.

โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี สร.สาร รับเรื่องราวร้องทุกข์

 

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 374/2559
หารือแนวทางขับเคลื่อนแผนการปฏิรูปประเทศ
กับคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา


พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ให้การต้อนรับและหารือกับนายวิวัฒน์ ศัลยกำธร ประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และคณะ เกี่ยวกับการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา เมื่อวันพุธที่ 7 กันยายน 2559 ที่ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ โดยมี พ.อ.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, ม.ล.ปริยดา ดิศกุล ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, ผู้บริหารองค์กรหลักและหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมประชุม



นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร ประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา สปท. กล่าวว่า ภายหลังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมาธิการ ได้สานต่องานของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในด้านการศึกษาและวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ในขณะเดียวกันได้ประสานและขับเคลื่อนงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการมาโดยตลอดช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา ทำให้การดำเนินงานด้านการศึกษามีความก้าวหน้าและเป็นไปได้ด้วยความเรียบร้อย

ดังนั้น จึงต้องการมาหารือและแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับการดำเนินงานด้านปฏิรูปการศึกษาร่วมกัน เพื่อเร่งเสนอกฎหมายให้ผ่านการพิจารณาของสภาต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผนปฏิรูปด้านการศึกษา ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากนายกรัฐมนตรีแล้ว มีสาระสำคัญโดยสรุป ดังนี้

การปฏิรูปการศึกษา : จัดทำขึ้นตามกรอบยุทธศาสตร์การปฏิรูปการศึกษาของคณะกรรมาธิการ ซึ่งกำหนดเป้าหมายพัฒนาคนไทยในอนาคต ให้เป็นคนดี มีวินัย ภูมิใจในชาติ ส่งเสริมให้เด็กได้มีความเชี่ยวชาญตามความถนัดของตน มีความรับผิดชอบต่อครอบครัว สังคม ชุมชน และประเทศชาติ โดยมีกลุ่มเป้าหมายในการจัดการศึกษาสำหรับคนทุกช่วงวัย พร้อมทั้งปฏิรูปแนวทางการจัดการศึกษาร่วมกับทุกภาคส่วนในสังคม อาทิ ครอบครัว ชุมชน โรงเรียน ศาสนา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน, ปฏิรูประบบจัดการศึกษา ให้เกิดความสอดคล้องกันทั้งระบบ, ปรับกระบวนการเรียนรู้ ทั้งช่วงเวลา หลักสูตร ครู วิธีการเรียนการสอน เทคโนโลยี/สื่อการสอน ตลอดจนปฏิรูประบบคลัง

ผลการดำเนินงาน : คณะกรรมาธิการได้จัดทำแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาเสนอต่อ สปท. รวมทั้งสิ้น 11 แผน ซึ่งผ่านการพิจารณาของ สปท. แล้ว 10 แผน และมีเรื่องที่จะขับเคลื่อนร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการโดยตรงอีกจำนวนหนึ่ง โดยมีรายละเอียดแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

1) แผนที่ต้องเร่งดำเนินการ : เป็นแผนที่นายกรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบและผ่านวิปทั้ง 3 ฝ่ายแล้ว และได้สั่งการให้เร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2560 จำนวน 3 ฉบับ ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ, ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาตลอดชีวิต และร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยในส่วนของร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมาธิการร่วมระหว่างสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กับ สปท. เพื่อให้การพิจารณาในวาระที่ 2 มีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

2) แผนที่เร่งเสนอต่อสภาฯ : เป็นแผนที่ผ่าน สปท. และวิปทั้ง 3 ฝ่ายแล้ว ประกอบด้วย แผนปฏิรูป จำนวน 7 แผน คือ

- การบริหารจัดการศึกษาโรงเรียนขนาดเล็ก เพื่อแก้ไขปัญหาครูไม่ครบชั้นเรียน

- การพัฒนาครูด้วยการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning เน้นสอนเด็กให้คิดวิเคราะห์มากกว่าการท่องจำ

- การขับเคลื่อนการปฏิรูประบบการอาชีวศึกษาสู่อาชีวศึกษาทวิภาคี โดยเน้นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อพัฒนากำลังคนระบบทวิภาคี ขยายจำนวนนักศึกษาระบบทวิภาคี ตลอดจนพัฒนาวิชาอาชีวศึกษาที่เน้นวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการใช้ภาษาที่สาม และพัฒนาแผนความร่วมมือกับพันธมิตร อันจะนำมาซึ่งค่าตอบแทนตามวุฒิการศึกษา รวมทั้งการขับเคลื่อนการจัดการศึกษาและอาชีพตามบริบทจังหวัด/กลุ่มจังหวัด

- การชะลอการประเมินคุณภาพการศึกษาโดยหน่วยงานต้นสังกัดและหน่วยงานภายนอก

- การปฏิรูประบบประกันคุณภาพการศึกษา เพื่อให้มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาระบบใหม่ที่เหมาะสม

- การขับเคลื่อนการปฏิรูประบบวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการวิจัย เพื่อนวัตกรรม ซึ่งนายกรัฐมนตรีเห็นชอบแผนการปฏิรูปแล้ว โดยมีสาระสำคัญของแผน คือเพื่อการปฏิรูปเชิงนโยบายโครงสร้างองค์กรและบุคลากร การปฏิรูปการบริหารทรัพยากรอื่นๆ การปฏิรูปการบริหารจัดการงานวิจัย และการปฏิรูปการจัดการข้อมูลและองค์ความรู้

- การปฏิรูประบบการเรียนรู้ เพื่อสร้างคนไทยให้เป็นพลเมืองดี วินัยเด่น : คนดีมีวินัย ภูมิใจในชาติ มีความรับผิดชอบต่อครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ ด้วยการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด “STAR STEMS” กล่าวคือ การปรับเปลี่ยนกระบวนการจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนเป็นคนดี คนเก่ง ด้วยครูมืออาชีพ โดยบูรณาการองค์ความรู้เพื่อปลูกฝังคุณลักษณะอันพึงประสงค์และใช้แก้ปัญหาในชีวิต โดย STAR คือ Student-นักเรียน, Teacher-ครู, Academic-การศึกษาวิชาการ, Revolution-การปฏิบัติ และ STEMS คือ Scientific thinking หลักเหตุ-ผล, Thai-Technology หลักภูมิปัญญาไทย, English-Engineering หลักประสิทธิภาพและการสื่อสารภาษาอังกฤษ, Moral-Mathematics หลักตรรกะและคุณธรรม, Sociogeology หลักภูมิสังคม

ส่วนแผนปฏิรูปการอุดมศึกษาและ ร่าง พ.ร.บ.การอุดมศึกษา อยู่ระหว่างการจัดทำเพื่อนำเสนอต่อ สปท.ต่อไป

3) เรื่องที่ขับเคลื่อนร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ : คณะกรรมาธิการได้เสนอเรื่องที่จะเสนอตรงต่อกระทรวงศึกษาธิการเพื่อขับเคลื่อนร่วมกัน รวม 7 เรื่อง โดยเสนอมายังกระทรวงศึกษาธิการแล้ว 2 เรื่อง คือการยกเลิก TQF 3-7 และการปฏิรูประบบการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ และมีเรื่องที่เตรียมจะเสนอเพิ่มเติมอีก 5 เรื่อง ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาปฐมวัย, การปรับโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ, การแก้ไข พ.ร.บ.การประกันคุณภาพการศึกษา และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง, ปฏิรูประบบการคลัง และการประเมินและเลื่อนวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการดำเนินงานในหลายส่วนที่สอดคล้องกับงานของ สปท. อาทิ การพัฒนาครู ซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมการผลิตครูระบบปิด, การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการจัดการเรียนการสอนตามบริบทและศักยภาพในแต่ละพื้นที่, การปรับปรุงระบบบริหารงานบุคคลของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เช่น การคงไว้ซึ่งวิทยฐานะ การเข้าสู่ตำแหน่งรองผู้อำนวยการและผู้อำนวยการสถานศึกษา, กิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ เพื่อลดปัญหานักเรียนเรียนในห้องเรียนมากเกินไป และช่วยปลูกฝังคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในศตวรรษที่ 21, การปรับปรุงระบบวัดและประเมินผล เช่น การออกข้อสอบ O-NET ให้มีมาตรฐาน เป็นต้น

โอกาสนี้ ได้ฝากประเด็นเกี่ยวกับการศึกษาให้ สปท.พิจารณาดำเนินการ ดังนี้

  • การตั้งคณะกรรมการปฏิรูปการศึกษาตามรัฐธรรมนูญ ปี 2559 ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการจะเป็นเจ้าภาพในการยกร่างคณะกรรมการ รวมทั้งอำนาจและหน้าที่ จึงขอให้ สปท. ออกแบบองค์ประกอบของคณะกรรมการ ทั้งในส่วนของที่มาของกรรมการและจำนวน พร้อมเหตุผลประกอบพิจารณา เพื่อแต่งตัวไว้รอรัฐธรรมนูญประกาศใช้ ทั้งนี้เน้นให้คณะกรรมการมีจำนวนไม่มากนัก และมีสัดส่วนระหว่างคนใน/นอกกระทรวงศึกษาธิการแบบพอประมาณ พร้อมเสนอแนะให้ตีโจทย์การปฏิรูปให้แตกเสียก่อน เพื่อจะได้หาคนมาทำงานได้ง่ายขึ้น

  • กำหนดความรับผิดชอบดูแลและพัฒนาคนแต่ละช่วงวัย ขอให้ สปท.พิจารณาถึงผู้ที่จะรับผิดชอบดูแลคนแต่ละวัยแต่ละกลุ่มอย่างชัดเจน เหมาะสม และตรงกับหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน ซึ่งจะมีความสัมพันธ์กับงบประมาณและบุคลากรด้วย เช่น เด็กที่อยู่ในครรภ์ ควรมีหน่วยงานใดดูแลให้ความรู้กับพ่อแม่ เมื่อเด็กคลอดออกมาแล้วต้องมีหน่วยงานรับช่วงต่อให้เด็กเติบโตสมบูรณ์แข็งแรง จนถึงเวลาต้องเข้าเรียน ก็เป็นหน้าที่กระทรวงศึกษาธิการที่จะต้องจัดการศึกษาให้เหมาะสมกับเด็กแต่ละกลุ่มแต่ละวัย ทั้งนี้ในบางช่วงอาจต้องมีเจ้าภาพร่วมเพราะมีความเกี่ยวข้องกับหลายส่วน

  • การพัฒนาครู กระทรวงศึกษาธิการเห็นด้วยกับแนวทางพัฒนาครูด้วยการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning แต่เห็นว่าการท่องจำยังมีความจำเป็นอยู่เช่นกัน ซึ่งจะเป็นการ “ท่องจำในสิ่งที่ต้องจำ” เพื่อนำไปขยายผลในการเรียนการสอน เช่น การท่องสูตรคูณ เป็นต้น

  • การประเมินคุณภาพการศึกษา โดยเฉพาะในส่วนของมหาวิทยาลัยเป็นเรื่องใหญ่และเกี่ยวข้องกับหลายฝ่าย ดังนั้นการชะลอหรือยกเลิกการประเมินนั้น ขอให้ สปท.รับฟังความเห็นและศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้านเสียก่อน


นวรัตน์ รามสูต, บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน
ยุทธพงศ์ เลือกกลั่นดี : ถ่ายภาพ
8/9/2559

^ เลื่อนขึ้นด้านบน

 
Find us on Facebook Follow us on Twitter
   

 More Resources

 ข่าวยุทธศาสตร์ การทำงานล่าสุดของรัฐมนตรี

   
  354 บรรยายการศึกษาไทย 4.0 เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
  346 ผลประชุมกระทรวง 8/2559
  339 ติดตามผลขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาการทุจริตใน ศธ.
  338 ประชุมซุปเปอร์บอร์ดด้านการศึกษา
  326 การวางแผนพัฒนาค่ายลูกเสือ
  324 ชี้แจงนโยบายปฏิรูปการศึกษาให้ข้าราชการส่วนกลาง
  313 ศธ.เตรียมบูรณะซ่อมแซมอาคารราชวัลลภ (วังจันทรเกษม)
  311 อบทุนการศึกษาชายแดนใต้ ที่สงขลา
  310 Thailand STEM Festival 2016 ภาคกลางตอนล่างที่นครปฐม
   
 
 
 

ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
บรรณาธิการข่าว : บัลลังก์ โรหิตเสถียร, นวรัตน์ รามสูต, อรพรรณ ฤทธิ์มั่น

Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)


สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550 PV : 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390 2014 729,569 2015 1,505,932
Backoffice
: MOE i MOE-news.net

Tags : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, รมว.ศึกษาธิการ,รมช.ศึกษาธิการ, รมว.ศธ., รมช.ศธ., ข่าวการศึกษา, ศึกษาธิการ