ครูโอ๊ะ บรรยายพิเศษในหลักสูตร “นบส.ศธ. 11” ผ่านซูม ลั่นพร้อมขับเคลื่อน Quick Win - 12 นโยบายการศึกษา ศธ. สู่การทำงานของ กศน.-สช.-สลช. ชู “อิทธิบาทธรรม - หลักการประสานงาน สู่การพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน” พร้อมขอบคุณ Good Partnership ร่วมพัฒนาการศึกษาด้วยดีเสมอมา

ภารกิจ รมช.ศธ 2 03 พฤษภาคม 2564
นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ บรรยายพิเศษ ในหัวข้อ “บทบาททางการศึกษากับการพัฒนาที่ยั่งยืน” ผ่านระบบ ZOOM แก่ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเข้ารับการพัฒนา หลักสูตรพัฒนานักบริหารระดับสูง กระทรวงศึกษาธิการ (นบส.ศธ.) รุ่นที่ 11 ณ ห้องพระขรรค์เพชร กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อเร็ว ๆ นี้
รมช.ศึกษาธิการ กล่าวตอนหนึ่งว่า จากนโยบายการจัดการศึกษาที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นางสาวตรีนุช เทียนทอง) ได้มอบแก่ผู้บริหารองค์กรหลักและหน่วยงานในกำกับของ ศธ. เพื่อดำเนินการขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพมนุษย์ ตั้งแต่ช่วงของการตั้งครรภ์ เด็กปฐมวัย วัยเรียน วัยรุ่น ตลอดจนยกระดับศักยภาพวัยแรงงาน และส่งเสริมศักยภาพวัยผู้สูงอายุ ตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ทั้งในส่วนของ 7 วาระเร่งด่วนของ ศธ. (Quick Win) และ 12 นโยบายการจัดการศึกษา พร้อมได้มอบแนวทางการทำงานเพื่อสร้างความไว้วางใจ “TRUST” ที่จะทำให้ครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้ปกครอง ผู้เรียน และประชาชน กลับมาให้ความไว้วางใจในการทำงานของกระทรวงศึกษาธิการอีกครั้ง
“ครูโอ๊ะ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่รับผิดชอบดูแล 3 หน่วยงานที่มีบทบาทในการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพของคนตลอดทุกช่วงวัย ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.), สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ (สลช.) ก็พร้อมน้อมรับนโยบายการจัดการศึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สู่การขับเคลื่อนงานตามบทบาทภารกิจของทั้ง 3 หน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็น นโยบาย Quick Win ที่หวังผลอย่างเป็นรูปธรรมภายในปีงบประมาณ 2564 (หรือ 5 เดือนต่อจากนี้) ทั้งในเรื่องของความปลอดภัยของผู้เรียน, หลักสูตรฐานสมรรถนะ, Big Data, การขับเคลื่อนศูนย์ความเป็นเลิศทางการอาชีวศึกษา, การพัฒนาทักษะทางอาชีพ, การศึกษาตลอดชีวิต และการจัดการศึกษาสำหรับผู้ที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ
รวมทั้งการขับเคลื่อน 12 นโยบายการจัดการศึกษา ที่จะต้องมีการวางแผนและกำหนดเป้าหมายให้สอดรับกับแผนการปฏิบัติราชการ เพื่อนำนโยบายสู่การปฏิบัติอย่างเป็นระบบครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายในการจัดการศึกษาที่รับผิดชอบ ทั้งในเรื่องของการปรับปรุงหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ให้ทันสมัย, การพัฒนาครูให้มีสมรรถนะทางภาษาและดิจิทัล, ปฏิบัติการเรียนรู้ด้วยดิจิทัล ส่งเสริมการฝึกทักษะดิจิทัลในชีวิตประจำวัน, ส่งเสริมสถานศึกษาให้มีความเป็นอิสระ, ปรับระบบประเมินผล ประกันคุณภาพ การทดสอบวัดความรู้และทักษะที่จำเป็น, จัดสรรและกระจายทรัพยากรให้ทั่วถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย ระดมทรัพยากรจากทุกภาคส่วน, นำกรอบคุณวุฒิแห่งชาติและกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียนสู่การปฏิบัติ, พัฒนาเด็กปฐมวัย, การศึกษาเพื่ออาชีพและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน พลิกโฉมระบบการศึกษาไทย ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี ในการจัดการศึกษาทุกระดับ, เพิ่มโอกาสและการเข้าถึงการศึกษาของกลุ่มผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา และจัดการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย โดยยึดหลักการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ซึ่งการทำงานที่ผ่านมาตลอด 1 ปี 9 เดือน ครูโอ๊ะได้ผลักดันจุดเน้นนโยบายการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สู่การขับเคลื่อนงานของหน่วยงานที่กำกับดูแลให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย พร้อมทั้งได้ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นของผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อนำมาเป็นข้อมูลประกอบการวางนโยบาย แผนงาน และโครงการ เดินหน้าจัดการศึกษาเพื่อสร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิตตามเป้าหมายของรัฐบาล และพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ โดยผลักดันการดำเนินนโยบายและโครงการจนประสบความสำเร็จมากมาย อาทิ การขอเพิ่มอัตราข้าราชการครู กศน.กว่า 1,200 อัตรา เพื่อสร้างความก้าวหน้าในวิชาชีพตามนโยบาย กศน.WOW พร้อมพัฒนาครูและบุคลากรให้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ทันสมัย พัฒนานวัตกรรมทางการศึกษา และจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้สำหรับทุกช่วงวัย ทั้งยังได้สร้างสรรค์รายการ “กศน.Live by ครูโอ๊ะ” พร้อมเชิญ กศน.IDOL มาร่วมถ่ายทอดแนวคิดและประสบการณ์ของผู้เรียน กศน.ที่ประสบความสำเร็จในหลากหลายอาชีพ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ และส่งเสริมการฝึกทักษะอาชีพ สร้างงานสร้างรายได้ให้แก่ผู้เรียนและชุมชน นำสู่การยกระดับผลิตภัณฑ์และสินค้าของ กศน.เป็นสินค้า กศน.พรีเมี่ยม ภายใต้แบรนด์ “ONIE”
นอกจากนี้ ได้ลงนามความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย (Good Partnership) เพื่อพัฒนาบุคลากร กศน.ร่วมสร้าง "สังคมสูงอายุที่มีสุขภาวะ" ด้วยการจัดการความรู้สนับสนุนเครือข่ายบูรณาการด้านผู้สูงอายุและคนพิการ บูรณาการความร่วมมือทางวิชาการเพื่อพัฒนาบุคลากร กศน. ให้จัดกิจกรรมร่วมสร้างสังคมสูงอายที่มีสุขภาวะ และมีการจัดทำคลังปัญญาผู้สูงอายุในบริบทของ กศน.ที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการชะลอภาวะสมองเสื่อมก่อนวัยอันควรในผู้สูงอายุ รวมทั้งได้ผลักดันให้มีการจัดการเรียนรู้ กัญชาและกัญชงศึกษา เพื่อใช้เป็นยาอย่างชาญฉลาด ตามนโยบายรัฐบาล โดยจัดหลักสูตรรายวิชาเลือกเสรี ทช33098 กัญชาและกัญชงศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย, จัดทำเอกสารการเรียนรู้กัญชาและกัญชงศึกษาอย่างชาญฉลาดสำหรับประชาชน และพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเลือกเสรีโภชนาการจากส่วนของพืช กัญชาและกัญชง เพื่อพัฒนาวิทยากร ที่จะเป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชน
สำหรับการจัดการศึกษาเอกชนของ สช. ได้ผลักดันการเพิ่มสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลและปรับค่าครองชีพครูโรงเรียนเอกชน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการทำงาน รวมทั้งพัฒนาครูโรงเรียนเอกชน การจัดการศึกษาออนไลน์ การปรับปรุงระเบียบ ประกาศ หลักเกณฑ์ ให้มีความทันสมัย และล่าสุดได้ผลักดันค่าใช้จ่ายรายหัว ประเภทเงินอุดหนุนนักเรียนพิการ ในโรงเรียนเฉพาะความพิการเอกชน พร้อมดำเนินการปราบปรามการทุจริต กรณีค่าใช้จ่ายรายหัวในโรงเรียนเอกชนและหน่วยงานการศึกษาที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นตัวอย่างของการทำงานที่มีความโปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาล
และในส่วนของสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) “โครงการลูกเสือมัคคุเทศก์” (Guide Scout) ระหว่าง สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยมุ่งหวังให้ลูกเสือมีบทบาทในการเป็นมัคคุเทศก์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว พร้อมจัดการฝึกอบรมลูกเสือมัคคุเทศก์ทุกจังหวัดทั่วประเทศ นอกจากนี้ ยังได้ส่งเสริมให้มีการพัฒนาค่ายลูกเสือทั่วประเทศ อาทิ ค่ายลูกเสืออ่างทอง, ค่ายลูกเสือพัทลุง, ค่ายลูกเสือไท ปราจีนบุรี, ค่ายลูกเสืออุบลราชธานี (บ้านหนองไหล), ค่ายลูกเสือจังหวัดระนอง (ค่ายลูกเสือโตนเพชร), ค่ายลูกเสือศรีสะเกษ (ห้วยคล้า) เป็นต้น พร้อมสนับสนุนการจัดกิจกรรมลูกเสือจิตอาสา การอบรมพัฒนาบุคลากรพัฒนาหลักสูตรลูกเสือ กิจกรรมลูกเสือ 4 ท่อน และลูกเสือชายแดนใต้
จากการสรุปผลการทำงานที่ผ่านมา จะพบว่า ส่วนหนึ่งที่สำคัญของการทำงานคือ การประสาน (Coordinate) จึงขอแสดงความขอบคุณ Good Partnership จากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในความร่วมมือทำงานด้วยความทุ่มเทและเสียสละ ประสานเชื่อมต่อและร่วมแรงร่วมใจ ร่วมให้ข้อเสนอแนะและข้อคิดเห็นต่าง ๆ อันนำมาสู่การพัฒนาจุดแข็ง สร้างเสริมพลังและอุดช่องว่างต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการจัดการศึกษาให้เกิดความต่อเนื่อง และยั่งยืนสู่เป้าหมายที่วางไว้
เช่นเดียวกับ บทบาทของผู้เข้ารับการอบรมพัฒนาเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะ และเตรียมความพร้อมทางการบริหาร ก่อนเข้าสู่ตำแหน่งประเภทบริหาร ณ ที่แห่งนี้ ที่จะต้องอาศัยการประสานงานเครือข่าย Network coordination “การประสานใจ ประสานงาน ประสานความคิด สู่การพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน” ประกอบกับการมีภาวะผู้นำ มีวิสัยทัศน์ มีขีดความสามารถในการบริหารจัดการและพัฒนาองค์กร รวมถึงเสริมสร้างเครือข่ายผู้นำร่วมกับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการและอีก 8 หน่วยงาน ที่จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการร่วมกันคิด ร่วมกันทำ ร่วมกันแลกเปลี่ยน เพื่อสนับสนุนส่งเสริมงานด้านการศึกษา ที่ต้องอาศัยความร่วมมือและระยะเวลา จึงจะเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม หากการประสานงานดี ย่อมจะทำให้งานเกิดความสำเร็จได้เร็วขึ้น ส่งผลต่อการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพ และเมื่องานสำเร็จลุล่วงด้วยดี ก็จะเกิดคุณค่าแก่ในตัวของเราทุกคน ดังคำกล่าวที่ว่า “The Value of the People lies in the results of the work” เมื่อนั่นก็จะส่งผลต่อการพัฒนาประเทศต่อไป
ท้ายสุดนี้ ขอฝากหลักอิทธิบาทธรรม 4 ประการ สำหรับการครองงานบริหารให้บรรลุเป้าหมาย ได้แก่ ฉันทะ มีความรักและเอาใจใส่ในงานที่ทำ ด้วยความวิริยะ ขยันและอดทนไม่ยอท้อ เพื่อให้งานที่ทำเกิดก้าวหน้า พร้อมมีจิตตะ ที่จะต้องจดจ่อติดตามจนงานสำเร็จด้วยดี และรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นด้วยความมีเหตุผลเสมอ นั่นก็คือ วิมังสา นั่นเอง สิ่งเหล่านี้เป็นหลักธรรมที่สามารถนำมาปรับใช้ในการทำงานทุกงาน ไปจนถึงการครองตนในสังคมแห่งการเรียนรู้ร่วมกันในปัจจุบันด้วย” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว
จันทนา เชียงทอง: สรุป
นวรัตน์ รามสูต: เรียบเรียง
ทิพย์สุดา ศรีษะแก้ว: ถ่ายภาพ
กลุ่มประชาสัมพันธ์ สร.ศธ.: รายงาน
3/5/2564
>