.

โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี สร.สาร รับเรื่องราวร้องทุกข์

 

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 454/2559
ผลการประชุม ก.ค.ศ. 10/2559


นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 10/2559 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม 2559 โดยมี พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมว่า ก.ค.ศ.ได้เห็นชอบร่างหลักเกณฑ์ฯ การคัดเลือกและพัฒนาบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา สพฐ. พร้อมกำหนดกรอบระยะเวลาในการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สพฐ.ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2559

• เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า จากการที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้มีหนังสือด่วนที่สุด ที่ ศธ 04009/851 ลงวันที่ 11 ตุลาคม 2559 เพื่อขอปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัด สพฐ. ซึ่งได้มีการประชุมหารือระหว่างคณะทำงานและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และนำเสนอ อ.ก.ค.ศ. วิสามัญฯ ที่เกี่ยวข้องแล้ว

ที่ประชุมได้พิจารณาแล้ว มีมติเห็นชอบให้ปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัด สพฐ. ดังนี้

  • หลักเกณฑ์และวิธีการนี้ฯ ให้ใช้คัดเลือกเฉพาะปี 2559 และใช้คัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัด สพฐ. ทั่วประเทศ

  • ผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกต้องมีคุณสมบัติครบถ้วน ตามมาตรฐานตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา

  • การคัดเลือกไม่มีการแบ่งกลุ่มทั่วไป และกลุ่มประสบการณ์

  • ผู้สมัครต้องเลือกสมัคร ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา หรือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา หรือสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ได้เพียงแห่งเดียว หากสมัครเกินกว่า 1 แห่งจะตัดสิทธิ์การคัดเลือกทั้งหมด

  • หลักสูตรการคัดเลือก แบ่งเป็น 2 ภาค คือ ภาค ก ความรู้ความสามารถทั่วไป และ ภาค ข ความเหมาะสมกับตำแหน่ง

  • ให้ สพฐ. เป็นผู้ดำเนินการออกข้อสอบภาค ก และกำหนดตัวชี้วัด องค์ประกอบ และคะแนนการประเมินในภาค ข

  • ให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) หรือ อ.ก.ค.ศ. สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ เป็นผู้ดำเนินการสอบ ภาค ก และประเมิน ภาค ข

  • ผู้ได้รับการคัดเลือกต้องได้คะแนน ภาค ก ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 และต้องได้คะแนนภาค ก และภาค ข รวมกันไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60

  • การบรรจุและแต่งตั้ง ให้ กศจ. หรือ อ.ก.ค.ศ. สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ดำเนินการ หากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษใด ยังมีบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกที่ยังไม่หมดอายุการขึ้นบัญชี ให้เรียกตัวผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจากบัญชีก่อน หากไม่มีบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกอยู่เดิม หรือมีแต่เรียกจนหมดบัญชี หรือบัญชีถูกยกเลิกแล้ว ให้เรียกตัวผู้ได้รับการคัดเลือกจากบัญชี กศจ. หรือ บัญชี อ.ก.ค.ศ. สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ที่ได้ดำเนินการคัดเลือกตามหลักเกณฑ์และวิธีการนี้ ตามลำดับที่ และตามจำนวนตำแหน่งว่างที่ประกาศรับสมัคร โดยไม่มีการขึ้นบัญชี

  • ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 สั่งบรรจุและแต่งตั้ง ผู้ได้รับการคัดเลือกที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามมาตรฐานตำแหน่งและผ่านการพัฒนาก่อนบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาแล้ว ตามจำนวนตำแหน่งที่ประกาศรับสมัคร

  • ผู้ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามหลักเกณฑ์และวิธีการนี้ ต้องได้รับการประเมินการปฏิบัติงานในหน้าที่เป็นระยะเวลา 1 ปี ตามวิธีการ องค์ประกอบ และตัวชี้วัด ที่ สพฐ.กำหนด หากมีผลการประเมินไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน ให้ สพฐ. ดำเนินการตามกฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับเงินเดือนในอัตรากำลังทดแทน พ.ศ. 2551 ข้อ 1 (7)

  • ให้ กศจ. หรือ อ.ก.ค.ศ. สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ แล้วแต่กรณี ดำเนินการยกเลิกบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือก เป็นการเฉพาะบุคคล เมื่อผู้นั้นมีกรณีใดกรณีหนึ่ง ดังนี้
         - ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งจากบัญชีที่ได้รับการคัดเลือกที่มีอยู่เดิม หรือบัญชีที่ได้รับการคัดเลือกตามหลักเกณฑ์และวิธีการนี้ บัญชีใดบัญชีหนึ่งไปแล้ว
         - ไม่มารายงานตัวเพื่อรับการบรรจุและแต่งตั้ง ตามวัน เวลา และสถานที่ที่กำหนด หรือไม่สมัครใจที่จะรับการบรรจุและแต่งตั้ง
         - มารายงานตัวแต่ไม่เลือกสถานศึกษาที่จะบรรจุและแต่งตั้ง
         - แจ้งสละสิทธิ์การบรรจุและแต่งตั้ง
         - ในวันที่บรรจุและแต่งตั้ง มีคุณสมบัติไม่ครบถ้วนตามมาตรฐานตำแหน่งและไม่ผ่านการพัฒนาก่อนแต่งตั้ง


• เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

  • การพัฒนา  กำหนดให้มีการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ผ่านการคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา โดยให้มีการพัฒนาสมรรถนะผู้อำนวยการสถานศึกษา เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 60 ชั่วโมง ด้านคุณลักษณะผู้อำนวยการสถานศึกษาที่พึงประสงค์ ภาวะผู้นำ
    ทางวิชาการ และการบริหารและจัดการในสถานศึกษา ผู้เข้ารับการพัฒนาต้องมีระยะเวลาเข้ารับการพัฒนา
    ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของระยะเวลาการพัฒนา และต้องผ่านเกณฑ์การประเมินไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80
    หากไม่ผ่านการประเมินต้องเข้ารับการพัฒนาใหม่

  • มาตรฐานการพัฒนา  ให้ สพฐ. ดำเนินการดังนี้
         1) การบริหารจัดการ  จัดทำรายละเอียดหลักสูตรและคู่มือการพัฒนา แผนพัฒนา คัดเลือกวิทยากรและวิทยากรพี่เลี้ยง และดำเนินการพัฒนาตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด โดยวิทยากรและวิทยากรพี้เลี้ยงต้องเป็นผู้ที่มีบุคลิกภาพเหมาะสม มีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และเป็นที่ยอมรับในทางวิชาการ
         2) สื่อ และนวัตกรรมการพัฒนา ให้จัดทำคู่มือและสื่อประกอบการพัฒนาให้ผู้เข้ารับการพัฒนาทราบ
         3) สถานที่ที่ใช้ในการพัฒนาต้องเหมาะสม
         4) การประเมินผลการพัฒนา
    ต้องมุ่งเน้นการประเมินตามสภาพจริงอย่างเป็นระบบและได้มาตรฐาน

  • หลังจากผ่านการพัฒนาเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 60 ชั่วโมง ให้ สพฐ.ดำเนินการกำกับ ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติงานเป็นระยะ ๆ ภายใน 1 ปี หากไม่ผ่านจะต้องกลับไปดำรงตำแหน่งเดิม โดยที่ประชุมมอบ สพฐ. และ ก.ค.ศ. ไปหารือเกี่ยวกับตำแหน่งในอัตราทดแทน

  • หลังจากผ่านการพัฒนาเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 60 ชั่วโมง ให้มีการพัฒนาอีกไม่น้อยกว่า 120 ชั่วโมง สำหรับการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา และให้มีผลย้อนหลังไป ณ วันที่ผ่านการพัฒนาเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 60 ชั่วโมง

  • การปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการนี้ ให้ใช้เฉพาะในการคัดเลือกตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัด สพฐ. ในปี พ.ศ. 2559 เท่านั้น

นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงาน ก.ค.ศ.จะกำหนดเงื่อนไขต่าง ๆ ตามร่างหลักเกณฑ์นี้ในประกาศรับสมัครด้วย โดยเฉพาะผลการประเมินการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งผู้สมัครจะได้รับทราบก่อนและจะต้องลงนามเพื่อบริหารสถานศึกษาให้มีคุณภาพตามค่าน้ำหนักตัวชี้วัดตามที่กำหนดอย่างชัดเจน โดยภายใน 6 เดือนจะมีการประเมินรอบแรก และ 6 เดือนถัดไปจะประเมินรอบที่สอง หากผู้ใดไม่ผ่านการประเมินการปฏิบัติงานในหน้าที่จะได้รับการแจ้งล่วงหน้า


• เห็นชอบให้มีการปรับปรุงกรอบระยะเวลาในการย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เพิ่มเติม)

โดยให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) พิจารณาคำร้องขอย้ายของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัด สพฐ. ไปตำแหน่งที่จะว่างเนื่องจากการเกษียณอายุราชการและตำแหน่งว่างกรณีอื่น ๆ ให้แล้วเสร็จ ภายในวันศุกร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2559


"ส่วนมติอื่น ๆ จากการประชุม ก.ค.ศ.ในครั้งนี้ คือ การอนุมัติให้นำโปรแกรมการตรวจสอบการคัดลอกผลงานวิชาการมาใช้ในการประเมินวิทยฐานะ และอนุมัติย้ายผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 2 ราย ได้เผยแพร่ไปแล้วในข่าวที่ 449/2559


ดรุวรรณ บุญมาก, บัลลังก์ โรหิตเสถียร : สรุป/รายงาน
ยุทธพงศ์ เลือกกลั่นดี : ถ่ายภาพ
27/10/2559
เผยแพร่ 31 ตุลาคม 2559

^ เลื่อนขึ้นด้านบน

 
Find us on Facebook Follow us on Twitter
   

 More Resources

 ข่าวล่าสุดของรัฐมนตรี เกี่ยวกับ สป.

   
  449 ก.ค.ศ.อนุมัติโปรแกรมตรวจสอบคัดลอกผลงาน และย้าย ผอ.สพท.
  438 รับฟังแนวทางดำเนินงานของสำนักงาน ก.ค.ศ.
  423 ผลประชุม ก.ค.ศ. 9/2559
  410 เปิดห้องสมุดประชาชนเฉลิมราชกุมารี จ.เลย
  395 ก.ค.ศ.อนุมัติเชี่ยวชาญ 27 ราย
  389 งานเกษียณและมอบรางวัลคนดีศักดิ์ศรีแห่ง สป.
  378 ผลประชุม กช. 3/2559
  373 ผลประชุม ก.ค.ศ.8/2559
  366 หลักเกณฑ์ใหม่คัดเลือกผู้บริหารสถานศึกษา
  362 พัฒนากิจการลูกเสือไทย
   
 
 
 

ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
บรรณาธิการข่าว : บัลลังก์ โรหิตเสถียร, นวรัตน์ รามสูต, อรพรรณ ฤทธิ์มั่น

Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)


สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550 PV : 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390 2014 729,569 2015 1,505,932
Backoffice
: MOE i MOE-news.net

Tags : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, รมว.ศึกษาธิการ,รมช.ศึกษาธิการ, รมว.ศธ., รมช.ศธ., ข่าวการศึกษา, ศึกษาธิการ