.

โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี สร.สาร รับเรื่องราวร้องทุกข์

 

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 381/2559
ความร่วมมือโครงการลดภาระหนี้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา


สำนักงานคณะกรรมการ สกสค. - เมื่อวันพุธที่ 14 กันยายน 2559 ได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการลดภาระหนี้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ระหว่างนายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน และนายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. ที่อาคารสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. โดยมีนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งคณะผู้บริหารฝ่ายการเมือง ผู้บริหารระดับสูง 5 องค์กรหลัก ผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสื่อมวลชนจำนวนมาก เข้าร่วมพิธีการลงนามในครั้งนี้

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า โครงการลดภาระหนี้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในครั้งนี้ เป็นโครงการที่ต้องให้เครดิตต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ได้สั่งการให้กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงการคลังเข้าไปแก้ไขปัญหา

จากข้อสั่งการในวันนั้นจนถึงวันลงนามในครั้งนี้ ได้มีการหารือและได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างแน่นแฟ้น แต่การแก้ไขปัญหาจะใช้วิธีการพักหนี้หรือล้างหนี้เช่นเดียวกับชาวนาหรือเกษตรกรไม่ได้ ครูที่เป็นหนี้จึงจำเป็นต้องชำระหนี้ เพียงแต่ขอให้อัตราดอกเบี้ยในการชำระหนี้น้อยลง เพื่อลดภาระของครู ให้ครูมีขวัญกำลังใจที่จะทำงาน

ทั้งนี้ อาชีพครูมีหนี้สินไม่ต่างจากอาชีพอื่นๆ แต่อาชีพครูอาจจะมีความจำเจที่ต้องอยู่หน้าชั้นเรียน เป็นเรือจ้างที่คอยพายเรือส่งเด็กจบออกไปในแต่ละรุ่นจนกว่าครูจะเกษียณ และเป็นอาชีพที่ได้พบเด็กแต่ละรุ่นที่มีความหลากหลายแตกต่างกันออกไป ทั้งเด็กที่มีครอบครัวยากจน หรือบางคนเป็นลูก อบต. จึงเข้าใจว่าทำไมครูจึงต้องมีทางออกอื่นๆ ซึ่งครูก็มีความจำเป็นที่จะต้องกู้เงินเพื่อใช้จ่ายตามความจำเป็น ประกอบกับการขาดการดูแลจากผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น รวมทั้งการแข่งขันการทำยอดเงินกู้จากสถาบันการเงินต่างๆ และสหกรณ์ออมทรัพย์ครูซึ่งปล่อยให้ครูกู้ง่ายมาก จึงทำให้สัดส่วนหนี้สินของครูมีเป็นจำนวนมาก


รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ครูเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาประเทศตามนโยบายของรัฐบาลไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ด้วยพื้นฐานอาชีพของครู คือ สามารถผลิตคนที่มีคุณภาพในการพัฒนาประเทศ

ดังนั้น จึงได้กำหนดการปฏิรูปการศึกษาไว้ในรัฐธรรมนูญด้วย แต่ในขณะเดียวกันครูประสบปัญหาค่อนข้างหนักเกี่ยวกับภาระหนี้สิน ซึ่งกลุ่มอาชีพครูมีจำนวนกว่า 9 แสนราย ในจำนวนนี้เป็นหนี้ธนาคารออมสินกว่า 4 แสนราย และเป็นกลุ่มอาชีพที่มีภาระสัดส่วนหนี้สูงที่สุด รัฐบาลจึงเห็นว่าขวัญกำลังใจของครูในการสอนนักเรียนเป็นเรื่องใหญ่ จึงต้องการบรรเทาความเดือดร้อนด้วยการลดภาระหนี้ของครู

นอกจากการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูในครั้งนี้แล้ว กระทรวงการคลังเตรียมแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบทั่วประเทศภายใน 2-3 สัปดาห์นี้ ซึ่งปัจจุบันผู้กู้เงินนอกระบบต้องรับภาระอัตราดอกเบี้ยสูงมาก ใครเข้าไปไม่มีทางหลุดออกมาได้ และมีการทวงหนี้โหดด้วย จึงต้องการจะผลักดันการแก้ไขปัญหาการกู้เงินนอกระบบครั้งนี้ให้มีความเข้มข้นและเกิดความยั่งยืนต่อไป โดยจะมีการออกกฎหมายบังคับให้ผู้ปล่อยกู้เงินนอกระบบจะต้องคิดดอกเบี้ยเงินกู้ให้เป็นไปตามอัตราที่กำหนด และกำหนดบทลงโทษผู้ฝ่าฝืนถึงขั้นจำคุกไว้ด้วย ขณะเดียวกันจะเปิดช่องทางให้ผู้ที่ต้องการใช้เงินเป็นพิเศษด้วยความจำเป็น ซึ่งธนาคารออมสินอาจจะไม่ต้องมีหลักประกันหรือคิดอัตราดอกเบี้ยถูกมาก รวมทั้งจะพยายามปรับให้ผู้กู้นอกระบบเข้ามาในระบบให้มากขึ้น หวังว่าโครงการลักษณะนี้จะทยอยออกมาช่วยเหลือประชาชนให้มากขึ้น


ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า การกู้เงินตามโครงการนี้จะช่วยลดภาระหนี้ที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดยนำเงินฌาปนกิจสงเคราะห์ครอบครัว (เงิน ช.พ.ค.) ที่ทายาทมีสิทธิ์จะได้รับในอนาคตมาค้ำประกัน ซึ่งธนาคารออมสินคิดอัตราดอกเบี้ยเพียง 4.00% ต่อปี ต่ำกว่าเงินกู้เดิมที่คิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ประมาณ 5.85-6.70% ต่อปี

ทั้งนี้ ผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการนี้ได้ ต้องเป็นผู้ที่ยังมีภาระหนี้สินเชื่อโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค. กับธนาคาร มีอายุ 50 ปีขึ้นไป และคงมีสถานะเป็นสมาชิก ช.พ.ค. โดยกำหนดวงเงินสินเชื่อเท่ากับจำนวนเงินฌาปนกิจสงเคราะห์ครอบครัวที่ทายาทมีสิทธิ์จะได้รับหลังค่าจัดการศพแล้ว โดยเงินสินเชื่อจะถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนที่ 1 นำไปชำระหนี้เงินต้นบางส่วนหรือปิดบัญชีเงินกู้ ช.พ.ค.เดิม  ส่วนที่ 2 กันไว้เพื่อชำระดอกเบี้ยเงินกู้ตามสัญญาใหม่ และชำระเงินสงเคราะห์รายศพรายเดือนตลอดระยะเวลากู้ โดยการดำเนินโครงการนี้ ธนาคารออมสินได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. ในการตรวจสอบยืนยันความเป็นสมาชิก ช.พ.ค. ของผู้ที่จะขอสินเชื่อใหม่ตามโครงการนี้

โครงการนี้ จะทำให้รัฐบาลสามารถแก้ไขบรรเทาปัญหาหนี้สินข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้ โดยข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาประมาณ 289,000 ราย จะสามารถลดภาระหนี้ลงได้ทันทีเฉลี่ย 250,000 บาทต่อราย  เป็นเงิน 72,250 ล้านบาท ทำให้ลดภาระการผ่อนชำระหนี้เดิมลงได้ 1,200-2,400 บาท หรือบางรายสามารถปิดบัญชีได้โดยไม่ต้องผ่อนชำระหนี้อีกต่อไป ขณะเดียวกันธนาคารออมสินได้ลดอัตราดอกเบี้ยลงจากเดิม 5.85-6.70% ต่อปี เป็น 4.00% ต่อปี เป็นการแบ่งเบาภาระในระยะยาว และไม่ต้องผ่อนชำระหนี้วงเงินสินเชื่อใหม่ตลอดอายุสัญญา ซึ่งจะทำให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน ทำให้เกิดการพัฒนาวิชาชีพครูในภาพรวม รวมทั้งเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ดียิ่งขึ้นอย่างยั่งยืน




บรรยากาศการลงนามความร่วมมือโครงการลดภาระหนี้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา


บัลลังก์ โรหิตเสถียร : สรุป/รายงาน
ยุทธพงศ์ เลือกกลั่นดี : ถ่ายภาพ
14/9/2559

^ เลื่อนขึ้นด้านบน

 
Find us on Facebook Follow us on Twitter
   

 More Resources

 ข่าวยุทธศาสตร์ การทำงานล่าสุดของรัฐมนตรี

   
  374 หารือกับ สปท.ด้านการศึกษา
  354 บรรยายการศึกษาไทย 4.0 เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
  346 ผลประชุมกระทรวง 8/2559
  339 ติดตามผลขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาการทุจริตใน ศธ.
  338 ประชุมซุปเปอร์บอร์ดด้านการศึกษา
  326 การวางแผนพัฒนาค่ายลูกเสือ
  324 ชี้แจงนโยบายปฏิรูปการศึกษาให้ข้าราชการส่วนกลาง
  313 ศธ.เตรียมบูรณะซ่อมแซมอาคารราชวัลลภ (วังจันทรเกษม)
  311 อบทุนการศึกษาชายแดนใต้ ที่สงขลา
  310 Thailand STEM Festival 2016 ภาคกลางตอนล่างที่นครปฐม
   
 
 
 

ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
บรรณาธิการข่าว : บัลลังก์ โรหิตเสถียร, นวรัตน์ รามสูต, อรพรรณ ฤทธิ์มั่น

Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)


สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550 PV : 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390 2014 729,569 2015 1,505,932
Backoffice
: MOE i MOE-news.net

Tags : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, รมว.ศึกษาธิการ,รมช.ศึกษาธิการ, รมว.ศธ., รมช.ศธ., ข่าวการศึกษา, ศึกษาธิการ