ค่ายเยาวชนหุ่นยนต์ลดโลกร้อน เด็กไทย(ก็)ทำได้!!

 

ค่ายเยาวชนหุ่นยนต์ลดโลกร้อน เด็กไทย(ก็)ทำได้!!

ทรานซ์ฟอร์เมอร์ โดราเอมอน วอลล์-อี กันดั้มส์ ล้วนแล้วแต่เป็นหุ่นยนต์ที่ถูกสร้างขึ้นจากจิตนาการในภาพยนตร์ และการ์ตูน ที่น้อยคนจะไม่รู้จัก แม้จะต่างกันด้วยรูปร่างหน้าตา และเรื่องราวเนื้อเรื่อง แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ ทุกตัวเป็นหุ่นยนต์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อช่วยเหลือมนุษย์ หรือเพื่อปกป้องโลก จนได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กหลายคนฝันว่า “สักวันเขาจะสร้างหุ่นยนต์ซักตัวเพื่อปกป้องโลก”

เมื่อเร็วๆ นี้ “วัน-ทู-คอล!” ร่วมกับ “กลุ่มนักศึกษา และอาจารย์จากภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.)” จัดโครงการ “KMUTNB One-2-Call! Robot Camp 2008” เพื่อสร้างจุดเริ่มต้นให้เด็กไทยได้ใช้ไอเดียสร้างสรรค์อย่างอิสระ และมีโอกาสทำฝันให้เป็นจริง นั่นคือ…ลงมือ “สร้างหุ่นยนต์ปกป้องโลกด้วยมือของพวกเขาเอง”

“นายวินชัย วันวัฒน์สันติกุล” ผู้จัดการฝ่ายการตลาด วัน-ทู-คอล! กล่าวว่า “การจัดโครงการค่ายเยาวชนหุ่นยนต์ เป็นการร่วมมือที่สำคัญของภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาที่มีความชำนาญในการถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนได้เรียนรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และเพิ่มประสบการณ์จริงเกี่ยวกับการประดิษฐ์หุ่นยนต์ ไปพร้อมกับส่งเสริมการใช้จินตนาการด้านการประดิษฐ์ โดยสนับสนุนให้เยาวชนได้มีโอกาสแสดงความคิดสร้างสรรค์อย่างอิสระ และมีเวทีให้พวกเขาได้ทำฝันให้เป็นจริง แม้จะเป็นแค่จุดเริ่มต้นของเส้นทางนักพัฒนาหุ่นยนต์ก็ตาม”

แคมป์ KMUTNB One-2-Call! Robot Camp 2008 ได้ต้อนรับเยาวชนกว่า 200 คน จากโรงเรียนมัธยมศึกษาทั่วประเทศ ที่มาใช้ชีวิตร่วมกันตลอด 5 วัน เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับหุ่นยนต์ประเภทต่างๆ อุปกรณ์ที่จำเป็นในการสร้างหุ่นยนต์เบื้องต้น วิธีการเขียนคำสั่งการให้หุ่นยนต์ทำสิ่งต่างๆ ที่เราต้องการ และภารกิจสำคัญที่ทุกกลุ่มต้องทำก็คือ ทำหุ่นยนต์ที่สร้างขึ้นภายใต้คอนเซ็ปท์ “หุ่นยนต์ลดโลกร้อน” ไปแข่งขันกับเพื่อนๆ ในโครงการทั้งหมดในวันสุดท้ายของการอยู่แคมป์

“สำหรับโจทย์การสร้างหุ่นยนต์ที่นักเรียนในระดับมัธยมต้นต้องทำให้สำเร็จคือ สร้างหุ่นยนต์บังคับที่สามารถออกคำสั่งให้ยิงเลเซอร์ไปที่เป้า 3 จุด และบังคับให้หุ่นยนต์ไปตามเส้นทางที่กำหนดให้เร็วที่สุด ผ่านการเขียนโปรแกรมการตรวจจับด้วยเซ็นเซอร์ พวกเขาจะต้องสร้างหุ่นยนต์ที่บังคับด้วยโทรศัพท์มือถือผ่านระบบ GPRS เพื่อให้หุ่นยนต์เก็บขยะไปไว้ในพื้นที่ที่กำหนดให้ได้มากที่สุด”

ปรากฏว่าทีมผู้ชนะเลิศในระดับมัธยมต้นเป็นทีมของสาวน้อยผู้คลั่งไคล้ในหุ่นยนต์จากโรงเรียนอุตรดิตถ์ดรุณี จ.อุตรดิตถ์ โดย “น้องมุข” หรือ “ด.ญ.วัชราภรณ์ แก้วคงขำ” ตัวแทน “ทีม Justice” ทีมชนะเลิศ เล่าให้ฟังถึงประสบการณ์ครั้งแรกของการสร้างหุ่นยนต์ที่สามารถเคลื่อนที่ได้ว่า “หนูได้เรียนรู้ประสบการณ์มากมายจากการมาเข้าแคมป์ในครั้งนี้ เห็นสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ มีเพื่อนใหม่ๆ และที่สำคัญคือได้รู้วิธีการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อบังคับหุ่นยนต์ ทำให้รักหุ่นยนต์มากขึ้น รู้สึกว่าไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่เคยคิดค่ะ”

ส่วน “น้องทราย” หรือ “ด.ญ.ภัณฑิรา คำน้อย” อีกหนึ่งสมาชิกของทีม Justice เล่าความฝันของเธอว่า “อยากสร้างหุ่นยนต์ที่ทำจากวัสดุที่ไม่ส่งผลเสียต่อโลก เพราะว่าโลกมันร้อนอยู่แล้ว และหน้าที่ก็คือเป็นหุ่นยนต์ที่มาทำงานที่อันตรายแทนมนุษย์ เช่น การเก็บขยะที่เป็นวัตถุมีพิษ”

สำหรับผู้ชนะในระดับมัธยมปลาย เป็น “ทีมจอมยุทธ์” จากโรงเรียนจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย จ.พิษณุโลก โดย “เกน จินตกะวงส์” สมาชิกของทีมจอมยุทธ์ บอกว่า “คิดว่าจะเอาความรู้ในการเข้าร่วมกับโครงการไปต่อยอดในโครงงานวิทยาศาสตร์ที่โรงเรียน สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ผมได้จากโครงการนี้คือ ความภูมิใจในผลงาน การสร้างหุ่นยนต์ครั้งแรกในชีวิต”

ขณะที่อีกหนึ่งหนุ่ม “จาตุรนต์ มีรัตน์” หรือ”ฟ้า” จากทีมเดียวกัน ได้เล่าถึงเทคโนโลยีที่เขาอยากสร้างให้เกิดขึ้นจริงในอนาคตว่า “ผมมีความสนใจเกี่ยวกับเครื่องบิน พอได้มาเข้าแคมป์ และได้เห็นวิวัฒนาการของหุ่นยนต์ที่มีอยู่ เลยอยากที่จะนำเทคโนโลยีการบิน และหุ่นยนต์มาผสมกัน เป็นหุ่นยนต์ที่บินได้ เพื่อไปสำรวจที่ต่างๆ หรือการหาทรัพยากรใหม่”

ไม่เพียงนักเรียนกว่า 200 คน ที่มาร่วมโครงการ “KMUTNB One-2-Call! Robot Camp 2008” จะได้เรียนรู้ประสบการณ์สร้างหุ่นยนต์เท่านั้น นักศึกษารุ่นพี่จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มจพ.อีกกว่า 200 ชีวิต ที่รับบทเป็นออกาไนเซอร์เอง ตั้งแต่การวางแผน ดำเนินการจัดการฝึกอบรม สร้างกิจกรรม และการแข่งขันให้กับรุ่นน้อง ก็ยังได้เรียนรู้ และมีประสบการณ์ในการจัดงานที่ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจจากทุกฝ่ายอีกด้วย

“เจษฎา กาญจนไพจิตร์” นักศึกษาปี 4 ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ หัวหน้าทีมนักศึกษาที่ร่วมกันจัดค่ายกิจกรรม บอกว่า “การจัดแคมป์นี้ ถือเป็นการสร้างประสบการณ์ให้กับทีมงานผู้จัดซึ่งล้วนเป็นนักศึกษา ให้ได้มีโอกาสเรียนรู้ในด้านการทำงานเป็นทีม ช่วยเหลือกันและกันในกลุ่ม และระหว่างกลุ่ม การประสานงาน ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ที่สำคัญอย่างยิ่งเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับพวกเราก่อนก้าวไปสู่โลกการทำงานจริงในอนาคตอันใกล้”

“ฟังสิ่งที่น้องๆ สะท้อนออกมาแล้ว บอกได้เลยว่า “เด็กไทยทำได้” !!”

หน้า 23