“ถุงแป้ง”สาวเสียงใสยอดกตัญญู
“…เดินสายร้องเพลงตามงานบวช งานเลี้ยง ตั้งแต่อายุ 8 ขวบ ท่ามกลางข้อครหาว่า ครอบครัวนี้ใช้ลูกสาวหาเลี้ยงครอบครัวด้วยการเต้นกินรำกิน …” นี่คือ ประโยคบอกเล่าง่ายๆ ของสาวน้อยเสียงใส “ถุงแป้ง ” – นันทนันธ์ เพ็ชรเจริญสุขสิน ที่พูดถึงตัวเองอย่างคร่าวๆ ก่อนจะขยายความต่อไปว่า ปัจจุบันเธอไม่ได้มีหน้าที่แค่ดูแลครอบครัว แต่ยังมีหน้าที่ของการเป็นนักศึกษาที่ดี ซึ่งในขณะนี้ เธอกำลังอยู่ในระดับชั้นปีที่ 3 สาขาเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน คณะอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ (มทร.รัตนโกสินทร์)
“หนูไม่สนใจหรอกว่า ใครจะพูดว่าอะไร หนูคิดว่าเสมอว่า สิ่งที่หนูทำคือพรสวรรค์ที่ทำให้หนูสามารถหาเลี้ยงครอบครัว 3 ชีวิตได้ ยังทำให้หนูมีโอกาสเรียนต่อได้จนถึงทุกวันนี้”
ถุงแป้ง เล่าว่าเป็นคนชอบร้องเพลง เพราะพ่อเป็นนักดนตรี สมัยเด็กเธอคอยเกาะติดไปร่วมงานกับพ่อเสมอๆ ตั้งแต่อายุ 3 ขวบ จนกระทั่งพ่อแม่แยกทางกัน จากนั้นเธอจึงตัดสินใจอยู่กับแม่และน้องอีก 1 คน แต่ด้วยสภาพเศรษฐกิจย่ำแย่ ทำให้อาชีพเลี้ยงปากท้องของครอบครัวด้วยการรับจ้างรีดผ้าตัวละ 3-5 บาทของแม่ ไม่เพียงพอสำหรับหาเลี้ยง 3 ชีวิต ถุงแป้งจึงอาสาช่วยแบ่งเบาภาระด้วยการร้องเพลง ตั้งแต่อายุ 8 ขวบ
“แม่จะพาแป้งไปร้องเพลงตามงานบวช งานเลี้ยงต่างๆ ร้องเพลงบนเวที มีรายได้วันละ 200 บาท เงินที่ได้จากการร้องเพลงทั้งหมด แป้งจะให้แม่เก็บ”
ด้วยขยัน อดทน และไม่เคยท้อ สาวเสียงใสรายนี้จึงต้องพยายามทำทุกอย่าง ตามประสาของเด็ก ที่อยากหารายได้มาช่วยครอบครัว พร้อมกับส่งตัวเองเรียน ตั้งแต่เด็กจนโต กิจวัตรประจำวันของเธอนอกจากเวลาเล่าเรียน เธอต้องไปทำงานพิเศษ เลิกงาน 4-5 ทุ่ม กลับบ้านดึก ตื่นเช้าไปเรียน
“เคยมีคนพูดว่า อายุแค่นี้ต้องมาทำงานหาเลี้ยงครอบครัว ทำไมแม่ต้องพาลูกสาวเต้นกินรำกิน ตอนนั้นเราไม่รู้พูดอย่างไรให้เขาเข้าใจ รู้แต่ว่าเราเต็มใจที่จะทำ อยากทำงานหาเลี้ยงครอบครัว ยอมลำบากเพราะอยากเห็นครอบครัวสบาย แม่คือผู้นำสำหรับหนูทุกอย่าง สิ่งที่หนูทำคือ การทำให้แม่มีความสุขและสบายขึ้น ไม่เคยคิดว่าความลำบากจะเป็นจุดด้อยที่ทำให้ไม่มีโอกาสดีๆ เหมือนกับคนอื่น รู้สึกพอใจในที่สิ่งที่ตัวเองมีอยู่ ปกติเดินสายประกวดทั้งระดับจังหวัดและภายในมหาวิทยาลัย ก็มีได้รางวัลชนะเลิศ ทำให้ขอขึ้นค่าตัวได้อีกนิดหน่อย ตอนนี้ได้อยู่งานละ 500 บาท”
สำหรับเรื่องการเรียน ถุงแป้งบอกว่า หลังจากที่เข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัย พยายามรับงานให้น้อยลง และให้เวลากับการเรียนอย่างเต็มที่ แต่วันไหนมีงานก็จะพกการบ้านหรือรายงานไปทำระหว่างรอขึ้นร้องเพลงทุกวัน
“เลิกเรียนก็ทำงานต่อ แต่ก็พยายามรับงานให้น้อยลง หันมาใส่ใจกับการเรียนมากขึ้น เพราะตอนนี้แป้งเรียนอยู่ปี 3 แล้ว แม้ว่าเราจะไม่ค่อยมีเวลาว่างเหมือนกับคนอื่น แต่ก็ไม่เคยที่จะเหลวไหลเรื่องการเรียนเลยสักครั้ง โชคดีที่มีอาจารย์และเพื่อนคอยช่วยเหลืออยู่ข้างๆ ทำให้แป้งมีกำลังใจทั้งเรื่องเรียนและเรื่องทำงาน”
|
|
สาวเสียงในทิ้งท้ายด้วยว่า ความฝันอันสูงสุดของเธอ นอกจากจะหาเลี้ยงครอบครัวให้แม่และน้องอยู่อย่างสบาย เธอยังมีความตั้งใจจะเรียนต่อในระดับปริญญาโท
“แป้งอยากเรียนให้สูงที่สุดเพื่ออนาคตของตัวเองและครอบครัว แต่ก็จะไม่ทิ้งความสามารถด้านการร้องเพลงซึ่งเป็นสิ่งที่รักด้วย”
ที่มา : http://www.manager.co.th
