“ครูโอ๊ะ- สุภัทร” เป็นสักขีพยานความร่วมมือระหว่าง “สช.-กสศ." รุกเดินหน้าลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ ชู นวัตกรรมคัดกรองเด็กยากจนและด้อยโอกาส ควบคู่พัฒนาคุณภาพครู-สถานศึกษา

ภารกิจ รมช.ศธ 2 18 พฤศจิกายน 2564
เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 18 พฤศจิกายน 2564 นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อสนับสนุนนวัตกรรมการคัดกรองความยากจน การวิจัยพัฒนาคุณภาพครู และสถานศึกษา ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ระหว่าง ดร.พีรศักดิ์ รัตนะ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และนพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) โดยมี นายไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการ กสศ.และนายอุดม วงษ์สิงห์ ผอ.สำนักพัฒนาคุณภาพครู นักศึกษาครูและสถานศึกษา ร่วมในพิธีลงนามด้วย ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ
รมช.ศึกษาธิการ กล่าวตอนหนึ่งว่า งานวันนี้ถือเป็นนิมิตหมายอันดี ที่ทางกระทรวงศึกษาธิการได้รับการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ในการขับเคลื่อนระบบการศึกษาไทย ทั้ง สนับสนุนนวัตกรรมการคัดกรองความยากจน การจัดสรรงบประมาณแบบมีเงื่อนไข เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและให้การช่วยเหลือนักเรียนยากจน ,ส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาสำหรับนักเรียนยากจน นักเรียนพิการและด้อยโอกาสให้ได้ศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นตามศักยภาพ และสนับสนุนให้เกิดความร่วมมืออื่นๆ ดังนั้นปีนี้จึงถือว่ามีความพิเศษ เพราะสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ยังไม่เคยได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก กสศ. ทั้งที่ กสศ.พยายามผลักดันมาแล้ว 3 ปีจนกระทั่งมาประสบความสำเร็จในปีนี้
ทั้งนี้ในภาพรวมภายนอกยังมีความคิดว่าโรงเรียนเอกชนเป็นโรงเรียนที่ผู้เข้ามาเรียนต้องมีฐานะทางบ้านดี แต่ในข้อเท็จจริงยังมีโรงเรียนที่มีนักเรียนที่เป็นผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ ผู้ยากไร้ เรียนอยู่ด้วยเป็นจำนวนมาก ดังนั้นครั้งนี้จึงถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่จะได้ใช้แอพพลิเคชั่น TSOP : ( Teacher and School Quality Program) ของทาง กสศ. ที่มีการพัฒนาอย่างมีมาตรฐานสามารถใช้ใด้ในทุกระบบของการศึกษามาช่วย โดยส่วนที่สำคัญคือครูโรงเรียนเอกชนจะต้องมีการลงไปเยี่ยมบ้านเด็กเพื่อทำการสำรวจข้อมูล
“ทาง กสศ. ได้แจ้งว่าจำนวนที่แจ้งครั้งนี้ยังไม่ได้เข้าเป้ามากนัก เพราะติดช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รวมไปถึงยังขาดเรื่องการประชาสัมพันธ์ข้อมูล ดังนั้น สช.และกระทรวงศึกษาธิการ จะรับเรื่องนี้ไปปรับปรุง เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึง ซึ่งไม่ใช่เฉพาะเด็ก แต่จะลงไปถึงโรงเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาที่มีโอกาสจะได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนในอีกหลายๆมิติ เพื่อพัฒนาคุณภาพทางการศึกษา พัฒนาครูและลดความเหลื่อมล้ำ ตามนโยบายของรัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการ และ กสศ.ที่จะทำให้เกิดเป้าหมายของการพัฒนาในทุกมิติและครอบคลุมรอบด้าน โดยมุ่งเน้นไปที่ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ และผู้ยากไร้
ในนามกระทรวงศึกษาธิการ ต้องขอขอบคุณ กสศ.และทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง เพราะวันนี้เราจะมาร่วมกันทำสิ่งดีๆ ในการสร้างโอกาสทางการศึกษากับผู้เรียนทุกช่วงวัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีรัฐสนับสนุนช่องทางหนึ่งและสามารถทำให้คนได้เรียนรู้การศึกษาเพื่อตนเอง และการศึกษาเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต ผ่านการปฏิรูปการจัดสรรทรัพยากรทางการศึกษาและกำหนดกลไก เพื่อเอื้อในการจัดการศึกษาการแข่งขันเชิงคุณภาพต่อไป " รมช.ศึกษาธิการ กล่าว
18/11/2564