.

โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี สร.สาร รับเรื่องราวร้องทุกข์

 

ข่าวที่ 494/2561
รมช.ศธ.'
พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์' ติดตามขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดเชียงใหม่ "นครแห่งการเรียนรู้เพื่อคุณภาพชีวิต"


จังหวัดเชียงใหม่ - พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย พล.อ.สุทัศน์ กาญจนานนท์กุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดเชียงใหม่ ในการประชุมขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันเสาร์ที่ 22 ธันวาคม 2561 ณ โรงแรมคุ้มภูคำ อ.เมืองเชียงใหม่

พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ถือเป็นความดีงามอย่างยิ่งของการศึกษาในระดับพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีภาคีเครือข่ายและสถานศึกษา รวมทั้งผู้บริหาร ครู นักเรียน ได้เข้าร่วมประชุมเพื่อนำเสนอนวัตกรรมการศึกษาของโรงเรียนที่ประสบผลสำเร็จ สามารถเป็นแบบอย่างให้แก่โรงเรียนอื่น ๆ ให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาได้

โอกาสนี้ ได้กล่าวถึงความเป็นมา การขับเคลื่อน ข้อเสนอแนะ และแนวทางการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา โดยสรุปดังนี้

ความเป็นมาของพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา  เริ่มต้นจากการที่คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) ได้เสนอให้คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2561 กำหนดให้มี 'เขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา' 3 จังหวัดนำร่อง คือ ระยอง (ภาคตะวันออก) สตูล (ภาคใต้) และศรีสะเกษ (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ต่อมากระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้กำหนดให้เรียกชื่อเป็น 'พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา' เพื่อไม่ให้สับสนกับเขตพื้นที่การศึกษา จนกระทั่งวันที่ 10 กันยายน 2561 ได้มีการประชุมคณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษา ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้เห็นชอบให้มีการขยายพื้นที่นวัตกรรมการศึกษานำร่อง ให้สอดคล้องกับการบริหารราชการภูมิภาคของประเทศที่กำหนดให้มี 6 ภาค ศธ.จึงได้กำหนดให้เพิ่มขึ้นอีก 3 ภาค ได้แก่ เชียงใหม่ (ภาคเหนือ) กาญจนบุรี (ภาคกลาง) และปัตตานี-ยะลา-นราธิวาส (ภาคใต้ชายแดน) ทำให้ในปัจจุบันมีพื้นที่นวัตกรรมการศึกษานำร่อง ครบทั้ง 6 ภาค

วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา มี 4 ข้อ คือ 1) เพื่อเพิ่มคุณภาพและประสิทธิภาพในการจัดการศึกษา 2) เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการศึกษา 3) เพื่อให้ภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ร่วมกันจัดการศึกษา 4) เพื่อคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมด้านการศึกษา พร้อมทั้งดำเนินการให้นำนวัตกรรมนั้นไปใช้ในสถานศึกษาอื่นในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยได้เริ่มต้นลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดเชียงใหม่เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 28-29 ตุลาคม ที่ผ่านมา

การลงพื้นที่ติดตามการทำงานพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดเชียงใหม่ นับตั้งแต่ที่ ศธ.ได้ประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา ทำให้เห็นถึงการทำงานที่เข้มแข็งเป็นอย่างมาก เป็นที่ประทับใจในการทำงานมาโดยตลอด โดยเฉพาะการกำหนดให้มี 'หน่วยงานต้นทุน' เพื่อให้เป็นกลไกการขับเคลื่อนการศึกษาของเชียงใหม่ ซึ่งประกอบด้วย ภาคีเชียงใหม่เพื่อการปฏิรูปการศึกษา เครือข่ายโรงเรียนมัธยมศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่ ชมรมนักจัดการศึกษาโรงเรียนพื้นที่สูง และถิ่นทุรกันดาร เครือข่ายอุดมศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่ โรงเรียนส่งเสริมอาชีพ ชมรมโรงเรียนที่จัดการเรียนแบบทวิภาษา และกองทุนปฏิรูปการศึกษาจังหวัดเชียงใหม่ และคณะกรรมการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัด ที่ได้ดำเนินการจัดทำแผนบูรณาการด้านการศึกษาระดับภาคอีกด้วย

ความก้าวหน้าในการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาทั้ง 6 ภาค ขณะนี้รัฐบาลได้เสนอร่าง พ.ร.บ.พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. .... ผ่านมติคณะรัฐมนตรี และการกลั่นกรองจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีนำเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาออกเป็นกฎหมายในระยะเวลาอันใกล้นี้ แต่ในระหว่างการเสนอร่างกฎหมายดังกล่าวที่ยังไม่ได้ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา ขอให้มีการวางแนวทางปฏิบัติคู่ขนานกันไป สิ่งใดที่เป็นเรื่องในบทบาทอำนาจหน้าที่ของ ศธ. ที่จำเป็นจะต้องแก้ไขระเบียบหรือประสานงานหรือปรับการใช้จ่ายงบประมาณกับสำนักงบประมาณ ขอให้ทุกพื้นที่นวัตกรรมการศึกษารวบรวมข้อมูลให้ ศธ.พิจารณาอย่างช้าภายใน 31 มกราคม 2562 แต่หากส่วนใดที่เกินบทบาทอำนาจหน้าที่กรอบงานของ ศธ. เช่น การประสานกับกระทรวงมหาดไทยหรือสถานศึกษาต่างสังกัด ก็ขอให้มีการประสานคู่ขนานกันไปด้วย

ฝากข้อคิดเห็น แนวทางการทำงานและขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้

  • การแก้ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ สำหรับกลุ่มโรงเรียนที่นักเรียนไม่ได้ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาแม่ และกลุ่มโรงเรียนที่นักเรียนไม่มีปัญหาการใช้ภาษาไทย  ขอให้ศึกษาแนวทางการทำงานของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ได้เริ่มต้นจากการพิจารณาปัญหาในภาพรวมทั้งหมดก่อน เพื่อให้เห็นภาพรวมก่อนที่จะเริ่มต้นจัดการกับปัญหาต่าง ๆ เหล่านั้น รวมทั้งมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันอย่างต่อเนื่องและทั่วถึง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเด็กที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ หรืออ่านไม่คล่องเขียนไม่คล่อง จนสามารถส่งผลให้จำนวนเด็กที่มีปัญหาในเรื่องนี้ลดน้อยลง

  • การพัฒนาโรงเรียนและผู้เรียนสู่ความเป็นเลิศ โดยมีโรงเรียนยุพราชวิทยาลัยเป็นแกนนำนั้น เห็นว่าจังหวัดเชียงใหม่ยังมีอีกหลายโรงเรียนที่มีศักยภาพสูงที่มีความพร้อมจะเป็นแกนนำในเรื่องนี้ ดังนั้นการกำหนดสถานศึกษานำร่องจึงต้องพิจารณาให้ครอบคลุมเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาของเชียงใหม่ทั้ง 6 เขต และเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 34 เพื่อร่วมขับเคลื่อนโครงการต้นแบบต่าง ๆ เช่น การส่งเสริมการเรียนรู้แบบบูรณาการโดยใช้ STEM Education มาบูรณาการ

  • การพัฒนาทักษะสัมมาชีพ เช่น โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เชียงใหม่ได้จัดทำโครงการสะเต็มศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพเชิงพาณิชย์ ก็อาจจะต้องไปบูรณาการร่วมกับหน่วยงานทางการศึกษาอื่นที่ได้ดำเนินการในเรื่องนี้ เช่น ศูนย์ประสานงานการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา 6 ภาค เพื่อเป็นศูนย์กลางรวบรวมตลาดงาน ความต้องการของสาขาอาชีพต่าง ๆ รวมทั้งเป็นหน่วยงานจัดทำ Big Data ด้านการวางแผนผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาที่จะสำเร็จเป็นรูปธรรมภายใน 1-2 เดือนนี้ รวมทั้งการพัฒนาหลักสูตรให้เชื่อมโยงการศึกษาทุกระดับ

  • นวัตกรรมการศึกษาเฉพาะทาง เช่น โรงเรียนวัดแม่แก้ดน้อย อ.สันทราย ที่เป็นโรงเรียนต้นแบบเรียนรวมสำหรับการบริหารจัดการการศึกษาแบบเรียนรวม สำหรับนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษเรียนรวม หากมีความจำเป็นที่จะมีสถานศึกษานำร่องในเรื่องใดเพิ่มเติม ก็ขอให้พิจารณาให้ครอบคลุมและเป็นไปตามความสมัครใจของสถานศึกษาด้วย

  • การกำหนดกรอบเวลา (Timeline) ในการทำงาน  จากการที่ให้ทุกพื้นที่นวัตกรรมการศึกษารวบรวมข้อมูลเสนอ ศธ. พิจารณาภายใน 31 มกราคม 2562 ขอให้แต่ละพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาทั้ง 6 จังหวัดประชุมหารือก่อน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและข้อสรุปเบื้องต้น ก่อนนำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการอำนวยการพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาในวันดังกล่าว เพื่อให้เกิดผลในเชิงปฏิบัติที่ชัดเจนทั้งระบบคิดและระบบวางแผนภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 จนกระทั่งมีความพร้อมสูงสุดสามารถเดินเครื่องเต็มระบบได้ในช่วงเปิดเทอมภายในเดือนพฤษภาคม 2562

  • การพิจารณาสถานศึกษาพื้นที่นำร่อง ตามร่าง พ.ร.บ.พื้นที่นวัตกรรมการศึกษาดังกล่าว ควรพิจารณาสถานศึกษานำร่องให้ครอบคลุมทั้งสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของ สพฐ. สถานศึกษาขั้นพื้นฐานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของเอกชน

  • แนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาทั้ง 6 พื้นที่ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานนั้น ฝาก
       - สร้างความเข้าใจให้เกิดขึ้น ว่าโครงการนี้ทำแล้วได้อะไร เกิดประโยชน์อะไร
       - หากพบปัญหาอุปสรรคใด ๆ ขอให้ยึดหลักคิด 'ไม่มีปัญหาใดที่แก้ไม่ได้' บางปัญหาที่แก้ไขยากอาจจะช้าบ้างก็ไม่เป็นไร เพียงแต่ขอให้ดูชัด ๆ
       - มอง 'ประชาชนและผู้เรียน' เป็นศูนย์กลาง
       - นำยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี มาเป็นกรอบวางแผนการทำงาน
    เพื่อร่วมพัฒนาประเทศไปสู่ Thailand 4.0 ที่เน้นการขับเคลื่อนประเทศด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ในขณะเดียวกันก็ 'ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง' จึงต้องพิจารณาขับเคลื่อนพัฒนาทั้งกลุ่ม 1.0 'เกษตร' 2.0 'อุตสาหกรรมรายย่อย' 3.0 'อุตสาหกรรมหนัก' ไปจนถึง 4.0 'เน้นการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม'

  • ให้ศึกษาข้อกฎหมายตามร่าง พ.ร.บ.พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. .... ซึ่งมีทั้งหมด 50 มาตรา ให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ เพื่อเป็นแนวทางการทำงานที่ชัดเจน เช่น วัตถุประสงค์ ตามมาตรา 5, การบริหารพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ตามหมวด 3, การกำหนดสถานศึกษานำร่อง ตามหมวด 4, การขยายพื้นที่ฯ เป็นต้น

  • ให้เน้นรณรงค์สร้างการรับรู้ความเข้าใจให้เกิดขึ้น เพราะเมื่อเกิดความเข้าใจแล้ว ก็จะส่งผลให้เกิดความร่วมมือ และผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน อันถือว่าเป็นหลักบูรณาการในการทำงาน ที่จะส่งผลให้เป็นแบบอย่างขยายไปสู่จังหวัดต่าง ๆ ต่อไป

ผลการประชุมและความคิดเห็น
เกี่ยวกับการขับเคลื่อน
พื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดเชียงใหม่

ดร.อโณทัย ไทยวรรณศรี ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา สพฐ. "การประชุมขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดเชียงใหม่ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-22 ธันวาคม 2561 มุ่งเน้นการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ภายใต้วิสัยทัศน์ของจังหวัดเชียงใหม่ "เชียงใหม่นครแห่งการเรียนรู้เพื่อคุณภาพชีวิต" โดยใช้การวิจัยเป็นฐาน ประกอบกับความร่วมมือและการประสานงานกับหน่วยงานทางการศึกษาและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน

นอกจากนี้ มีแนวทางที่จะเร่งแก้ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ทั้งในกลุ่มโรงเรียนที่ไม่ได้ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาแม่ และกลุ่มโรงเรียนที่ไม่มีปัญหาการใช้ภาษาไทย ตลอดจนเร่งสร้างการรับรู้และสร้างความเข้าใจกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อร่วมกันดำเนินการพื้นที่นวัตกรรมให้บรรลุเป้าหมาย"

ดร.รตนภูมิ โนสุ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 3 "จังหวัดเชียงใหม่มีต้นทุนเดิมด้านการศึกษาที่มีความเข้มแข็ง เนื่องจากทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาของสถานศึกษาในพื้นที่ภายใต้การดำเนินงานของภาคีเครือข่ายต่าง ๆ อาทิ เครือข่ายโรงเรียน เครือข่ายสถาบันอุดมศึกษา เครือข่ายผู้ปกครอง เป็นต้น จึงมีแนวทางในการนำความร่วมมือที่เป็นต้นทุนเดิมเหล่านี้ มาพัฒนาต่อยอดสู่การดำเนินงานพื้นที่นวัตกรรม​การศึกษา​จังหวัดเชียงใหม่

จังหวัด​เชียงใหม่​ได้รับการประกาศจัดตั้ง​ให้เป็น 1 ใน 6 พื้นที่นวัตกรรมการศึกษานำร่อง เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม​ 2561 ขณะนี้ได้ดำเนินงานที่มีความก้าวหน้าในหลายส่วน ทั้งการรับฟังการชี้แจงนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อน​พื้นที่นวัตกรรม​การศึกษา จากสำนักงานคณะกรรมการ​การศึกษา​ขั้น​พื้นฐาน​ (สพฐ.) การประชุมภาคีเครือข่ายและคัดเลือกผู้แทนในคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา​ การประชุมคณะทำงานการขับเคลื่อนนโยบาย เป็นต้น โดยมุ่งเน้นการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้วยการหลอมรวมนวัตกรรม​ที่มีอยู่ในพื้นที่​ เพื่อนำนวัตกรรม​เหล่านั้นมาจัดกลุ่มนวัตกรรมการศึกษาของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม คือ การแก้ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้กลุ่มโรงเรียนที่นักเรียนไม่ได้ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาแม่, การแก้ปัญหาอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้กลุ่มโรงเรียนที่นักเรียนไม่มีปัญหาการใช้ภาษาไทย, การพัฒนาโรงเรียนและผู้เรียนสู่ความเป็นเลิศ, การพัฒนาทักษะสัมมาชีพ และนวัตกรรมการศึกษาเฉพาะทาง

สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2562 จะเร่งสร้างการรับรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับพระราชบัญญัติ พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา​ให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้รับทราบรายละเอียด พร้อมทั้งประกาศรับสมัครโรงเรียนที่มีความสนใจเข้าร่วมโครงการพื้นที่นวัตกรรม​การศึกษา​ จากนั้นคณะกรรมการจะคัดเลือกโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการตามกลุ่มนวัตกรรม​การศึกษา​ เพื่อให้สามารถจัดทำแผนพัฒนาการศึกษา​ตามวัตถุประสงค์​ของพื้นที่นวัตกรรม​การศึกษา​ได้ โดยจะมีการนิเทศและติดตามผลการดำเนินงานของโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการด้วย

ในส่วนของแผนการดำเนินงานพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาในปี 2563 คาดว่าจะนำนวัตกรรมการศึกษา​ที่เกิดขึ้นใหม่มาจัดกลุ่มนวัตกรรม พร้อมทั้งขยายผลโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการไปยังพื้นที่อื่นในจังหวัดเชียงใหม่​อย่างทั่วถึง เพื่อให้เกิดการดำเนินงานที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ส่วนในปี 2564 จะมีการประมวลผลในภาพรวมว่าจังหวัดเชียงใหม่มีนวัตกรรม​การศึกษา​ด้านใดบ้าง มีสิ่งใดที่เพิ่มขึ้นและลดลง รวมทั้งมีทิศทางการดำเนินงานพื้นที่นวัตกรรม​การศึกษาในห้วงต่อไปอย่างไรบ้าง"

นายสินอาจ ลำพูนพงศ์ ผู้ทรงคุณวุฒิภาคีเชียงใหม่เพื่อการปฏิรูปการศึกษา "จังหวัดเชียงใหม่​เป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ แบ่งการบริหารงานเป็น 25 อำเภอ มีสถานศึกษา 1,727 แห่ง ใน 18 สังกัด และมีประชากรวัยเรียน 460,000 คน ทำให้มีความหลากหลายทั้งในด้านพื้นที่และชาติพันธุ์ กล่าวคือ มีทั้งพื้นที่สูง พื้นที่ทุรกันดาร และพื้นที่เมือง อีกทั้งประชากรก็มีความหลากหลายทั้งชาติพันธุ์และพื้นฐานทางเศรษฐกิจ

ในด้านคุณภาพการศึกษา​ แม้ว่าจังหวัดเชียงใหม่จะมีสถาบันการศึกษาที่มีคุณภาพในระดับสากลหลายแห่ง แต่ก็ยังมีสถานศึกษาอีกจำนวนมากที่ยังต้องได้รับการพัฒนา เพื่อให้พลเมืองของจังหวัดเชียงใหม่มีความสามารถ​ในการอ่านออกเขียนได้ มีสัมมาชีพ ได้รับการพัฒนาอย่างทั่วถึง รักษ์วัฒนธรรม ทันการเปลี่ยนแปลง แสวงสัมมาชีพ โดยการจัดกลุ่มพื้นที่นวัตกรรม​ทั้ง 5 กลุ่ม จะรวบรวมข้อมูลด้านต่าง ๆ เพื่อที่ทุกภาคส่วนจะได้พิจารณาร่วมกันและนำมาเติมเต็มในสิ่งที่สถานศึกษายังขาดแคลนหรือต้องการการสนับสนุนเพิ่มเติมต่อไป"

นายกิตติ์ธเนศ พันธ์ภานุฉัตร ศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ "การขับเคลื่อน​พื้นที่นวัตกรรม​การศึกษาจังหวัดเชียงใหม่ ใช้กลไกการวิจัยเป็นฐาน ประกอบกับความร่วมมือของหน่วยงานด้านการศึกษาในพื้นที่​และภาคีเครือข่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะยุทธศาสตร์การศึกษาระดับอำเภอที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก โดยให้แต่ละอำเภอเป็น Geobase Command Center เพื่อเข้าไปดูแลการศึกษาในพื้นที่อย่างแท้จริง โดยมีฐานข้อมูล​ที่ตอบโจทย์การพัฒนา​การศึกษา​ เพื่อสร้างคนให้เป็น​มนุษย์​ที่สมบูรณ์ สามารถค้นหาความถนัดของตนเองและนำมาพัฒนา​ได้อย่างตรงจุด จากนั้นนำศักยภาพ​ไปพัฒนาคนรอบข้างและสังคม นำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมการศึกษาโลก"

ด.ญ. พัณณิตา ธาราการะเกด นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนบ้านพุย อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ "ตั้งแต่ไปโรงเรียนวันแรกก็ไม่ชอบเรียนหนังสือเพราะกลัวครู แต่อยู่มาวันหนึ่งผู้อำนวยการโรงเรียนก็พาไปเข้าห้องเรียนที่มีการเรียนการสอนแบบทวิภาษา ที่สอนทั้งภาษาถิ่นและภาษาไทย จึงทำให้ไม่กลัวครู วางใจในครู และรู้สึกอบอุ่น ทำให้ชอบและสนุกกับการเรียนมากขึ้น เพราะได้เรียนในภาษาของตนเอง ได้เจอเพื่อน ๆ ด้วย ดีใจที่ได้ไปโรงเรียน จึงอยากให้ทางผู้ใหญ่ใจดีสนับสนุนงบประมาณในการจ้างครูถิ่น เพื่อที่น้อง ๆ รุ่นหลังจะได้เรียนแบบทวิภาษา ผลการเรียนก็จะดียิ่งขึ้น"

นายณรงค์ ลุมมา ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดแม่แก้ดน้อย "โรงเรียนวัดแม่แก้ดน้อย จัดการศึกษาแบบเรียนรวม ทั้งเด็กปกติและเด็กที่มีความต้องการพิเศษ โดยจัดการเรียนการสอนผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย ให้เด็กมีความรู้สึกว่าอยู่โรงเรียนแล้วมีความสุข ทำโรงเรียนให้เป็นบ้าน ทำบ้านให้เป็นโรงเรียน พร้อมทั้งสร้างโอกาสการเรียนรู้ให้กับเด็กทุกคน ตลอดจนจัดการเรียนการสอนร่วมกับชุมชนและหน่วยงานในพื้นที่"

อนึ่ง ในการประชุมครั้งนี้ พล.อ.สุรเชษฐ์​ ช​ั​ยวงศ์ รมช.ศึกษาธิการ​ ได้เยี่ยมชมนิทรรศการความก้าวหน้าการจัดการศึกษาพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดเชียงใหม่ เช่น

  • แนวทางการสอนภาษาไทยโดยใช้ภาษาแม่เป็นฐานสำหรับเด็กกลุ่มชาติพันธุ์ (ทวิ/พหุภาษา)

  • นวัตกรรมการจัดการเรียนการสอนแบบ Montessori โรงเรียนทรายทองราษฎร์อุทิศ

  • โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเสริมสร้างศักยภาพของชุมชนพื้นที่อำเภออมก๋อยและแม่แจ่ม ตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มหาวิทยาลัย​เชียงใหม่

  • การจัดการศึกษากลุ่มโรงเรียนบนพื้นที่สูงและถิ่นทุรกันดาร อ่างขางโมเดล (Angkhang Model)

  • สะเต็มศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพเชิงพาณิชย์ โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เชียงใหม่

  • การบริหารจัดการการจัดการศึกษาแบบเรียนรวม (Narong Model : Nurse Adjustment Relax Organization Normal และ Goal) สำหรับนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษเรียนรวม โรงเรียนวัดแม่แก้ดน้อย

  • การเรียนรู้แบบบูรณาการตามแนวทางสะเต็มศึกษาหน่วยการเรียนรู้ Active Learning​บ้านอุ๊ยขาดน้ำ (ความดันและหลักแบร์นูลี) เป็นต้น

Written by อรพรรณ ฤทธิ์มั่น
Photo Credit ยุทธพงศ์ เลือก​กลั่น​ดี
Rewriter นวรัตน์ รามสูต
Editor บัลลังก์ โรหิตเสถียร

 

พบกันหลากหลายช่องทาง

 
 

FACEBOOK
ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี

"ภาพ/ข่าว
รัฐมนตรี ศธ."

FACEBOOK
ศธ.360 องศา

"ข่าวรัฐมนตรี ผู้บริหาร
และสังคมการเรียนรู้ ศธ."

WEBSITE
หน้าโฮมเพจ

"ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี
โดยทีมงานสานพลัง สป./สร."

 
 

 
         

^ เลื่อนขึ้นด้านบน

 
Find us on Facebook Follow us on Twitter
   

 More Resources

 ข่าวล่าสุดของรัฐมนตรี เกี่ยวกับ สพฐ.

   
  493 ประชุมปฏิบัติการ รร.ในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดศรีสะเกษ
  489 ประชุม คกก.ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
  482 รมว.ศธ.ลงพื้นที่ ครม.สัญจร อุดรธานี
  466 ตรวจเยี่ยม Partnership School ทีมหาสารคาม ร้อยเอ็ด และขอนแก่น
  451 เยี่ยมห้องเรียนภาษาจีน ชลบุรี
  444 ตรวจเยี่ยม Partnership School ทีนครศรีธรรมราช
  435 อ่างขางโมเดล
  434 ลงพื้นที่สุพรรณบุรี
  429 ตรวจเยี่ยม-ประชุม Partnership School ทีบุรีรัมย์
  418 ห้องเรียนภาษาจีน
   
 
 
 

ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
บรรณาธิการข่าว : บัลลังก์ โรหิตเสถียร, นวรัตน์ รามสูต, อรพรรณ ฤทธิ์มั่น

Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)


สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550
PV 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390 2014 729,569 2015 1,505,932 2016 2,673,943 2017 2,375,855
Backoffice
: MOE i MOE-news.net

Tags : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, รมว.ศึกษาธิการ,รมช.ศึกษาธิการ, รมว.ศธ., รมช.ศธ., ข่าวการศึกษา, ศึกษาธิการ