: แย่แล้ว! กระเป๋าตังค์ตกบ่อขยะ! (ทำท่าตักขยะออกมากองพะเนิน)
ครูใหญ่: (เดินมาเจอ) ทำอะไรอยู่จ๊ะ?
โตโตะจัง: หากระเป๋าค่ะคุณครู!
ครูใหญ่: (ยิ้ม) อ๋อ… หาเสร็จแล้ว เก็บกลับที่เดิมด้วยนะ
ผู้บรรยาย: แม้จะหากระเป๋าไม่เจอ และไม่มีใครเฝ้าดู แต่โตโตะจังก็ใช้เวลากว่าชั่วโมง ตักขยะทุกชิ้นกลับที่เดิมจนสะอาด เพราะเธอรับปากคุณครูไว้แล้ว!
จากเด็กประหลาดสู่บุคคลสำคัญ
(ตัวละครทุกคนออกมายืนหน้าเวที)
ครูใหญ่: (วางมือบนไหล่โตโตะจัง) “หนูเป็นเด็กดีจริงๆ นะ โตโตะจัง”
ผู้บรรยาย: คำชมสั้นๆ นี้เปลี่ยนชีวิตโตโตะจัง เธอเติบโตขึ้นเป็นพิธีกรชื่อดังและทูตยูนิเซฟ ผู้ช่วยเหลือเด็กทั่วโลก เธอพิสูจน์ให้เห็นว่า “เกียรติ” ไม่ได้อยู่ที่ยศถาบรรดาศักดิ์ แต่อยู่ที่การเป็นคนรักษาคำพูดและความซื่อสัตย์นั่นเอง!
ทุกคน: (ร้องเพลงพร้อมกัน) “วชิราวุธ พระมงกุฎเกล้า เจ้าประชา ก่อกำเนิดลูกเสือมา ข้าเลื่อมใส…” (ทำความเคารพแบบลูกเสือ)
เคล็ดลับสำหรับการแสดงรอบกองไฟ:
- อุปกรณ์: ใช้ของที่มีในค่ายลูกเสือ เช่น ไม้พลองทำเป็นบันได, ผ้าพันคอทำเป็นเชือก
- มุกตลก: ช่วงที่โตโตะจังเล่าเรื่อง 4 ชั่วโมง ให้เธอทำท่าทางตลกๆ หรือเล่าเรื่องในค่ายสอดแทรกเข้าไปจะเรียกเสียงหัวเราะได้ดี
- เสียงประกอบ: ให้เพื่อนในหมู่ช่วยกันทำเสียงรถไฟ เสียงนก หรือเสียงลม
อาทร จันทวิมล

