คำให้การของ“วิวัฒน์” อันดับ 1 เนติฯของประเทศ

คำให้การของ“วิวัฒน์” อันดับ 1 เนติฯของประเทศ

 src=

รูปภาพประกอบข่าว

นับเป็นหนึ่งในบทพิสูจน์ ว่าสุภาษิตเก่าๆ ของไทย ที่ว่า “ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่นยังคงใช้ได้จริง เช่นวิวัฒน์ สรรพคุณบัณฑิตเกียรตินิยม คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ(มกท.) ที่เจ้าตัวได้ใช้ความพยายามหลังศึกษาจบคณะนิติศาสตร์ ทำคะแนนสอบความรู้ชั้นเนติบัณฑิต ภาค 1 และ ภาค 2 สมัย 61 ประจำปีการศึกษา 2551 ได้คะแนนเป็นอันดับ 1 จากผู้สมัครสอบประมาณ 27,000 คน ด้วยคะแนนสูงถึง 318 คะแนน จากคะแนนเต็ม 400 คะแนน และถือเป็นบัณฑิตจากรั้วมหาวิทยาลัยเอกชนคนแรกที่สอบได้คะแนนเนติฯ เป็นอันดับ 1

 

วิวัฒน์ เปิดเผยเทคนิคพิชิตข้อสอบเนติฯ ที่หินเรียกพี่ว่า ตนเองเป็นเพียงนักศึกษาธรรมดาที่ไม่ได้เก่งมาจากไหน สมัยเรียนมัธยมฯ หรือแม้แต่อุดมศึกษาก็ยังใช้ชีวิตตามวัยรุ่นทั่วไป คือ ชอบเที่ยว ชอบสนุก ติดเพื่อน แต่ที่สามารถประสบความสำเร็จได้ นั่นเป็นเพราะรู้จักตัวเองและหาแนวทางให้เข้ากับตัวเอง

 

ตอน ม.ปลายผมเป็นนักเรียนสายวิทย์ แต่เมื่อจบจากโรงเรียนเดิมแล้ว ก็รู้สึกว่าตัวเองเบื่อการจำสูตรโน่นสูตรนี่ทีละมากๆ ประกอบกับรู้ตัวว่าเป็นคนที่ไม่ชื่นชอบภาษาเอาเสียเลย จึงจำเป็นต้องหาทางเลี่ยง ผมคิดเอาเองว่าถ้าหากฝืนตัวเอง อาจทำให้ผลการเรียนออกมาย่ำแย่


ผมก็เริ่มหาข้อมูลว่าความชื่นชอบของเรานั้นตรงกับสาขาวิชาใด หลังจากที่พิจารณาแล้วก็พบว่านิติศาสตร์คือแนวทางของเรา และเป็นจังหวะดีที่ญาติของผมเรียนนิติศาสตร์อยู่ที่ ม.กรุงเทพอยู่แล้ว ผมก็เลยมาสมัครนิติศาสตร์ ม.กรุงเทพ

วิวัฒน์ เล่าต่อว่า ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีพื้นฐานทางกฎหมายมาก่อน แต่ได้ใช้เวลาหาความรู้จากคดีความตามหน้าข่าวประจำวัน และที่สำคัญที่เป็นจุดเปลี่ยนทำให้เริ่มชื่นชอบศาสตร์ด้านนิติอย่างจริงจังคืออาจารย์ผู้สอน

อาจารย์จะทำการบ้านมาก่อนสอนเสมอ เช่น ถ้าช่วงนี้มีคดีความไหนน่าสนใจ อาจารย์ก็จะบอกว่าให้สนใจตรงไหน ให้ตั้งข้อสังเกตอย่างไร นั่นทำให้ผมรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่สนุก ใกล้ตัว และทำให้เราให้ความสำคัญมากขึ้น

 

เมื่อสนุกกับการเรียนแล้ว เทคนิคที่จะต้องเพิ่มเข้ามาคือ หาวิธีเรียนที่เหมาะกับตัวเองวิวัฒน์ แนะนำว่า เราต้องรู้จักตัวเองก่อน แล้วหาวิธีเรียนให้ตรงตามความต้องการของเรา โดยวิธีของเขา คือ ศึกษาวิธีการเรียนของผู้ที่สอบได้อันดับ 1 ของทุกปีว่าเขาทำอย่างไร เช่น บางคนก็บอกให้อ่านหนังสือหนัก แต่บางคนก็กลับแนะนำให้เข้าเรียนในห้องมากกว่า

ผมเป็นคนที่ไม่ชอบการอ่านอยู่แล้ว จึงเลือกวิธีการตั้งใจเรียนในห้อง เพราะอาจารย์ย่อมมีประสบการณ์มากกว่าผมแน่ เวลาท่านเน้นตรงไหน ย้ำตรงไหน ผมก็มักจะให้ความสำคัญส่วนนั้นมากเป็นพิเศษ ช่วงก่อนสอบเนติฯ ผมก็จะสรุปการบรรยายในห้องเรียนให้ทันแต่ละสัปดาห์ ไม่หมกเอาไว้แล้วมาสรุปทีหลัง เพราะรู้ตัวว่า ทิ้งไว้นานแล้วจะไม่ตื่นตัว และก็ทำอย่างนี้ทุกรายวิชากฎหมายทั้งแพ่ง พาณิชย์ กฎหมายพิเศษ กฎหมายอาญา”วิวัฒน์ถ่ายทอด และไม่สงวนลิขสิทธิ์หากใครจะนำแนวคิดของตนไปปฎิบัติตาม แต่ขอให้ตั้งใจจริง

 

ตอนนี้วางไว้ว่า อยากจะเรียนต่อในระดับปริญญาโท และมีเป้าหมายสูงสุดในชีวิตคือได้เป็นอัยการ เพราะส่วนตัวอยากยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือคนที่ตกทุกข์ หน้าที่อัยการก็น่าที่จะตอบสนองความต้องการตัวเองได้ เพราะหน้าที่นี้นอกจากจะใช้หลักมนุษยธรรม ยังทำให้ผมมีโอกาสเป็นผู้ฟังเสียงฝั่งคนที่ได้รับความเสียหายมากกว่า ฉะนั้นหน้าที่อัยการน่าจะตอบโจทย์ผมได้ดีที่สุด และที่สำคัญคงทำให้ความขยันของผมไม่สูญเปล่าและได้ใช้ประโยชน์แน่นอนวิวัฒน์สรุป

 

แหล่งที่มาของข่าว :  หนังสือพิมพ์ผู้จัดการออนไลน์