ความผิดพลาดที่ควรเรียนรู้ในการพัฒนา ICT เพื่อการศึกษา

ความผิดพลาดที่ควรเรียนรู้ในการพัฒนา ICT เพื่อการศึกษา



เสถียร  อุสาหะ
นักวิชาการศึกษา ชำนาญการพิเศษ
ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร   สป.ศธ.
  





       ในการดำเนินงานโดยทั่วๆไปให้ประสบความสำเร็จโดยรวดเร็ว นั้น คนส่วนใหญ่มักจะเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้ที่เคยปฏิบัติงานในลักษณะเดียวกัน หรือคล้ายๆกันและได้ประสบความสำเร็จมาแล้ว หรือที่เรียกกันว่าเรียนรู้จาก Best Practices  และนำแนวทางที่ประสบความสำเร็จดังกล่าวมาประยุกต์ใช้กับงานของตน แต่ในบทความนี้ได้นำเสนอแนวทางปฏิบัติที่ตรงข้ามกัน คือเป็นการเสนอแนวทางปฏิบัติที่จะไม่ก่อให้เกิดความสำเร็จของงาน หรือ Worst Practices โดยมีความประสงค์ที่นำเสนอ Worst Practices นั้นเพื่อเป็นการย้ำเตือนสติให้ผู้ปฏิบัติงานหลีกเลี่ยง ไม่ทำผิดซ้ำแล้วซ้ำอีกเหมือนกับผู้ที่เคยใช้แนวทางนี้และไม่ประสบความสำเร็จมาแล้ว สำหรับความผิดพลาดที่ควรเรียนรู้ในการพัฒนา ICT เพื่อการศึกษา ที่นำเสนอในครั้งนี้ก็เพื่อเป็นการเตือนให้ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับงานดังกล่าว พึงระวังหรือหลีกเลี่ยงในการพัฒนา ICT เพื่อการศึกษาตามแนวทางดังต่อไปนี้

 






1. การทุ่มคอมพิวเตอร์ลงไปยังสถานศึกษาเป็นจำนวนมาก โดยคาดหวังว่าการพัฒนา ICT เพื่อการศึกษา จะเกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ


           
        สิ่งที่เป็นความผิดพลาดร่วมสมัย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ที่หน่วยงานในส่วนกลาง โดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐ ที่รีบเร่งจัดสรรคอมพิวเตอร์เป็นจำนวนมากลงไปสู่สถานศึกษาโดยขาดการเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้านครูผู้สอน และด้านหลักสูตรในสถานศึกษา และผู้จัดสรรให้คาดหวังว่หหากจัดสรรคอมพิวเตอร์ไปให้แล้ว ก็ช่วยให้การเรียนรู้ ด้วย ICT เกิดขึ้นเองได้อย่างอัตโนมัติในสถานศึกษาทุกแห่ง แต่ในสภาพความเป็นจริงแล้ว วิธีการนี้อาจจะเป็นทุกข์ลาภสำหรับสถานศึกษาที่ยังไม่มีความพร้อมในด้านต่างๆเนื่องจากเมื่อสถานศึกษาได้รับคอมพิวเตอร์แล้ว แต่ยังไม่สามารถใช้ในการเรียนการสอนได้อย่างเต็มที่ตามวัตถุประสงค์ ซ้ำยังจะต้องคอยระวังและเก็บรักษาครุภัณฑ์ของรัฐดังกล่าวไว้ไม่ให้สูญหายและชำรุดก่อนที่จะนำไปใช้งานจริง ความผิดพลาดนี้มักจะพบเห็นบ่อยๆในในประเทศด้อยพัฒนา และประเทศที่กำลังพัฒนาซึ่งรัฐบาลหวังผลทางการเมืองจากการกระทำดังกล่าว เป็นสิ่งที่ควรตระหนักเป็นอย่างมากเพราะผลที่ได้รับจะไม่คุ้มค่ากับเงินงบประมาณจำนวนมากที่ลงทุนไป เหตุการณ์ในลักษณะนี้ได้เคยเกิดขึ้นแล้วในประเทศไทยในอดีต แต่ก็นับว่าโชคดีที่ได้รับการปรับปรุงแก้ไขแล้วในขณะนี้ 






2. ส่งเสริมความเท่าเทียมทางการศึกษาทั้งสถานศึกษาในเมืองและชนบท โดยกำหนดมาตรฐานการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยรูปแบบเดียวกันในสถานศึกษาทุกแห่ง

       
            ด้วยความมุ่งมั่นของนักการศึกษาและหน่วยงานภาครัฐที่ต้องการสร้างให้เกิดความเท่าเทียมกันในสถานศึกษาทุกแห่ง ทั้งในชนบทและในเมือง จึงได้เสาะแสวงหานวัตกรรมด้าน
ICT  ที่ใช้ได้ผลดีจากประเทศที่พัฒนาแล้ว และได้นำเข้ามาใช้งานพร้อมทั้งประกาศใช้นวัตกรรมดังกล่าวทั่วประเทศ โดยคาดหวังว่าจะช่วยพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน และเป็นการสร้างมาตรฐานและความเท่าเทียมกันทางการศึกษาของสถานศึกษาทั้งในเมืองและชนบทห่างไกล ซึ่งเป็นการถ่ายโอนเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้โดยตรงโดยไม่ได้คำนึงถึงความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน ของครู ของหลักสูตรและสภาพความพร้อมในด้านอื่นๆของสถานศึกษา และสุดท้ายผลลัพธ์ที่เกิดตามมา คือ ความล้มเหลวในการใช้งานเทคโนโลยีที่ทันสมัยดังกล่าวในสถานศึกษาส่วนใหญ่ และเมื่อพิจารณาถึงสาเหตุของความล้มเหลวนี้แล้ว พบว่าการนำเทคโนโลยี ICT ที่ทันสมัยมาใช้งานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดนั้น  หน่วยงานหรือสถานศึกษาส่วนใหญ่ยังไม่มีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่นความมีเสถียรภาพของกระแสไฟฟ้าที่จะใช้งานกับอุปกรณ์ICT  การฝึกอบรมความรู้ด้านICTให้ครูยังไม่ทั่วถึง มีเนื้อหาการเรียนการสอนที่อิงหรือผูกติดกับเทคโนโลยี ICT ที่ทันสมัยมากเกินไป หรือขาดอุปกรณ์ที่ทันสมัย และรองรับกับการใช้งานร่วมกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ เป็นต้น ซึ่งสิ่งดังกล่าวจะเป็นข้อจำกัดสำหรับสถานศึกษาทั่วไปส่วนใหญ่ของแต่ละประเทศ ดังนั้นการพิจารณาปรับปรุงและประยุกต์เทคโนโลยีที่ทันสมัยให้เหมาะกับสถานศึกษาในแต่ละภูมิภาค จึงเป็นสิ่งที่ควรตระหนักและให้ความสำคัญ 


 




3. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเนื้อหาวิชา (Content) น้อยกว่าการจัดหาฮาร์ดแวร์ของคอมพิวเตอร์ ให้สถานศึกษา 
           
ตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้นว่าการจัดหาฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ และโครงสร้างพื้นฐานให้หน่วยงานต่างๆนั้น เป็นการลงทุนที่องค์กรส่วนใหญ่ให้ความสำคัญและเห็นว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนในการดำเนินการ   เพื่อให้สถานศึกษามีความพร้อมในด้านเครือข่ายคอมพิวเตอร์
(computer network) ที่มีความเร็วสูง มีเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายที่มีประสิทธิภาพสูงสามารถเก็บข้อมูลได้จำนวนมากพร้อมทั้งสามารถประมวลผลได้อย่างรวดเร็ว  และเมื่อเงินงบประมาณเหลือจากการจัดหาฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์แล้ว จึงนำจัดสรรเพื่อลงทุนในการพัฒนาเนื้อหาวิชา (content) สื่อการเรียนการสอนในระบบ ICT  ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการวางแผนที่ไม่น่าจะถูกต้อง ที่ให้ความสำคัญของการพัฒนา Content น้อยกว่าการจัดกาฮาร์ดแวร์ ดังมีคนได้พูดเปรียบเปรยว่า การลงทุนด้านฮาร์ดแวร์และโครงการพื้นฐานเหมือนการสร้างถนนหนทางให้รถยนต์วิ่ง แต่ขาดการพัฒนาสื่อICT ในเนื้อหาวิชาต่างๆที่เปรียบเสมือน ขาดรถยนต์วิ่งบนถนนน้อยมาก จึงเป็นการลงทุนลงทุนที่ไม่คุ้มค่า ดังนั้นการวางแผนพัฒนาทั้งด้านการจัดหา ฮาร์ดแวร์/โครงสร้างพื้นฐาน และเนื้อหา วิชา (Educational Content) ควรดำเนินไปพร้อมๆกัน และต้องให้ความสำคัญเท่าเทียมกัน เพื่อให้ครูและนักเรียนได้มีสื่อการเรียนการสอน
ICT ในวิชาต่างๆ ใช้งานได้ควบคู่กับการมีคอมพิวเตอร์เละเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในสถานศึกษา 

 





4. ส่งเสริมการใช้งานสื่อการเรียนการสอน ICT โดยไม่คำนึงถึงมาตรฐานและข้อจำกัดของการใช้งานในสถานศึกษาแต่ละแห่ง


สื่อการเรียนการสอน ICT สำเร็จรูปไม่ใช่เสื้อโหลที่ผลิตขึ้นมาแล้ว
สามารถใช้ได้ทั่วไปในทันทีทันใด แต่สื่อการเรียนการสอน
ICT
สำเร็จรูปที่ประสบความสำเร็จในการใช้งาน
ในสถานศึกษาแห่ง
หนึ่งแล้ว แต่อาจจะไม่สามารถประสบความสำเร็จเหมือนกับเปิดปุ๊บ
ติดปั๊บเมื่อนำไปใช้งานในสถานศึกษาแห่งอื่นๆ เนื่องจากสถาน
ศึกษาแต่ละแห่งมีความพร้อมต่างกันในด้านอุปกรณ์ ครูผู้สอน วิธี
การสอน และวัฒนธรรมการเรียน การสอน ดังนั้นก่อนที่จะนำ
เทคโนโลยีที่ทันสมัยดังกล่าวมาใช้งาน จะต้องสำรวจประสิทธิภาพ
และความพร้อมของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และโครงสร้างพื้นฐานที่
จะรองรับเทคโนโลยีหรือสื่อการเรียนการสอนนั้นๆ ก่อน นอกจากความพร้อมด้านฮาร์ดแวร์แล้ว
จะต้องเตรียมความพร้อมของครูผู้สอนที่จะใช้งานสื่อดังกล่าวด้วย โดยฝึกอบรมครู หรือผู้อื่นที่ใช้
งานให้มีความรู้ความเข้าใจ และรู้จักเทคนิคในการใช้สื่อ พร้อมทั้งรู้จักปรับเปลี่ยนวิธีการเรียน
การสอน และเนื้อหาวิชาให้สอดคล้อง กับการใช้สื่อนี้ด้วย
และหากเป็นไปได้ที่สามารถฝึกอบรม
ครูให้สามารถผลิตสื่อการเรียนการสอน
ICT ได้ด้วยตนเองก็จะทำให้ครูสามารถสร้างและปรับสื่อ
ดังกล่าวให้เหมาะกับชั้นเรียนแต่ละชั้น ที่ความสามารถของผู้เรียนมีแตกต่างกัน และมีประเด็น
ปัญหาของแต่ละเนื้อหาที่แตกต่างกัน เปรียบเสมือนสอนให้ครูรู้จักวิธีการตกปลาได้เอง แทนที่จะ
จับปลาให้ครูตลอดเวลา จนเขาไม่สามารถพึ่งตนเองได้
 


 





5. ละเลยการติดตาม และประเมินผล ถึงผลกระทบที่สำคัญต่อการใช้ ICT เพื่อการศึกษา                  
              



            โครงการพัฒนา ICT เพื่อการศึกษาเป็นโครงการที่ทุกรัฐบาลให้ความสนใจและให้การสนับสนุนงบประมาณที่สูงมาก ดังนั้นการติดตามประเมินผลโครงการจึงมีความจำเป็นมาก เพื่อได้ทราบผลลัพธ์ (Outcome) และผลสะท้อนกลับ (Feedback) จากผลการดำเนินงาน แต่การติดตามประเมินผลโครงการนี้ส่วนใหญ่มักจะสอบถามในเชิงปริมาณ เช่น จำนวนฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ที่มีอยู่ในขณะนี้ และจำนวนครูที่ผ่านการฝึกอบรมครู  เป็นต้น เนื่องจากสามารถจัดเก็บข้อมูลได้ง่าย แต่การติดตามประเมินผลโครงการในเชิงคุณภาพจะมีขั้นตอนในการดำเนินงานค่อนข้างยุ่งยากกว่า เช่นการศึกษาเกี่ยวกับ การเปลี่ยนแปลงทัศนคติของครู นักเรียนที่มีผลเกิดจากการใช้ ICT เพื่อการศึกษา ผลกระทบที่สำคัญของการใช้ ICT เพื่อการศึกษา เป็นต้น ซึ่งการศึกษาในลักษณะนี้ยังมีค่อนข้างน้อย แต่เป็นผลวิจัยที่สำคัญในการพัฒนา ICT เพื่อการศึกษาโดยตรง


 






6. การตัดสินใจนำเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดมาใช้งาน โดยไม่ได้คำนึงว่าผ่านการรับรองมาตรฐาน สากลแล้วหรือไม่           



          ในยุคปัจจุบันนี้ การพัฒนาเทคโนโลยีเป็นไปค่อนข้างเร็วมาก โดยเฉพาะด้าน ICT ซึ่งแต่ละปีจะมีทั้ง ฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ใหม่ๆ ออกสู่ท้องตลาดให้เลือกใช้มากมาย ซึ่งจะมีทั้งที่ผ่าน และไม่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล และแต่ละผลิตภัณฑ์ได้ทุ่มโฆษณามากมายเพื่อเพิ่มยอดขาย จึงอาจจะมีผู้บริหารบางคนที่เชื่อคำโฆษณาที่เกินจริงของเทคโนโลยีที่ทันสมัยดังกล่าว และต้องการให้หน่วยงานของตนได้รับการยกย่องว่าเป็นหน่วยงานที่เป็นผู้นำในการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย จึงยอมเสี่ยงที่จะลงทุนด้วยงบประมาณที่สูงเพื่อจัดหาเครื่องมือที่เชื่อว่ามีความทันสมัยมาใช้งานทันที โดยไม่ได้พิจารณาอย่างรอบคอบถึงคุณสมบัติและข้อจำกัดของการใช้เทคโนโลยีนี้ว่าจะ รองรับกับฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ที่มีอยู่เดิมหรือไม่ และระบบงานที่นำมาใช้สามารถรองรับการเชื่อมต่อและใช้งานร่วมกับระบบอื่นๆได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งมีข้อสังเกตว่าในปัจจุบันนี้ระบบใหม่ๆมักจะเป็นระบบปิด ไม่สามารถจะใช้งานและเชื่อมต่อกับระบบเดิมที่ใช้อยู่เดิมได้ ที่เป็นเช่นนี้อาจจะเนื่องจากระบบใหม่ที่ออกสู่ท้องตลาดต้องการสร้างเอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ ดังนั้นผู้ใช้งานโดยเฉพาะผู้บริหารจะต้องมีความรู้ และมีวิสัยทัศน์ในการเลือกใช้ ICT เป็นอย่างดี


 





7. ขาดความรอบคอบในการประมาณการงบลงทุนทั้งหมดให้ครอบคลุมทั้งโครงการ
     

            โครงการพัฒนา
ICT เพื่อการศึกษาในบางโครงการ อาจจะมีการประมาณการงบประมาณค่าใช้จ่ายไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดของโครงการ ความผิดพลาดนี้อาจจะเกิดขึ้นจากความไม่รอบครอบของเจ้าของโครงการที่มองเห็นแต่ค่าใช้จ่ายในการจัดหาฮาร์ดแวร์ เนื่องจากเป็นสิ่งที่เป็นรูปธรรมที่เห็นได้ชัดและง่ายในการประมาณราคา แต่มองข้าม หรือประมาณการงบประมาณไว้ค่อนข้างต่ำในส่วนของการพัฒนาหรือจัดหาซอฟต์แวร์ การฝึกอบรม และการบริหารจัดการโครงการ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ค่อนข้างเป็นรูปธรรมที่ประมาณการได้ยาก  ซึ่งเมื่อพิจารณามูลค่าทั้งหมดของโครงการ พัฒนา ICT เพื่อการศึกษา โดยทั่วๆ ไปแล้ว พบว่า มูลค่าของฮาร์ดแวร์ส่วนใหญ่จะมีค่าสูงเพียงร้อยละ 10-25 เท่านั้นเมื่อเทียบกับมูลค่าทั้งหมดของโครงการ ดังนั้นหากมีการประมาณการที่ผิดพลาดตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ก็จะทำให้ขาดงบประมาณอีกเป็นจำนวนมากที่จะทำให้โครงการด้าน ICT เพื่อการศึกษาดังกล่าวสามารถดำเนินการได้บรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ 

 






8. มีความเข้าใจว่าจะช่วยให้เกิดความเท่าเทียมกันในสังคม


           
           
หน่วยงานของทั้งภาครัฐและเอกชนหลายหน่วยงานมีการลงทุนพัฒนา
ICT เพื่อการศึกษา ในสถานศึกษาแต่ละแห่ง ด้วยงบประมาณที่ค่อนข้างสูง โดยมีวัตถุประสงค์ประการหนึ่ง เพื่อต้องการจะเสริมสร้างความเท่าเทียมกันของสถานศึกษาในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค โดยเฉพาะสถานศึกษาในชนบท นโยบายดังกล่าวหากมองอย่างผิวเผินแล้ว คนส่วนใหญ่ก็มักจะเชื่อ และยอมรับว่า วิธีการนี้สามารถสร้างความเท่าเทียมกันได้จริง แต่อันที่จริงแล้วความฝันดังกล่าวจะเป็นจริงได้ สถานศึกษาที่ได้รับความช่วยเหลือดังกล่าว จะต้องมีกระบวนการจัดการในเชิงรุก ทั้งทางตรง และทางอ้อมเพื่อให้ทุกภาคส่วนในสถานศึกษา เห็นความสำคัญ และมีแรงกระตุ้นให้เกิดการนำ ICT ไปใช้ทั้งในด้านการเรียนการสอน และการบริหารงาน อย่างแท้จริง เช่น ผู้บริหารจะต้องทำตัวเป็นแบบอย่าง และเชิญชวนให้ครูนำ ICT มาใช้งาน มีการสร้างแรงจูงใจในลักษณะของการประกวดแข่งขันการใช้ ICT ในกลุ่มของครูและนักเรียน นอกจากนั้นสถานศึกษา จะต้องเปิดโอกาสให้ชุมชนได้ใช้ประโยชน์จากการใช้เทคโนโลยีใหม่นี้ด้วย ซึ่งวิธีการดังกล่าว ICT จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำของสังคมที่แตกต่างกัน ได้อย่างแท้จริง 


 






9. ให้ความสำคัญในการฝึกอบรมการใช้ ICT ให้ครู และผู้บริหารสถานศึกษา ค่อนข้างน้อย


           
การส่งเสริมให้มีการนำ
ICT ไปใช้ในการเรียนการสอนในสถานศึกษานั้น การฝึกอบรมครูทุกคนและผู้บริหารในสถานศึกษาให้รู้จักและคุ้นเคยกับการใช้ ICT นั้นเป็นสิ่งที่มีความสำคัญและมีความจำเป็นมาก การเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ จะมีทั้งผู้ที่ยอมรับ และต่อต้านเนื่องจากไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งมักจะพบในครูอาวุโสบางท่าน ดังนั้นจะต้องมีวิธีการที่เหมาะสมในการฝึกอบรมครูทุกคนและผู้บริหาร ให้มีความรู้และคุ้นเคยกับการใช้เทคโนโลยีดังกล่าว ซึ่งจะต้องฝึกอบรมทั้งการใช้อุปกรณ์ ICT และเทคนิคการสอนที่นำ ICT ไปประยุกต์ใช้งานด้วย เมื่อครูและผู้บริหารสถานศึกษามีความรู้ด้าน ICT แล้วการขับเคลื่อนให้มีการใช้ ICT เพื่อการเรียนการสอนก็จะเป็นไปได้กว้างขวางและมีประสิทธิภาพ และจะต้องไม่ลืมว่าผู้บริหารสถานศึกษาจะเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญมากในการขับเคลื่อนทุกสิ่งในสถานศึกษา  ดังนั้นหน่วยงานในส่วนกลางจะต้องไม่ลืมหรือละเลยที่จะฝึกอบรมผู้บริหารให้มีความรู้ และมีวิสัยทัศน์ในการนำ ICT มาใช้ในการศึกษา เพื่อให้การขับเคลื่อน ICT และนำไปสู่การปฏิบัติที่แท้จริงในหน่วยงาน 


 






10. ขาดการรวมกลุ่มเพื่อแบ่งปันและใช้ทรัพยากร ICT ร่วมกัน            



            เป็นที่ทราบกันแล้วว่าการลงทุนด้าน ICT ในหน่วยงานต่างๆ จะต้องใช้งบประมาณที่ค่อนข้างสูง และเมื่อจัดสรรงบประมาณดังกล่าวให้ในแต่ละสถานศึกษา หรือแต่ละหน่วยงานซึ่งมีเป็นจำนวนมาก  ก็จะพบว่าหน่วยงานแต่ละแห่งจะได้รับงบประมาณไม่มากเท่าที่ควร ซึ่งจะไม่เพียงพอที่จะทำงานใหญ่ๆด้าน ICT ที่ต้องลงทุนค่อนข้างสูง แต่หากสามารถดำเนินการงานดังกล่าวได้ก็จะก่อให้เกิดประโยชน์กับหน่วยงานของตนและหน่วยงานข้างเคียงเป็นอย่างมาก ดังนั้นด้วยงบประมาณที่มีค่อนข้างจำกัด และเพื่อที่จะสามารถดำเนินโครงการได้นั้น จึงควรที่จะต้องมีการรวมกลุ่ม และแบ่งปันในการใช้ทรัพยากรร่วมกัน ทั้งด้านการเงิน ด้านเครื่องมืออุปกรณ์ และด้านทรัพยากรบุคลที่จะร่วมกันคิด ร่วมกันทำ เช่น มีการสร้างเครือข่าย (Network) ในการสร้าง/ใช้สื่อการเรียนการสอน หรือใช้ระบบงาน หรือใช้อุปกรณ์ด้าน ICT ร่วมกัน หรือใช้วิทยากรร่วมกัน ซึ่งวิธีการนี้จะก่อให้เกิดพลังที่จะขับเคลื่อนการใช้ ICT ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดของแต่ละหน่วยงาน


        จากความผิดพลาดในเบื้องต้นทั้ง 10 ประการที่ควรเรียนรู้ในการพัฒนา ICT เพื่อการศึกษาในภาพรวมขององค์กร หรือระดับประเทศ นี้เป็น Worst Practices ที่ควรหลีกเลี่ยงในการดำเนินงาน และเพื่อปรับองค์การให้เป็นหน่วยงานที่ได้ชื่อว่าเป็น Best Practices ที่จะเป็นแบบอย่างให้หน่วยงานอื่นๆได้ยึดถือเป็นแบบอย่างต่อไป


                    


——————————————-


             


ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่เอกสารในเว็ปไซต์ 
http://blogazine.in.th/blogs/sensemaker?page=3
http://infodev.org/education
http://www.worldbank.org/education/ict