เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม 2563 เวลา 09.00 น. นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดค่ายเปิดโลกอาชีพสะเต็มศึกษา (Career Day) ที่โรงเรียนมัธยมวัดใหม่กรงทอง ในพระราชูปถัมภ์ฯ จังหวัดปราจีนบุรี โดยมีพระพิศาลศึกษากร (บรรจง อาภาธโร) เจ้าคณะจังหวัดปราจีนบุรี เจ้าอาวาสวัดใหม่กรงทอง นายกมล รอดคล้าย ที่ปรึกษา รมช.ศธ. นายพะโยม ชิณวงศ์ ประธานคณะทำงาน รมช.ศธ. นายวรพันธุ์ สุวัณณุสส์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี นางพรพรรณ ไวทยางกูร ผู้อำนวยการศูนย์ SEAMEO STEM ED น.ส.นลินรัตน์ พุ่มหิรัญ ผู้แทนบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด นายณัทชัย ใจเย็น ศึกษาธิการจังหวัดปราจีนบุรี นักเรียนนักศึกษาในพื้นที่จังหวัดนำร่อง เข้าร่วมกว่า 400 คน ก่อนที่จะคัดให้เหลือ 150 คน เพื่อรับทุนเรียนฟรี และจบแล้วมีงานรองรับ

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวตอนหนึ่งว่า กิจกรรมในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือร่วมใจระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ ศูนย์ SEAMEO STEM ED และบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษา ให้เด็กมัธยมศึกษาทั้งตอนต้นและตอนปลาย รวมทั้งนักศึกษา กศน.เพื่อก้าวสู่อาชีพ โดยเฉพาะใน 10 กลุ่มอาชีพหลัก 10 อาชีพอุตสาหกรรม (S-Curve) ในโครงการพัฒนารูปแบบสะเต็มศึกษาสู่โลกอาชีพ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และประสบการณ์มีส่วนร่วมในการประกอบอาชีพด้านสะเต็มศึกษา ตลอดจนเปิดโอกาสให้ได้ค้นหาความถนัดของตัวเอง และสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน
“ถือว่านักเรียนนักศึกษาและโรงเรียน ให้การตอบรับเข้าร่วมโครงการพัฒนารูปแบบสะเต็มศึกษาสู่โลกอาชีพเป็นอย่างดี โดยมีนักเรียนนักศึกษาทั้งในโรงเรียน และ กศน. ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 400 คน ซึ่งมีความคาดหวังเมื่อจบจากโครงการจะสามารถประกอบอาชีพได้ตามความถนัดและสนใจในกลุ่มอาชีพอุตสาหกรรม S-Curve และกลุ่มอาชีพที่เป็นความต้องการและขาดแคลน ได้แก่
1. ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ อาทิ ผู้ช่วยพยาบาล ผู้ดูแลผู้สูงอายุ ผู้ดูแลเด็กเล็ก ผู้ช่วยทันตแพทย์ นักกายภาพบำบัด นักเวชศาสตร์การกีฬา เจ้าหน้าที่สาธารณสุข เชฟมืออาชีพหรือนักโภชนาการ
2. ด้านคอมพิวเตอร์และไอที อาทิ นักพัฒนาซอฟต์แวร์และแอพพลิเคชัน นักพัฒนาและออกแบบเว็บไซต์
3. ด้านเกษตรอัจฉริยะ อาทิ เกษตรกรนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้กับการเกษตร
4. ด้านการศึกษา อาทิ ครู ผู้ดูแลเด็กเล็ก




ขอแสดงความขอบคุณทุกภาคส่วน ที่เล็งเห็นถึงการสร้างโอกาสการพัฒนาคนด้วยสะเต็มในอนาคต เพื่อปลูกฝังและจุดประกายการเรียนรู้แก่เยาวชนไทย พร้อมเชื่อมโยงบูรณาในการพัฒนาโครงการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันของทั้ง 3 จังหวัด ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และคณิตศาสตร์ ที่เรียกว่า “สะเต็มศึกษา” จะเข้ามามีบทบาทต่อชีวิตอย่างแน่นอน ทั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่จะต้องพึ่งพาความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์, สายงานบางวิชาชีพที่จะถูกทดแทนด้วยเทคโนโลยี หรือปัญญาประดิษฐ์ (AI) การเรียนรู้ให้ถึงแก่นแท้ของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และคณิตศาสตร์ จึงเป็นเรื่องจำเป็น เพื่อใช้ในอาชีพทั้งปัจจุบันและอนาคต
อย่างไรก็ตาม การเรียนรู้ไม่ได้อยู่แค่ในห้องเรียน ผู้เรียนต้องสร้างองค์ความรู้ที่จำเป็น ต้องเพิ่มพูนประสบการณ์จากการปฏิบัติจริง และเชื่อมองค์ความรู้ไปสู่การประกอบอาชีพที่เป็นจริงได้ สิ่งเหล่านี้ เป็นเรื่องที่กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญ เพื่อวางฐานรากอย่างมั่นคงและต่อเนื่องด้วยการสร้างทักษะการเรียนรู้สะเต็มแก่เยาวชน พร้อมสร้างแรงบันดาลใจและโอกาสในการประกอบอาชีพสะเต็ม เพื่อช่วยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างสรรค์อนาคตที่ดีแก่ประเทศไทยและโลกในอนาคต

ขอบคุณลูก ๆ นักเรียนนักศึกษาทุกคน ที่ประพฤติตนเป็นคนดีของประเทศชาติ มาเข้าร่วมโครงการด้วยหัวใจอันเต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตนเอง มาเพื่อเลือกเส้นทางอนาคตที่ถนัดและชอบ ขอให้ทุกคนรักษาความดี ความมีวินัยและความรับผิดชอบในการเรียน ที่จะเป็นรากแก้วที่แข็งแรง และแผ่กิ่งก้านเจริญเติบโต สร้างความร่มเย็นและความเจริญให้กับประเทศชาติ ทั้งยึดมั่นเทิดทูนชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ และไม่ว่าทุกคนจะเรียนในรูปแบบใด ทั้งในระบบและนอกระบบ ก็ล้วนเป็นกำลังสำคัญของประเทศ ที่มีความใฝ่เรียน ใฝ่รู้ และใฝ่พัฒนาตนเอง ให้เท่าทันต่อโลกอนาคตอย่างแน่นอน” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว
จากนั้น รมช.ศึกษาธิการ ได้เดินเยี่ยมชมฐานกิจกรรม Workshop ทดลองปฏิบัติงานจริงในอาชีพต่าง ๆ เช่น ผู้ช่วยพยาบาล นักพัฒนาซอฟต์แวร์ แอพพลิเคชัน ตลอดจนร่วมทำไอศกรีมกับเชฟบอล เชฟอ๊อฟ เชฟราม จากรายการมาสเตอร์เชฟไทยแลนด์

จันทนา เชียงของ: สรุป
นวรัตน์ รามสูต: เรียบเรียง
อิทธิพล รุ่งก่อน: ถ่ายภาพ
กลุ่มประชาสัมพันธ์ สร.: รายงาน
6/12/2563
