ช่วยเหลือครูชายแดนใต้

๒๔ มกราคม ๒๕๕๖ – ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยกรณีคนร้ายบุกยิงนายชลธี เจริญชล ครูโรงเรียนบ้านตันหยง อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เสียชีวิต เมื่อวันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๕๖ รวมทั้งแนวทางการช่วยเหลือเยียวยาข้าราชการ ครู และบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้




นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงการเยียวยาครูและบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่าเมื่อวันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๕๖ ได้ประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องสวัสดิการของครูในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อาทิ เรื่องเบี้ยเสี่ยงภัย ซึ่งได้ข้อสรุปในหลายประเด็น แต่จะต้องเสนอให้คณะกรรมการเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ให้ความเห็นชอบต่อไป จึงถือว่าเรื่องนี้มีความคืบหน้าไปมาก สำหรับข้อเสนอของครูที่ขอเพิ่มเบี้ยเสี่ยงภัยจากเดือนละ ๒,๕๐๐ บาท เป็น ๓,๕๐๐ บาทนั้น ประชุมยังไม่สรุปเป็นมติว่าจะเป็นเท่าไร เพราะต้องให้ กพต.พิจารณา เนื่องจากการจะปรับเพิ่มเบี้ยเสี่ยงภัยให้กับหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง ก็ควรจะต้องพิจารณาครอบคลุมไปถึงหน่วยงานอื่นๆ ด้วย


ส่วนกรณีที่โรงเรียนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้หลายแห่ง ประกาศปิดทำการเรียนการสอน เพราะหวั่นว่าจะเกิดเหตุขึ้นนั้น ได้ย้ำมาโดยตลอดว่าให้ถือเรื่องความปลอดภัยของครูและนักเรียนเป็นสำคัญ ดังนั้นหากโรงเรียนบางแห่งมีความไม่มั่นใจและจะหยุดการสอนไปบ้าง ทาง ศธ.ก็เข้าใจ และจะประสานอย่างใกล้ชิดว่าครูในพื้นที่นั้นๆ ต้องการมาตรการอะไรเพิ่มเติมหรือไม่อย่างไร ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่ามีความปลอดภัย และเปิดทำการสอนได้ตามปกติ รวมทั้งทำการสอนชดเชยต่อไป


นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยกรณีคนร้ายบุกยิงนายชลธี เจริญชล ครูโรงเรียนบ้านตันหยง อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เสียชีวิตเมื่อวานนี้ (๒๓ มกราคม) ว่าในวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๖ ตนจะลงไปร่วมงานพระราชทานดินแก่นายชลธีฯ ซึ่งเสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนี้ และจะประชุมครูและผู้บริหารในพื้นที่เกี่ยวกับมาตรการรักษาความปลอดภัย


อย่างไรก็ตามทุกครั้งที่ครูใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เสียชีวิต ทางสมาพันธ์ครูสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็จะมีการตั้งกรรมการขึ้นมาตรวจสอบสาเหตุของการถูกลอบทำร้ายทุกครั้ง ซึ่งตนจะรอดูผลสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว หากสาเหตุการถูกลอบทำร้ายไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นฝีมือของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ก็คงต้องมีการปรับมาตรการรักษาความปลอดภัยให้เข้มข้นมากขึ้นไปอีก เพราะในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันนั้นเกิดเหตุการณ์ครูถูกทำร้ายเสียชีวิตแล้วถึง ๒ ครั้ง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการรักษาความปลอดภัยในโรงเรียนยังคงมีจุดอ่อน สำหรับเหตุการณ์ของนายชลธีฯ ที่เกิดล่าสุดนั้น พบว่าเป็นช่วงระยะเวลาที่ไม่มีเวรยาม เพราะผู้รักษาเวรยามออกไปรับประทานอาหารกลางวัน โดยผู้ก่อเหตุได้ปลอมตัวเป็นชาวบ้านเข้ามาในโรงเรียน


ดร.พวงเพ็ชร ชุนละเอียด ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยเพิ่มเติมถึงแนวทางการช่วยเหลือเยียวยาและพัฒนาคุณภาพการศึกษาในชายแดนภาคใต้ว่า เมื่อวันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๕๖ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ประชุมหารือกับคณะผู้บริหารการศึกษาใน ๓ จังหวัดชายแดนใต้ เกี่ยวกับข้อเสนอจากข้าราชการ ครู และบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่ รวมทั้งแนวทางการให้ความช่วยเหลือเยียวยา สร้างขวัญกำลังใจแก่ครูและบุคลากรในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงภัย โดยได้หารือในประเด็นต่างๆ ดังนี้


ประเด็นที่ ๑ เรื่องเงินเพิ่มค่าเสี่ยงภัย ๓,๕๐๐ บาท


ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายอยู่ ๒ กลุ่ม คือ กลุ่มที่ ๑) กลุ่มที่ได้รับอยู่แล้ว ๒,๕๐๐ บาท ซึ่งมีอยู่ประมาณ ๒๙,๐๐๐ คน โดยขอเพิ่มให้อีกคนละ ๑,๐๐๐ บาท รวมเป็น ๓,๕๐๐ บาท กลุ่มที่ ๒) กลุ่มที่ยังไม่ได้รับเลยประมาณ ๖,๐๐๐ คน โดยขอให้ได้รับคนละ ๓,๕๐๐ บาท


ที่ประชุมมีความเห็นว่า ในหลักการเพิ่มให้ทุกคนๆ ละ ๑,๐๐๐ บาท เรียกว่าเป็นเงินเร่งรัดพัฒนาคุณภาพการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ดังนั้นกลุ่มที่ ๑ ควรจะได้รับเงินจำนวน ๓,๕๐๐ ตามที่เสนอขอ ส่วนกลุ่มที่ ๒ ได้เห็นชอบกำหนดแนวทางให้ได้รับในส่วนของ ๒,๕๐๐๐ บาท เช่นเดียวกับกลุ่มที่ ๑ แต่ต้องมีการแก้ไขระเบียบเดิมที่ได้รับจาก ๒,๕๐๐ บาท เพื่อให้กลุ่มนี้มีสิทธิ์ได้รับด้วย หรืออาจให้กลุ่มนี้ได้รับเงินช่วยการศึกษาเงินเร่งรัดพัฒนาคุณภาพการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้รวมเป็น ๓,๕๐๐ บาท โดยมอบให้สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลับไปพิจารณาแนวทางอีกครั้งหนึ่ง


ประเด็นที่ ๒ เรื่องเงินเยียวยาครูและบุคลากรที่เสียชีวิต


จาการที่ครูและบุคลากรในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ได้เสนอขอเพิ่มนั้น ที่ประชุมเห็นด้วยในหลักการการเพิ่มเงินเยียวยา แต่จะได้รับการเยียวยาเป็นจำนวนเงินเท่าไรนั้น ขอให้กลับไปพิจารณาในรายละเอียดการเยียวยาของกลุ่มบุคลากรภาครัฐอื่นๆ ด้วย เช่น กลุ่มทหาร ตำรวจ ฯลฯ เพื่อให้ได้รับไม่แตกต่างกันมากนัก


ประเด็นที่ ๓ เรื่องเงินอุดหนุนโรงเรียนเอกชนสามัญ


ซึ่งได้เสนอขอเพิ่มจากปัจจุบันที่ได้รับ ๗๐% โดยจะขอเพิ่มเป็น ๑๐๐% แต่ที่ประชุมเห็นสมควรให้เพิ่มเป็น ๘๕% ก่อน โดยมีเงื่อนไขในการให้มีการเร่งรัดคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเพิ่มขึ้น เช่น ค่า O-Net ต้องเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ๒% ในขณะที่เป้าหมายเฉลี่ยของ สพฐ.อยู่ที่ ๔% หรือเกณฑ์อื่นๆ ที่กำหนดไว้เป็นเงื่อนไขเพิ่มเติม เช่น ความโปร่งใสในการบริหารจัดการเงินอุดหนุน เป็นต้น โดยเงื่อนไขในการรับเงินอุดหนุนรายหัวจะเริ่มในปีการศึกษา ๒๕๕๖


ประเด็นที่ ๔ เรื่องการสร้างหอพักให้ผู้เรียนในสถาบันศึกษาปอเนาะ


นางพนิตา กำภู ณ อยุธยา ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้เสนอว่า จากการไปตรวจเยี่ยมหอพักในสถาบันศึกษาปอเนาะหลายแห่งมีสภาพทรุดโทรม จึงเห็นควรปรับปรุงโดยจัดสร้างหอพักให้จังหวัดละ ๒ แห่ง รวมทั้งสิ้น ๖ แห่ง ซึ่งที่ประชุมเห็นด้วยในหลักการ เพราะจะทำให้คุณภาพเด็กดีขึ้น และผู้เรียนก็จะได้รับความปลอดภัยในการเดินทางมากขึ้น รวมทั้งผู้เรียนมีโอกาสเรียนเพิ่มเติมหลังเลิกเรียน อย่างไรก็ตาม การสร้างหอพักนั้นจะต้องมีการกำหนดหลักเกณฑ์ในเรื่องของการบริหารจัดการหอพัก เพื่อให้ผู้เรียนได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ รวมทั้งจะต้องให้มีการจัดกิจกรรมเสริมต่างๆ ในหอพัก พร้อมทั้งให้รัฐเข้าไปกำกับดูแลได้ตามความเหมาะสมด้วย


ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มอบให้ สป.ศธ. สรุปประเด็นต่างๆ ดังกล่าว เพื่อเสนอให้คณะกรรมการเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) พิจารณา ก่อนที่จะเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป


บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน
24/01/2556