| 5 โมงเย็นทุกวันศุกร์และเสาร์ ใครผ่านไปแถวซอยบ้านทองหล่อ ย่านพรานนก อาจได้ยินเสียงเอะอะจากกลุ่มวัยโจ๋ก็อย่าเพิ่งตกใจคิดว่าพวกเขาทะเลากัน
แท้จริงแล้ว เด็กๆ กลุ่มนี้กำลังเรียนศิลปะป้องกันตัวด้วยอาวุธต่างๆ ของไทย ทั้งกระบี่ กระบอง หอก ดาบ น้องเจ๋ง ด.ช.วงศธร ทรงประไพ วัย 13 ปี ชั้นม.2 โรงเรียนทวีธาภิเศก หนึ่งในกลุ่มลูกศิษย์วัยโจ๋ สำนักดาบศรีไตรรัตน์ ของครูทองหล่อ ไตรรัตน์ ซึ่งสอนให้ฟรีเล่าว่า |
|
| “พอคุณพ่อบอกว่าจะพามาเรียนที่นี่ผมก็ตอบตกลงทันที เพราะอยากเก่งเหมือนพี่จา พนม แม้จะเรียนไม่เหมือนกัน แต่ก็ใช้ป้องกันตัวได้
ผมมาเรียนได้ 1 ปีแล้ว เรียนตั้งแต่กระบี่กระบองจนถึงดาบสากล ที่ถนัดที่สุดคือดาบสองมือ เมื่อปีที่แล้วก็เพิ่งได้เหรียญทองจากการแข่งขันกีฬาไทยที่สนามหลวง แต่กว่าจะได้มาต้องฝึกหนัก มีหลายคนมาฝึกแล้วทนไม่ไหวก็ต้องเลิกไป ที่ฝึกยากคือดาบสากลเพราะต้องแทง แต่อย่างอื่นใช้ฟัน และยังมีกติกามากกว่า แต่ก็จะทำให้ได้ อยากเป็นทีมชาติเหมือนพี่ๆ ในสำนัก” ส่วนน้องแจ๊ะ นายกันตพัฒน์ อนุพงษ์กุลกิจ อายุ 15 ปี ชั้นม.3 โรงเรียนทวีธาภิเศก บอกว่าถนัดหมดทุกอย่างซึ่งทุกคนจะได้เรียนเหมือนกัน เริ่มจากกระบี่กระบองก่อน จากนั้นเป็นดาบตีแต้มแล้วค่อยเรียนดาบสากล แต่ใครจะได้เรียนเมื่อไหร่นั้นขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละคน แจ๊ะเล่าว่าการฝึกไม่ยาก แต่คนที่เรียนต้องสนใจ หากถูกบังคับให้เรียนก็จะทำไม่ได้ แรกๆ รู้สึกกลัวเหมือนกัน แต่อยากเก่งเหมือนพี่ๆ จึงสู้และอดทน แจ๊ะยังเล่นบาสฯ และแบดมินตันเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น บางครั้งก็ไปเล่นเกมกับเพื่อนๆ เพื่อผ่อนคลายแต่จะไม่ให้เสียการเรียนและการฝึกซ้อม มาที่น้องแชมป์ นายธีระ หาญจักแก้ว อายุ 15 ปี ชั้นม.4 โรงเรียนวัดนวลนรดิศ น้องใหม่ของสำนัก บอกว่ามาเรียนได้ 4 สัปดาห์แล้ว รุ่นพี่ที่จบไปแนะนำมา ที่มาเรียนเพราะอยากเอาไปโชว์ให้เพื่อนๆ และน้องๆ ที่โรงเรียนเห็นเวลามีกิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือและเนตรนารี เพราะเดี๋ยวนี้ศิลปะการป้องกันตัวของไทยเริ่มหายไป รู้สึกเสียดาย แชมป์บอกว่าแม้พื้นฐานการเรียนจะยากไปหน่อยแต่ก็จะพยายาม อยากให้คนที่ไม่เคยเรียนมาลองเรียนดู เพราะศิลปะแขนงนี้หาเรียนยากและเริ่มหายไปจากสังคม จึงอยากให้ช่วยกันรักษาเอาไว้เพราะเป็นสิ่งที่ไม่เสียหายและยังได้ประโยชน์ต ่อตัวเอง และแน่นอนการร่ำเรียนศาสตราวุธไม่ได้เป็นเรื่องของผู้ชายเท่านั้น ท่าทางที่ทะมัดทะแมงของหญิงแกร่งอย่างน้องนีนี่ทำให้เราอดทึ่งความสามารถของ เธอไม่ได้ น้องนีนี่ ด.ญ.พรนภา ว่องพุฒิพรชัย สาวน้อยวัย 13 ปี ชั้นม.2 โรงเรียนราชินี หลานสาวครูทองหล่อ เล่าว่า ตั้งแต่จำความได้คุณตาก็ให้จับกระบี่กระบองแล้ว พอได้ฝึกก็รู้สึกชอบ แต่กว่าจะได้จับกระบี่กระบองก็เกือบปีเพราะต้องฝึกพื้นฐานให้แน่นก่อน แต่ไม่เคยรู้สึกท้อเพราะอยากเก่งเหมือนคุณตา “การฝึกแต่ละอย่างนั้น ความยากง่ายจะต่างกัน เช่น ดาบตีแต้ม เวลาเล่นต้องคิดและดูจังหวะว่าคู่ต่อสู้จะมาแบบไหน แต่ถ้าเป็นกระบี่กระบองจะวางแผนร่วมกันว่าจะรุกและรับอย่างไร ดาบสากลจะใช้แทงเป็นส่วนใหญ่ ต้องมีสมาธิจึงจะทำได้ ผู้ที่ฝึกสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี และยังเข้าแข่งขันได้อีกด้วย อยากให้ทุกคนช่วยกันเผยแพร่ศิลปะการป้องกันตัวของไทย เพื่อให้ต่างชาติรู้ว่ากระบี่กระบองคือสมบัติของชาติไทย” ด้านครูทองหล่อ เล่าว่า เปิดสอนกระบี่กระบอง ฟันดาบไทย ศิลปะต่อสู้ป้องกันตัว ดาบแข่งขันและดาบสากล ให้เด็กๆ โดยไม่คิดเงินมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2480 จนถึงตอนนี้อายุ 81 ปีแล้ว การสอนจะไม่เหมือนการสอนในโรงเรียนมัธยมที่มีเพียงท่าพื้นฐานเท่านั้น แต่ครูจะสอนให้รู้จักป้องกันตัวเองและต่อสู้กับคนร้ายได้ เริ่มตั้งแต่ ย่างสามขุม เพื่อฝึกฐานให้มั่นคง จากนั้น หัดรับหัดตี ต่อมา หัดรำ ซึ่งเป็นท่าไหว้ครู ได้แล้วก็เข้าท่าหรือเรียกว่า หัดแอ๊กชั่น แล้วก็ใส่ลูกเล่นที่คิดค้นเข้าไป “แต่ผู้เรียนจะต้องไม่นำไปใช้ในทางที่ผิดเด็ดขาด” ครูทองหล่อย้ำทิ้งท้าย |
|
| แหล่งที่มา/ผู้ส่ง ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สป. ศธ. |
