ตามรอย… ทูตรักการอ่านสถาพรบุ๊คส์ หนุนนโยบาย"การอ่านเป็นวาระแห่งชาติ"

ตามรอย… ทูตรักการอ่านสถาพรบุ๊คส์ หนุนนโยบาย”การอ่านเป็นวาระแห่งชาติ”

โดย ขติยา มหาสินธ์ oui1@hotmail.com

ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับโครงการ “สุดยอดทูตส่งเสริมรักการอ่าน สถาพรบุ๊คส์” ของบริษัท สถาพรบุ๊คส์ จำกัด ซึ่งมีการมอบรางวัลให้แก่โรงเรียน นักเรียนและอาจารย์ ที่ชนะการประกวดไปเมื่อเดือนตุลาคม ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 14 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ที่ผ่านมา โดยมีคุณวรพันธ์ โลกิตสถาพร กรรมการผู้จัดการบริษัท สถาพรบุ๊คส์ จำกัด และอุปนายกฝ่ายในประเทศ สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล

โครงการนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 4 ภายใต้แนวคิด “The Discovery : การเดินทางผ่านตัวหนังสือ” ผลปรากฏว่าในช่วง 2 เดือนระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมที่เปิดรับสมัครนั้น ได้รับความสนใจจากโรงเรียนต่างๆ ส่งผลงานเข้าประกวดกันอย่างล้นหลาม ไม่แพ้สามปีที่ผ่านมา

ย้อนกลับไปสู่ที่มาของโครงการ คุณวรพันธ์เล่าว่า โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างรากฐานการอ่านและการเรียนรู้ให้แก่เยาวชน กระตุ้นให้นักเรียน อาจารย์และโรงเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ โดยปีที่ 4 นี้ กิจกรรมต่างๆ จะมุ่งพัฒนาทูตสถาพรบุ๊คส์ให้เป็นนักจัดการและขยายการมีส่วนร่วมของนักเรียนในโรงเรียนให้มากยิ่งขึ้น แนวคิดการเดินทางผ่านตัวหนังสือ เปรียบการอ่านหนังสือเหมือนการเดินทางไปในโลกที่เปี่ยมไปด้วยสิ่งอัศจรรย์ ทั้งที่มีอยู่จริงและที่มีอยู่ในโลกแห่งจินตนาการ ด้วยมุ่งหวังว่าผู้ที่เดินทางผ่านหนังสือ จะค้นพบสิ่งอัศจรรย์เหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวหรือเพื่อนที่ดีๆ ระหว่างการเดินทาง


ผลงานของโรงเรียนที่ร่วมโครงการ

แนวคิดของโครงการ ดูจะสอดรับกับนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่ประกาศให้การอ่านเป็นวาระแห่งชาติ และกำหนดให้ปี 2552-2561 เป็นทศวรรษแห่งการอ่านของประเทศ ทั้งนี้ เพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต

หลากหลายกิจกรรมภายใต้โครงการสุดยอดทูตส่งเสริมรักการอ่านฯ มีความน่าสนใจ ด้วยมุ่งเน้นไปสู่เป้าหมายที่จะกระตุ้นให้เด็กนักเรียนหันมาอ่านหนังสือและเข้าห้องสมุดกันมากขึ้น ดัชนีวัดผลที่เห็นได้อย่างเป็นรูปธรรม คือ ช่วงที่โครงการนี้ดำเนินการ จำนวนนักเรียน ป.1-ม.6 ของโรงเรียนที่เข้าร่วมประกวดในโครงการนี้ มีสัดส่วนการยืมหนังสือเพิ่มสูงขึ้นกว่าเดือนอื่นๆ อย่างเห็นได้อย่างชัดเจน ด้วยกลอุบายอันแยบยลของสถาพรบุ๊คส์ กำหนดให้มี 1 วันที่เรียกว่า วันรณรงค์ “1 คน 1 เล่ม” ซึ่งโรงเรียนจะกำหนดให้เป็นวันใดก็ได้ แล้วเด็กต้องเข้าห้องสมุดในวันดังกล่าว เพื่อยืมหนังสือที่ตัวเองชื่นชอบมาคนละ 1 เล่ม อ่านและคัดคำคมจากหนังสือที่ตัวเองยืม เพื่อนำมาประดับบนต้นโพธิ์แห่งปัญญา กิจกรรมดังกล่าว นอกจากจะเห็นการทำงานเป็นทีมเวิร์กของเด็กนักเรียนแล้ว ยังเห็นแนวความคิดสร้างสรรค์อีกด้วย หลายโรงเรียนออกแบบต้นโพธิ์แห่งปัญญาในรูปแบบต่างๆ มีทั้งทำเป็นต้นโพธิ์ขึ้นมาจริงๆ โดยทำมาจากกระดาษ บางโรงเรียนก็นำต้นไม้จริงมาดัดแปลง และบางโรงเรียนใช้ห้องสมุดของตัวเองเป็นต้นโพธิ์ แล้วร้อยกระดาษที่ตัดเป็นรูปใบโพธิ์ มีคำคมเขียนอยู่บนนั้น ผูกโยงโดยรอบห้องสมุดแห่งนั้น กระทั่งกลายมาเป็นต้นไม้แห่งข้อคิดคำคม หรือต้นไม้แห่งปัญญาในที่สุด


คุณวรพันธ์ โลกิตสถาพร กรมการผู้จัดการบริษัท สถาพรบุ๊คส์

เสน่ห์ของโครงการนี้อยู่ที่นักเรียนได้ใกล้ชิดกับห้องสมุด ได้ร่วมมือร่วมใจกันเพื่อแสดงแนวความคิดที่สร้างสรรค์ จนเกิดเป็นชุมชนรักการอ่านขึ้นในโรงเรียน ด้วยต้องมีการจัดแสดงหนังสือชุดที่คณะกรรมการกำหนด ในมุมหนึ่งมุมใดของห้องสมุด มีการจัดบอร์ดแนะนำหนังสือ มีการจัดเวทีสัมมนา เกมถามตอบ หรือกิจกรรมส่งเสริมการอ่านอื่นๆ แล้วแต่ความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละโรงเรียน และที่สำคัญจะต้องจัดทำหนังสือทำมือ เพื่อตอกย้ำว่าเด็กนักเรียนได้เรียนรู้จาก “การเดินทางผ่านตัวอักษร” ในครั้งนี้จริงๆ เนื่องจากในหนังสือทำมือ เด็กแต่ละคนจะเขียนบทความอธิบายขยายความว่าคำคมที่คัดมามีคุณค่าอย่างไร ทำให้เกิดความคิดที่งอกเงยขึ้นมาในตัวเองอย่างไร ตรงจุดนี้ได้เห็นแนวความคิดที่สร้างสรรค์ของนักเรียน เพราะบางโรงเรียนมีการจัดทำในรูปแบบหนังสือพาสปอร์ต อยู่ในกล่องกระดาษแข็งสีสันสวยงาม เพื่อบอกเป็นนัยว่าคุณค่าของข้อคิดที่ได้มา เปรียบเหมือนวีซ่าที่ผ่านการประทับตรา หลังจากการเดินทางผ่านตัวอักษรเหล่านั้นแล้ว

สำหรับโรงเรียนที่ชนะการประกวดในปีนี้คือ โรงเรียนเลิศหล้า ถนนเกษตร-นวมินทร์ ซึ่งมีจุดเด่นในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการทำงานเป็นทีม มีการวางแผนอย่างเป็นขั้นเป็นตอน มีแนวความคิดสร้างสรรค์ ความสวยงามของการออกแบบ ความสุขสดใสของเด็กที่ร่วมกิจกรรม และที่สำคัญ นักเรียนระดับชั้นต่างๆ ให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมและยืมหนังสือจากห้องสมุดในวัน “มหัศจรรย์วันยืมคืน 1 คน 1 เล่ม” เป็นจำนวนมาก ซึ่งโรงเรียนได้รับโล่รางวัลจากบริษัท พร้อมเงินรางวัล 10,000 บาท อาจารย์ที่ปรึกษาโครงการได้รับเกียรติบัตรยกย่อง และนักเรียนได้รับการคัดเลือกเป็น “สุดยอดทูตส่งเสริมรักการอ่าน สถาพรบุ๊คส์” พร้อมเงินรางวัล 5,000 บาท ส่วนรางวัลชนะเลิศอันดับ 2 เป็นของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ซึ่งได้รับโล่รางวัล พร้อมเงินรางวัล 7,000 บาท และรางวัลชนะเลิศอันดับ 3 เป็นของโรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ ฉะเชิงเทรา ซึ่งได้รับโล่รางวัลพร้อมเงินรางวัล 5,000 บาท นอกจากนี้ยังมีอีก 3 โรงเรียนที่ได้รับรางวัลชมเชย ได้แก่ โรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการ โรงเรียนจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย สตูล และโรงเรียนสารสาสน์วิเทศธนบุรี ซึ่งได้รับหนังสือในเครือสถาพรบุ๊คส์มูลค่า 2,000 บาท

นับเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ช่วยกระตุ้นและส่งเสริมเด็กนักเรียนให้เกิดการเรียนรู้อันนำไปสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลและ ศธ.

แหล่งที่มาของข่าว หนังสือพิมพ์มติชน