มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์ลิงวอก ให้เติบโตเป็นเซลล์ระบบประสาท เพื่อใช้เป็นโมเดลศึกษากลไกการเกิดอัลไซเมอร์

สเต็มเซลล์ลิงวอกไขปริศนาโรคสมองเสื่อมในคน


ภาพประกอบข่าว

       มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์ลิงวอก ให้เติบโตเป็นเซลล์ระบบประสาท เพื่อใช้เป็นโมเดลศึกษากลไกการเกิดอัลไซเมอร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ศึกษาเซลล์ต้นกำเนิดลิงวอก เพื่อหาสาเหตุและแนวทางรักษาโรคระบบประสาทในมนุษย์ เนื่องจากลิงวอกกับมนุษย์มีความใกล้ชิดทางพันธุกรรม ลักษณะการเกิดโรคในลิงวอก ขนาดสมองและเซลล์ระบบประสาทใกล้เคียงกับมนุษย์มากกว่าสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น จึงเหมาะใช้เป็นโมเดลศึกษากลไกการเกิดโรค และแนวทางการรักษามากที่สุด 

           นายชุติ เหล่าธรรมธร ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีตัวอ่อนและเซลล์ต้นกำเนิด สาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร กล่าวว่า งานวิจัยนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับแพทย์ โดยจะมีองค์ความรู้ไว้รับมือกับโรคระบบประสาทในมนุษย์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะโรคระบบประสาทที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมอย่างอัลไซเมอร์และฮันทิงตัน ซึ่งเป็นเป้าหมายของการศึกษาครั้งนี้

           โรคฮันทิงตัน พบมากในโซนยุโรปและอเมริกา เป็นโรคทางพันธุกรรมชนิดหนึ่ง มีสาเหตุมาจากความผิดปกติของยีนที่ชื่อ ฮันทิงทิน ที่อยู่ปลายโครโมโซมคู่ที่ 4 โดยเซลล์สมองส่วนควบคุมการเคลื่อนไหวเสื่อมสลายและตายไป ผู้ป่วยไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกาย มีการกระตุกเกร็งของกล้ามเนื้อ สูญเสียสติปัญญาไปทีละน้อย กลายเป็นคนวิกลจริต ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ในที่สุด และเสียชีวิตหลังจากป่วยประมาณ 15-20 ปี จากโรคแทรกซ้อน 

           “ขณะนี้ เราผลิตเซลล์ต้นกำเนิดจากสัตว์ตระกูลลิงในหลอดทดลอง พร้อมทั้งดัดแปลงพันธุกรรมให้มียีนผิดปกติของโรคฮันทิงตันได้สำเร็จแล้ว ส่วนการจำลองการเกิดโรคอัลไซเมอร์ ยังต้องรอผลการวิจัยต่อไป” นักวิจัยกล่าว

           เป้าหมายหลังจากนี้ ทีมวิจัยจะศึกษาหากลไกการเกิดโรคของเซลล์ที่เพาะเลี้ยงในหลอดทดลอง เพื่อดูการแสดงออกของโรคระดับเซลล์ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร เซลล์มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง สำหรับศึกษาหาวิธีรับมือกับโรคอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะที่ผ่านมา การรักษาโรคอัลไซเมอร์และฮันทิงตัน ยังเป็นการรักษาแบบตามอาการ โดยยังไม่พบวิธีรักษาที่หายขาด หากงานวิจัยประสบความสำเร็จจะเป็นประโยชน์ต่อวงการแพทย์ทั่วโลก ทั้งด้านการป้องกันและรักษา

           “แม้ว่าอุบัติการณ์ของทั้งสองโรคจะพบมากในยุโรปและสหรัฐ แต่ปัจจุบันการแต่งงานระหว่างคนไทยกับคนตะวันตกเพิ่มขึ้น จึงถือเป็นความเสี่ยงสำหรับลูกหลานจากครอบครัวดังกล่าว ยิ่งหากมีประวัติคนในครอบครัวเคยป่วยเป็นโรคฮันทิงตัน หรืออัลไซเมอร์มาก่อน เด็กที่เกิดจะมีความเสี่ยงถึงร้อยละ 50”

           การวิจัยดังกล่าว ได้รับการสนับสนุนห้องปฏิบัติการวิจัย จาก Yekes National Primate research center Emory University School of madicine ในสหรัฐอเมริกา เป็นเวลา 8 เดือน และทุนสนับสนุนการวิจัยจากโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย โดย ดร.รังสรรค์ พาลพ่าย ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีโคลนนิ่งและเซลล์ต้นกำเนิด เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา

แหล่งที่มาของข่าว หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ