ครูพันธุ์ใหม่ต้องเก่งและดี

ครูพันธุ์ใหม่ต้องเก่งและดี

          เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์

          วันนี้แวดวงการศึกษาไทย โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการพูดถึงครูพันธุ์ใหม่กระชั้นถี่ ถึงขนาดในปีการศึกษา 2534 จะมีทุนให้นักศึกษาที่เข้าเรียนสาขาครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์  30,000 ทุน

          นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการเปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการผลิตครูพันธุ์ใหม่ว่า ที่ประชุมอนุมัติหลักการทั่วไปในการคัดเลือกนักศึกษาเข้าร่วมโครงการครูพันธุ์ใหม่ประจำปีการศึกษา 2552-2553 จำนวน 4,000 อัตรา

          ในจำนวนนี้เป็นนักศึกษาในคณะครุศาสตร์และศึกษาศาสตร์ที่อยู่ระหว่างเรียนชั้นปีที่ 4 จำนวน 2,000 คน ชั้นปีที่ 3 จำนวน 2,000 คน

          เงื่อนไขที่นักศึกษาจะเข้าร่วมโครงการคือ เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วจะได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการครูในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสำนัก งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาทันที ขณะที่คุณสมบัติเบื้องต้นคือจะ  ต้องได้เกรดเฉลี่ยสะสมไม่น้อยกว่า 3.00 และเกรดเฉลี่ยในวิชาเอกที่เรียนไม่น้อยกว่า 3.00 เช่นกัน

          ส่วนการให้ทุนนักเรียนเพื่อเข้าเรียนในโครงการครูพันธุ์ใหม่ในสาขาขาดแคลน 30,000 ทุนจะเริ่มตั้งแต่ปีการศึกษา 2554 เป็นต้นไป หลักเกณฑ์การคัดเลือกสถาบันการศึกษาและนักศึกษาเพื่อเข้ารับทุนอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการ

          สำหรับทุนจำนวน 30,000 ทุนที่จะให้นักเรียนเข้าเรียนในสาขาวิชาขาดแคลน ศ.ดร.สมหวัง พิริยานุวัฒน์ ประธานกรรม การคัดเลือกสถาบันและนักศึกษาเพื่อรับทุนในโครงการครูพันธุ์ใหม่ แจ้งว่า คณะรัฐมนตรีอนุมัติงบประมาณมาแล้วในวงเงิน 4,235 ล้านบาท เป็นงบประมาณในส่วนของทุนการศึกษา 2,570 ล้านบาท งบประมาณดำเนินการ 1,413 ล้านบาท งบประมาณบริหารโครงการ 215 ล้านบาท

          เรื่องของครูพันธุ์ใหม่ เป็นเรื่องที่กล่าวถึงกันมานานพอสมควร ยิ่งเมื่อหลักสูตรครุศาสตร์และศึกษาศาสตร์ขยายเวลาการเรียนขึ้นไปถึง 5 ปี การจะเป็นครูผู้สอนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน นับแต่ระดับอนุบาลหรือปฐมวัยศึกษาเป็นต้นไปถึงอาชีวศึกษา  จึงจำเป็นต้องมีการคัดเลือกผู้ที่มีพื้นฐานการศึกษาในระดับดีเข้าไปเรียน เช่น อยู่ในระดับเกรดเฉลี่ยสะสม และเกรดเฉลี่ยวิชาเอกเท่ากับ 3.00

          ขณะที่อีกประการหนึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญเช่นกันคือการเป็นคนดี

          ดัชนีการชี้วัดว่าใครเป็นคนดีคงไม่ใช่เรื่องง่าย คุณงามความดีของคนไม่สามารถชี้วัดเป็นคะแนนเฉลี่ยสะสมได้เหมือนกับผลการเรียนในแต่ละชั้นเรียน ในแต่ละวิชาแต่การวัดคุณงามความดีมิใช่ว่าจะวัดหรือบ่งชี้ไม่ได้เอาเสียเลย

          กิจกรรมระหว่างการเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของนักเรียนแต่ละคนนำไปชี้วัดหรือบ่งถึงการเป็นคนดี หรือเป็นผู้ที่มีคุณธรรม จริยธรรมได้เป็นอย่างดีมีหลายกิจกรรม

          กิจกรรมแรกคือกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ผู้บำเพ็ญประโยชน์ ที่นักเรียนจะแสดงออกซึ่งพฤติกรรมบางประการที่ สามารถบันทึกไว้ได้ในสมุดทะเบียนประวัติ เช่นเดียวกับข้าราชการ

          กิจกรรมต่อมาคือการร่วมปฏิบัติหน้าที่การงาน หรือการมีส่วนร่วมของนักเรียนที่มีต่อนักเรียนด้วยกัน เช่น การทำความสะอาดร่วมกันขณะที่นักเรียน “อยู่เวร” การที่นักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมระหว่างการเรียน การที่นักเรียนได้รับความเชื่อถือจากเพื่อนนักเรียนให้เป็นหัวหน้าห้องเรียน ให้เป็นหัวหน้าคณะทำงาน เป็นต้น

          กิจกรรมสำคัญของนักเรียนคือการมีส่วนร่วมในการงานของโรงเรียน เช่น โรงเรียนมีการจัดงานประจำปี นักเรียนเข้าร่วมเป็นหนึ่งในคณะกรรมการ ในคณะทำงาน หรือมีส่วนร่วมในการแสดง ในกิจกรรมกีฬา เป็นต้น

          หากเป็นไปได้ สมควรให้นักเรียนมีสมุดบันทึกประจำวันถึงการสร้างความดีสะสม เช่น ช่วยงานโรงเรียนช่วยงานบ้าน ช่วยงานสังคมและชุมชน จนถึงการจดบันทึกการทำอะไรก็ตามขณะอยู่นอกโรงเรียน

          หากปฏิบัติได้ตั้งแต่เรียนในชั้นประถมศึกษาถึงชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ก็จะคัดเลือกคนดีได้เป็นอย่างดี

 

 

          แหล่งที่มา: http://www.matichon.co.th/khaosod