ถอดรหัส 150 ปีบันทึกชาร์ลส์ ดาร์วิน

 
 
 src=

 
ภาพประกอบข่าว
 

ผ่านมา 150 ปี On The Origin of Species บันทึกการเดินทางของชาร์ลส์ ดาร์วิน นักธรรมชาติวิทยาชาวอังกฤษ กำลังจะได้รับการถ่ายทอดเป็นภาษาไทย 24 พฤศจิกายน 2402 กำเนิดสปีชีส์ พิมพ์ครั้งแรก 1,250 เล่ม ขายได้หมดภายในวันเดียว และยังคงพิมพ์ซ้ำถึงปัจจุบัน เรียกว่าเป็น Best Seller ตลอดกาล ต้นฉบับถูกนำมาถอดความเป็นสำนวน ครั้งแล้วครั้งเล่าโดยนักชีววิทยาหลากสัญชาติ ซึ่งต่างหวังที่จะเข้าใจลึกซึ้งถึงคัมภีร์ชีวิต จากปลายน้ำหมึกของดาร์วินผู้โด่งดัง

 “ทุกวันนี้ หนังสือกำเนิดสปีชีส์ตีพิมพ์อย่างน้อย 425 ฉบับ ในภาษาต่างๆ อาทิเช่น ญี่ปุ่น 15 สำนวน เกาหลี 4 สำนวน ฮังการี 4 สำนวน ฮีบรู โรมาเนีย และลัทเวีย อีกอย่างละ 2 สำนวน แต่ยังไม่เคยมีฉบับสำนวนไทยเลยแม้แต่สำนวนเดียว” ดร.นำชัย ชีววิวรรธน์ ผู้ริเริ่มโครงการแปลผลงานดาร์วินภาคภาษาไทยกล่าว

 เขายอมรับว่า การถ่ายทอดเรื่องราวในบันทึกของดาร์วินไม่ใช่เรื่องง่าย หลังจากที่เขาใช้เวลากว่า 2 ปี เริ่มต้นถอดความหมายจากบันทึกอย่างเอาจริงเอาจัง

 “แค่ชื่อเรื่องก็หินแล้ว” หัวหน้าทีมมีน้ำเสียงเหน็ดเหนื่อย ชื่อเต็มของหนังสือฉบับประวัติศาสตร์คือ On the Origin of Species by Means of Natural Selection, or the Preservation of Favored Races in the Struggle for Life

 แปลไทยว่า กำเนิดสปีชีส์ด้วยวิธีการคัดสรรตามธรรมชาติ หรือการดำรงไว้ซึ่งสายพันธุ์ที่เหมาะสมกว่าในการดิ้นรนเพื่อชีวิต เขาหยุดถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนที่จะบอกต่อว่า

 หลังจากเริ่มอ่านหนังสืออายุ 150 ปี นักชีววิทยาไทยพบว่ารูปประโยคที่ดาร์วินเขียน เป็นประโยคยาว ขั้นด้วยเครื่องหมายลูกน้ำเพื่ออธิบายขยายความ ทำให้บางประโยคยาวถึง 111 คำ บางประโยคยาว 5-6 บรรทัด และยังคำศัพท์ที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นใหม่

 “คาดเดาว่าการใช้ภาษาของดาร์วิน ได้รับอิทธิพลมาจากภรรยาของเขาที่เชี่ยวชาญด้านภาษาในยุคนั้น” นักชีววิทยาในบทบาทนักแปลบอกสมมติฐาน

 ภาษาย้อนยุคที่ยิ่งอ่านยิ่งตะลึงด้วยความยากของเนื้อหา ประกอบกับภาษาอังกฤษ 150 ปีแล้ว ทำให้การถอดความกำเนิดสปีชีส์ไม่ใช่เรื่องหมู ทำให้จากความตั้งใจแรกกะว่าจะให้หนังสือออกทันครบรอบ 200 ปี ของดาร์วิน และครบ 150 ปี ของหนังสือเล่มนี้ต้องเลื่อนออกไป

 ดร.นำชัยเรียกโครงการแปลของเขาว่า “โปรเจคกัลปากอส” ชื่อเดียวกับเกาะที่ดาร์วินไปเยือนเมื่อศตวรรษครึ่งที่แล้ว เขาตั้งขึ้นเพื่อหาสมัครพรรคพวกตั้งแต่ปี 2550

 แต่โครงการดังกล่าวเกือบพับไป เพราะหาผู้ร่วมอุดมการณ์ไม่ได้สักราย จนเริ่มมีสัญญาณตอบรับจากนักชีววิทยาศาสตร์ และนักพฤกษศาสตร์ ทั้งจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมหิดล ทำให้โปรเจคกัลปากอสถูกนำมาปัดฝุ่นอีกครั้ง โดยใช้ห้องสมุดภาคพฤกษศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นฐานบัญชาการ
 
 ระหว่างทางผู้ร่วมวงแปลกำเนิดสปีชีส์บางคนขออำลาด้วยภารกิจรัดตัวที่เป็นอุปสรรคสำคัญ เหลืออยู่ 7 ชีวิตที่ยืนหยัดเดินหน้าต่อไป นำโดย ดร.อุบลศรี เลิศสกุลพานิช และ ดร.นำชัย เจ้าของโปรเจค ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สมทบด้วย ดร.ณัฐพล อ่อนปาน ภาควิชาชีววิทยา ดร.ศศิวิมล แสวงผล ภาควิชาพฤกษศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และ ดร.ต่อศักดิ์ สีลานันท์ ภาควิชาพฤกษศาสตร์ ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ และ ดร.จันทร์เพ็ญ จันทร์เจ้า ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีบรรณาธิการนิตยสารคดี ร่วมสังเกตการณ์ ในฐานะผู้จัดพิมพ์

 ตัวอักษรกว่า 500 หน้า ถูกซอยย่อยออกเป็น 14 บท ไม่รวมบทนำ และภูมิหลังเชิงประวัติศาสตร์ ซึ่งนักแปลมือใหม่รับมาต่ำกว่าคนละ 2 หมื่นคำ เฉลี่ยแล้ว 2 บทครึ่ง แม้จะใช้เวลาถอดความนานมาก กว่าจะได้แต่ละประโยค แต่เนื้อหาที่ได้ก็แฝงไปด้วยเรื่องสร้างอารมณ์ขัน จากการทดลองเพื่อพิสูจน์สมมติฐานของนักวิทยาศาสตร์ชื่อก้องโลกผู้นี้

 “ดร. 7 คน เอาดาร์วินคนเดียวไม่อยู่ ระหว่างการขัดเกลาคำศัพท์ สำนวน ตรวจสอบความหมาย ถ้าทำได้คงอยากเชิญดาร์วินมาลงองค์ แล้วให้อธิบายว่าตั้งใจจะบอกอะไรกับเรา”

 ทีมแปลใช้วิธีสร้างกลุ่มคำเพื่อใช้ศัพท์ร่วมกัน กว่า 400 คำ ที่อ้างอิงจากอนุกรมภิธานของราชบัณฑิตยสถาน ศัพท์ทางธรณีวิทยา และพฤกษศาสตร์ เพื่อความถูกต้อง สละสลวยและความเข้าใจที่ตรงกัน ความตั้งใจของพวกเขาคือรักษาคำและความหมายให้คงเดิมมากที่สุด

 “เนื้อหาหลักของกำเนิดสปีชีส์ ประกอบไปด้วย บทที่พูดถึงความผันแปรของพืชและสัตว์ที่มีความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อยจนเกิดเป็นสปีชีส์ใหม่ บทที่ว่าด้วยการคัดสรรตามธรรมชาติ และหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าเป็นเช่นนั้นจริง โดยอ้างอิงจากข้อพิสูจน์ทางธรณีวิทยา สัณฐานวิทยา และ Embryology” เขาอธิบาย

 ศัพท์ใหม่หลายคำที่พบระหว่างแปลหนังสือเป็นศัพท์ที่ดาร์วินบัญญัติเอง อย่าง Newter insect (แมลงไร้เพศ) หรือศัพท์ที่ต้องนิยามคำขึ้นมาใหม่ อย่าง Vestiges of creation ซึ่งทีมแปลเห็นพ้องกันที่จะใช้คำว่า รอยนิรมิตแทน เพราะสละสลวยกว่า ทุกคำที่ดาร์วินบัญญัติขึ้นไม่สามารถค้นได้จากกูเกิล เพราะเมื่อกดค้นหาระบบก็จะวิ่งย้อนกลับไปที่เนื้อหาในหนังสือกำเนิดสปีชีส์เช่นเดิม 

 หลังจากลงมือถอดความได้พักหนึ่ง ทีมแปลพบเรื่องน่าประหลาดใจ นั่นคือ ดาร์วินไม่ได้ให้คำนิยามว่า สปีชีส์คืออะไร และทั้งที่หนังสือเป็นเรื่องเกี่ยวกับวิวัฒนาการ แต่กลับไม่มีนิยามคำว่า วิวัฒนาการปรากฏอยู่เลยแม้แต่ที่เดียว และคนมักเข้าใจผิดว่าหนังสือเล่มนี้กล่าวถึงกำเนิดของสิ่งมีชีวิต แต่กล่าวถึงกลไกเบื้องหลังการเกิดสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่มากกว่าพูดถึงต้นกำเนิด

 “150 ปีที่แล้ว ดาร์วินยังไม่สามารถอธิบายถึงกระบวนการสำคัญของการเกิดสปีชีส์ใหม่ และวิวัฒนาการ การกลายพันธุ์ หรือการกลายผ่านได้ ด้วยเทคโนโลยีที่ยังพัฒนาไปไม่ถึง แต่สิ่งที่ดาร์วินเขียนอะไรไว้ในกำเนิดสปีชีส์ คือ คำตอบที่พวกเราอยากรู้” ดร.ศศิวิมล แสวงผล หนึ่งในทีมแปลกล่าว

 กำเนิดสปีชีส์เป็นหนังสือที่เปลี่ยนโลกทัศน์ของชาวตะวันตกเกี่ยวกับการกำเนิดชีวิต ว่า ไม่ได้มาจากการสร้างสรรค์โดยอำนาจเหนือธรรมชาติ แต่มาจากวิวัฒนาการ ผ่านการคัดสรรตามธรรมชาติ ที่ได้รับการกล่าวขวัญว่า พลิกโฉมของแนวคิดด้านชีววิทยาโดยสิ้นเชิง และเป็นรากฐานหลักสำคัญของความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์ชีวภาพของโลก
 
 ยุคนั้นแนวคิดของดาร์วินถูกต่อต้านว่าเป็นความคิดนอกรีต และท้าทายอำนาจของพระผู้เป็นเจ้า อย่างไรก็ดี งานวิจัยทางชีววิทยาในศตวรรษที่ 20 พิสูจน์ให้เห็นว่าทฤษฎีของดาร์วินถูกต้อง และแนวคิดทฤษฎีวิวัฒนาการก็ได้เป็นที่ยอมรับกันอย่างแพร่หลายในเวลาต่อมา

 สำหรับกำเนิดสปีชีส์ ฉบับภาษาไทย ตอนนี้คืบหน้าไปว่า 75% และคาดว่าถ้าโชคดี น่าจะได้เห็นต้นฉบับสมบูรณ์ในเดือนเมษายนปีหน้า หรือถ้าโชคร้ายก็คงต้องรอไปถึงตุลาคมปี 2553

แหล่งที่มาของข่าว หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ