การวิเคราะห์ผลของการเลือกหนังสือเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ของครูโดยใช้วิธีวิจัยแบบผสม
โดย ว่าที่ ร้อยตรีสาณุรักษ์ ฟ่องวาริน
สรุปผลการวิจัย
1. กระบวนการเลือกหนังสือเรียนที่พึงประสงค์
1.1 ลักษณะของกระบวนการเลือกหนังสือเรียนที่คาดหวังของครู
ครูมีความคาดหวังว่า (1) ควรมีการวิเคราะห์หลักสูตร มากที่สุด รองลงมาคือ (2) การวิเคราะห์หนังสือเรียนที่มีอยู่ในท้องตลาด (3) การวิเคราะห์ลักษณะของผู้เรียน (4) การวิพากษ์หนังสือเรียน (5) การกำหนดเกณฑ์ในการเลือกหนังสือเรียน (6) การตัดสินใจเลือกหนังสือเรียน และ (7) การทบทวนหนังสือเรียน
1.2 การวิเคราะห์เปรียบเทียบกระบวนการเลือกหนังสือเรียนที่ครูพึงประสงค์ตามตัวแปรภูมิหลังเปรียบเทียบความแตกต่างของกระบวนการเลือกหนังสือเรียนที่ครูคาดหวังระหว่างตัวแปรภูมิหลังของกลุ่มตัวอย่างครู พบว่า กระบวนการเลือกหนังสือเรียนที่คาดหวังมีความแตกต่างกันตามตัวแปรอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ได้แก่ตัวแปรระดับการศึกษาซึ่งกลุ่มตัวอย่างครูที่สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาเอกจะมีกระบวนการเลือกหนังสือเรียนที่คาดหวังสูงกว่าผู้ที่สำเร็จการศึกษาในระดับอื่น ๆ และตัวแปรสังกัดโดยกลุ่มตัวอย่างครูที่สังกัด สกอ.จะมีกระบวนการเลือกหนังสือเรียนที่คาดหวังสูงกว่าครูทุกสังกัด
2. บทบาทของผู้เกี่ยวข้องในการเลือกหนังสือเรียนของโรงเรียน
2.1 ผู้ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการเลือกหนังสือเรียน
3.1.1 ผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการเลือกหนังสือเรียน ประกอบด้วย (1) หน่วยงานต้นสังกัด (2) ผู้บริหารสถานศึกษา (3) ครู (4) กรรมการสถานศึกษา (5) ผู้ปกครอง และ (6) นักเรียน โดยครูมีบทบาทมากที่สุด ระดับภาระหน้าที่ในบทบาทของผู้เกี่ยวข้อง จำแนกได้ต่อไปนี้ (1) หน่วยงานต้นสังกัด การกระจายอำนาจการตัดสินใจเลือกหนังสือเรียนให้กับโรงเรียนมากที่สุด (2) ผู้บริหารสถานศึกษา มอบอำนาการตัดสินใจเลือกหนังสือเรียนให้กับครูหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง มากที่สุด (3) ครู ทบทวนหนังสือเรียนที่ใช้อยู่เพื่อให้มั่นใจว่าหนังสือเรียนนั้นตอบสนองความต้องการในการใช้ มากที่สุด (4) กรรมการสถานศึกษา การติดตาม ตรวจสอบให้กระบวนการเลือกหนังสือเรียนมีความโปร่งใส (6) ผู้ปกครอง มีความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับความสำคัญของการเลือกหนังสือเรียน มากที่สุด และ (7) นักเรียน สะท้อนผลการใช้หนังสือเรียนผ่านกระบวนการจัดการเรียนรู้ มากที่สุด
2.2 การเปรียบเทียบผู้ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการเลือกหนังสือเรียนกับสังกัดโรงเรียนผลการทดสอบความแตกต่างของผู้เกี่ยวข้อง พบว่า หน่วยงานต้นสังกัด ผู้บริหารสถานศึกษา ครู และผู้ปกครอง มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 ยกเว้น กรรมการสถานศึกษาและนักเรียน พบว่า ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยหน่วยงานต้นสังกัดของ สพฐ. มีส่วนร่วมในกระบวนการเลือกหนังสือเรียนสูงกว่าหน่วยงานต้นสังกัดของโรงเรียนในสังกัดอื่น ๆ (2) ผู้บริหารสถานศึกษาในโรงเรียนในสังกัด สพฐ. จะมีส่วนร่วมในกระบวนการเลือกหนังสือเรียน สูงกว่า ผู้บริหารสถานศึกษาในโรงเรียนในสังกัด สช. และ กทม. (3) ครู ในโรงเรียนสังกัด สช. จะมีส่วนร่วมในกระบวนการเลือกหนังสือเรียนสูงกว่าครูในสังกัดอื่น ๆ และ(4) ผู้ปกครอง ในโรงเรียนสังกัด สช. จะมีส่วนร่วมในกระบวนการเลือกหนังสือเรียนสูงกว่าผู้ปกครองในโรงเรียนสังกัดอื่น ๆ
3. สภาพการเลือกหนังสือเรียนที่เป็นอยู่ในปัจจุบันกับกระบวนการเลือกหนังสือเรียนที่พึงประสงค์
3.1 สภาพการเลือกหนังสือเรียนที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
กระบวนการเลือกหนังสือเรียนที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน พบว่า (1) ครูได้ความสำคัญกับการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการวิเคราะห์หลักสูตรมากที่สุด รองลงมาคือ (2) การตัดสินใจเลือกหนังสือเรียน (3) การกำหนดเกณฑ์ในการเลือกหนังสือเรียน (4) การวิเคราะห์ลักษณะของผู้เรียน (5) การทบทวนหนังสือเรียน (6) การวิเคราะห์หนังสือเรียนที่มีอยู่ในท้องตลาด และ (7) และการวิพากษ์หนังสือเรียน เมื่อแปลผลค่าเฉลี่ยเป็นระดับ ปรากฏว่า ในเกือบทุกด้านที่ครูได้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการเลือกหนังสือเรียนจัดอยู่ในระดับมาก ยกเว้น การวิพากษ์หนังสือเรียนเท่านั้นที่จัดอยู่ในระดับปานกลาง
ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบระหว่างสภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบันและสภาพที่คาดหวังของครู (สภาพที่พึงประสงค์) พบว่า กระบวนการเลือกหนังสือเรียนที่เป็นอยู่ในปัจจุบันและกระบวนการเลือกหนังสือเรียนที่คาดหวังของครูมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยค่าเฉลี่ยของกระบวนการเลือกหนังสือเรียนที่คาดหวังของครูสูงกว่ากระบวนการเลือกหนังสือเรียนที่เป็นอยู่ในปัจจุบันทุกรายการ
3.2 การจัดลำดับความสำคัญของความต้องการจำเป็นเพื่อพัฒนากระบวนการเลือกหนังสือเรียน
กระบวนการเลือกหนังสือเรียนมีขั้นตอนการปฏิบัติที่สำคัญ 7 ขั้นตอน ได้แก่ (1) การวิเคราะห์หลักสูตร (2) การวิเคราะห์หนังสือเรียนที่มีอยู่ในท้องตลาด (3) การวิเคราะห์ลักษณะของผู้เรียน (4) การวิพากษ์หนังสือเรียน (5) การกำหนดเกณฑ์ในการเลือกหนังสือเรียน (6) การตัดสินใจเลือกหนังสือเรียน และ (7) การทบทวนหนังสือเรียน โดยจากผลการประเมินและการจัดลำดับความสำคัญเพื่อพัฒนากระบวนการเลือกหนังสือเรียน พบว่า ครูมีความต้องการจำเป็นในการพัฒนาทุกด้าน โดยกระบวนการเลือกหนังสือเรียนที่มีความจำเป็นต้องพัฒนาอย่างเร่งด่วนสามอันดับแรกคือ (1) ด้านการวิพากษ์หนังสือเรียน รองลงมาคือ (2) ด้านการวิเคราะห์หนังสือเรียนที่มีอยู่ในท้องตลาด (3) ด้านการวิเคราะห์ลักษณะของผู้เรียน มีความต้องการจำเป็นที่ต้องพัฒนาเท่ากันกับ ด้านการทบทวนหนังสือเรียน
4. ลักษณะของหนังสือเรียนที่กำหนดให้ใช้ พฤติกรรมการจัดการเรียนรู้ของครูและความพึงพอใจของครูต่อหนังสือเรียน
4.1 ลักษณะของหนังสือเรียนที่กำหนดให้ใช้
ผลการศึกษาในเชิงคุณภาพจากการจัดสนทนากลุ่ม ในประเด็นลักษณะของหนังสือเรียนที่กำหนดให้ใช้ พบว่า ส่วนมากที่โรงเรียนกำหนดให้ใช้โดยรวมแล้วครูยอมรับว่ามีความเหมาะสมกับผู้เรียนในระดับหนึ่ง แต่ด้านการนำเสนอเนื้อหาไม่สอดคล้องกับผู้เรียนโดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจกรรมในบางบทเรียนไม่สามารถใช้จัดการเรียนรู้ได้ หนังสือเรียนบางเล่มครอบคลุมตามหลักสูตร แต่ครูมีความเห็นว่ายังไม่ครอบคลุมเนื้อหาที่ต้องการสอน ตลอดจนการจัดวางลำดับเนื้อหาความยากง่ายไม่เป็นระบบ
4.2 พฤติกรรมการจัดการเรียนรู้ของครู
ครูส่วนใหญ่จัดทำเอกสารประกอบการเรียนขึ้นมาเพิ่มเป็นจำนวนมาก เนื่องจากส่วนเนื้อหาที่ขาดหายไปจากหนังสือเรียน เนื้อหาจากหนังสือเรียนบางส่วนครูนำมาเป็นเครื่องมือช่วยในการวัดและประเมินผลผู้เรียน โดยจัดแบ่งเป็นสองระดับคือ ระดับการทบทวนและวัดประเมินหลังจากเสร็จสิ้นการสอนในบทเรียน และระดับการออกข้อสอบเพื่อให้เป็นมาตรฐานอันหนึ่งอันเดียวกันในชั้นเรียน โดยครูมีความเชื่อว่าสามารถวัดประเมินผลผู้เรียนได้ตามจุดประสงค์การเรียนรู้ในหนังสือเรียน โดยกิจกรรมบางประเภทในหนังสือเรียนครูยังมีความเห็นว่าไม่สามารถนำมาจัดกิจกรรมในชั้นเรียนได้ทั้งหมด ซึ่งครูส่วนมากจะนำมาเป็นตัวอย่างหรือโครงร่างเพื่อปรับประยุกต์ให้เข้ากับชั้นเรียนที่ครูสอน ครูยังใช้หนังสือเรียนเพื่อกระตุ้นให้นักเรียนเกิดการกระบวนการคิดวิเคราะห์ ค้นคว้าเพิ่มเติม ตลอดจนการแสดงความคิดเห็นในชั้นเรียน ส่วนด้านการวางแผนการสอนครูได้ใช้หนังสือเรียนหลายเล่ม โดยครูส่วนมากจะลงทุนซื้อหนังสือจากสำนักพิมพ์ที่ตนเองชื่นชอบเก็บไว้เพื่อเตรียมการสอน
4.3 ความพึงพอใจของครูต่อหนังสือเรียน
ในประเด็นความพึงพอใจของครูต่อหนังสือเรียน ผู้วิจัยได้ข้อมูลเชิงคุณภาพที่สนับสนุนการค้นพบในเชิงปริมาณว่า หนังสือเรียนที่โรงเรียนกำหนดให้ใช้ เมื่อพิจาณาในด้านความพึงพอใจของครูพบว่า ในภาพรวมมีความเหมาะสมกับการจัดการเรียนรู้ในระดับหนึ่ง คุณภาพของการพิมพ์เป็นที่ยอมรับของครู ผู้เรียนสามารถทำความเข้าใจในเนื้อหาของหนังสือเรียนด้วยตนเองได้ และหนังสือเรียนไม่ได้ช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพในการจัดการเรียนรู้ของครู
แหล่งที่มา : http://www.thaiedresearch.org/
