เขมินท์ เกื้อกูล
จากปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องตกเป็นเป้าถูกกระทำจากกลุ่มก่อเหตุรุนแรง จนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตไปแล้ว จำนวน 187 ราย อันเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ครูในพื้นที่ จ.ปัตตานี จ.ยะลา จ.นราธิวาส รวมถึง 4 อำเภอของ จ.สงขลา ทำเรื่องขอย้ายออกนอกพื้นที่ ส่วนบางรายไม่สามารถทำเรื่องขอย้ายได้ จึงเลือกที่จะขอเออร์ลี่ หรือแม้ต้องยอมลาออก เพราะเกรงจะไม่ปลอดภัยในชีวิต
โดยจากสถิติข้อมูลครูทำเรื่องขอย้ายอย่างไม่เป็นทางการในพื้นที่ จ.ปัตตานี จ.ยะลา จ.นราธิวาส และ 4 อำเภอ จ.สงขลา มีการขอยื่นเรื่องมาตั้งแต่ปี 2545 เป็นต้นมา รวมกว่า 6,000 คน ซึ่งสามารถขอย้ายได้จริงเพียงกว่า 1,000 คน และอีกหลายคนเลือกที่จะใช้การขอตัวไปช่วยราชการในพื้นที่ปลอดภัย ส่งผลให้โรงเรียนหลายแห่งต้องขาดแคลนครูผู้สอน ส่วนครูที่เหลืออยู่ต้องแบกรับภาระทำหน้าที่สอนนักเรียนควบชั้นในหลายวิชา ทั้งที่ไม่ใช่วิชาถนัด ส่งผลให้การเรียนการสอนทำได้ไม่เต็มที่ เด็กนักเรียนก็ขาดโอกาส ความรู้ ความสามารถในการสอบแข่งขันให้เท่าเทียมกับเด็กนักเรียนจากภูมิภาคอื่นๆ
ทั้งนี้เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต 1 ก็ประสบปัญหาโรงเรียนในสังกัดหลายแห่งมีครูไม่เพียงพอกับจำนวนชั้นเรียน ส่งผลให้นักเรียนมีการพัฒนาด้านการศึกษาที่ด้อย ล่าช้า และยังประสบปัญหาการเรียนการสอนไม่ได้มาตรฐานตามหลักเกณฑ์ตัวชี้วัด เพื่อสอบแข่งขันสู้กับนักเรียนในภูมิภาคอื่นๆ ได้ จึงได้น้อมนำแนวคิดพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการนำการเรียนการสอนผ่านระบบดาวเทียม หรือ “ครูตู้” มาปรับใช้ ทดแทนปัญหาขาดแคลนครูผู้สอน
ล่าสุดได้ดำเนินนโยบายส่งเสริมการจัดการเรียนการสอน โดยใช้สื่อการสอนทางไกลผ่านดาวเทียมเต็มรูปแบบในโรงเรียนขนาดเล็กไปแล้ว 41 แห่ง และกำลังขยายให้ครบทุกโรง หลังผลการประเมินพบเด็กนักเรียนมีความตั้งใจ สนใจ และมีวิวัฒนาการในการเรียนหนังสือดีขึ้น มีคะแนนสอบเฉลี่ยเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว อีกทั้งทุกคนมีความเปลี่ยนแปลงในด้านโลกทรรศน์และแนวคิดที่เปิดกว้าง รวมถึงมีความสุขสนุกกับการได้เรียนหนังสือผ่านระบบ “ครูตู้” ด้วย
“อายุรา นิลน้ำ” ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านตลาดนัดคลองขุด อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เผยว่า เมื่อก่อนมีปัญหาในการสอนหนังสือบางวิชา เพราะเราไม่ได้ถนัดและมาจากสาขาวิชานั้น เหมือนวิชาภาษาอังกฤษที่ครูเองไม่มีความชำนาญ แต่พอได้มาเรียนผ่านครูตู้พร้อมเด็กๆ ไม่เพียงช่วยแก้ปัญหาให้กับเด็กนักเรียนได้อย่างดี ยังช่วยแก้ปัญหาให้กับครูได้ด้วย และดีใจที่มีการนำระบบสอนผ่านดาวเทียมเข้ามาใช้ในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม จากที่เคยเรียนแบบครูสอนปกติกับการเปลี่ยนมาใช้ครูตู้ หรือการเรียนการสอนผ่านระบบดาวเทียมนั้นมีความแตกต่างชัดเจน เพราะเด็กๆ มีวิวัฒนาการและความสนใจในการเรียนมากขึ้น
“เด็กๆ จะมีความเข้าใจและปรับตัวได้เร็ว รู้ว่าควรจะเตรียมตัวอย่างไร คาบเรียนต่อไปจะวิชาอะไร ทุกคนจะมีความพร้อมรอ แม้บางครั้งครูติดประชุมและไม่อยู่สอน แต่กลับกลายเป็นว่าเด็กนักเรียนทุกคนต่างมานั่งเรียนกันเอง แถมยังมีงานมาส่งอยู่บนโต๊ะครูด้วย ทั้งๆ ที่ไม่มีครูมาสอน”
ด้าน “นพพร มากคงแก้ว” ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (ผอ.สพป.) ปัตตานี เขต 1 บอกว่าจากปัญหาความไม่สงบส่งผลให้ครูที่จะมาสอนนักเรียนนั้นมีไม่ครบชั้น ครู 1 คน ต้องสอนคละทั้งเด็ก ป.1-ป.2 ทำให้มีปัญหาต่อการเรียนการสอน แต่หลังจากโรงเรียนได้ทดลองใช้การเรียนการสอนผ่านระบบดาวเทียมแล้ว ทำให้ครูและนักเรียนสามารถเรียนรู้ไปพร้อมๆ กันกับโรงเรียนต้นทางได้ ทำให้ครูจากที่เป็นผู้สอนตั้งแต่ต้นชั่วโมงจนหมดเวลา พอมาเปิดสอนทางไกลกลับกลายเป็นว่าครูสอนร่วมกับครูต้นทาง จึงมีเวลาในการจะบริหารจัดการชั้นเรียนที่ตัวเองรับผิดชอบ โดยการจัดตารางสอนให้ตรงกับโรงเรียนต้นทางและเหมาะสมกับการเรียน นอกจากนั้นหากมีปัญหายังสามารถใช้วิธีการอัดหรือบันทึกเทปเอาไว้แล้วมาเปิดให้ดูในเวลาว่างได้
“ดังนั้นการที่มีครูที่เรียกว่าตู้ ที่สอนผ่านระบบดาวเทียม ทำให้ช่วยลดปัญหาการขาดแคลนครูได้อย่างมาก อีกทั้งยังสอดคล้องไปกับมาตรฐานตัวชี้วัด ขณะที่ตัวเด็กๆ เองก็มีความสุขกับการเรียนหนังสือมากขึ้น เพราะได้เรียนรู้กับครูอีกคนที่อยู่ปลายทาง และยังมีภาพของนักเรียนโรงเรียนปลายทางหลายๆ โรงมาให้เด็กๆ ได้ดูได้เห็นเพื่อนๆ จากโรงเรียนอื่นๆ หลายภูมิภาค ทั้งเหนือ อีสาน หรือใต้ อย่างไรก็ตาม ครูในพื้นที่ก็ยังคงมีความสำคัญมาก ดังนั้น การพัฒนาครูให้สามารถสอนได้อย่างประสานสอดคล้องไปกับโรงเรียนต้นทาง จึงเป็นเรื่องสำคัญและยังเป็นการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนครูผู้สอนในอีกหลายๆ โรงเรียนในขณะนี้ได้อย่างดีมากด้วย”
ส่วน “บุญสม ทองศรีพราย” ประธานสมาพันธ์ครู 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ระบุว่า การปรับมาใช้สื่อการเรียนการสอนผ่านระบบดาวเทียมนั้นเป็นเรื่องที่ดีมาก ช่วยในเรื่องการประหยัดบุคลากร การเรียนการสอนมีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมาตรฐานเทียบเท่าระดับโรงเรียนใหญ่ ที่สำคัญเป็นไปตามหลักสูตรครบถ้วน ได้เรียนรู้จากเทคโนโลยีใหม่ๆ เรื่องใหม่ๆ จากครูต้นทางผ่านดาวเทียมโดยตรง ซึ่งเอื้อกับสถานการณ์ในพื้นที่ที่ตอนนี้ครูในแต่ละพื้นที่มีน้อย โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็กขนาดกลางในพื้นที่ห่างไกลและเป็นพื้นที่สีแดง
การขยายระบบการเรียนการสอนผ่านดาวเทียมจะยิ่งสร้างประโยชน์ให้กับโรงเรียน และเด็กๆ เองจะได้รับโอกาสการศึกษาเล่าเรียนที่ดีมีคุณภาพ และมาตรฐานมากขึ้นด้วย
–จบ–
–มติชน ฉบับวันที่ 20 ก.พ. 2558 (กรอบบ่าย)–
