โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี สร.สาร รับเรื่องราวร้องทุกข์

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 361/2558
รมว.ศธ.พบผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็กที่เชียงใหม่

จังหวัดเชียงใหม่ - พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบนโยบายพร้อมทั้งรับฟังข้อเสนอในการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กในเขตพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ 80 โรงเรียน เมื่อวันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม 2558 ที่โรงเรียนบ้านห้วยทราย อำเภอเมืองเชียงใหม่ โดยมีผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) เชียงใหม่ เขต 1-6, ผู้อำนวยการโรงเรียนขนาดเล็กสังกัด สพป.เชียงใหม่ เขต 1 จำนวน 45 แห่ง, โรงเรียนในสังกัด สพป.เชียงใหม่ เขต 2-6 และศึกษานิเทศก์ เข้าร่วมประชุมประมาณ 100 คน

การจัดการศึกษาของโรงเรียนบ้านห้วยทราย : ใช้ DLTV ในปี 2555 ส่งผลให้คะแนนสอบ O-NET ปี 2557 สูงกว่าเฉลี่ยระดับประเทศทั้ง 6 กลุ่มสาระ

นางมณทิรา ตรีวงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยทราย ได้กล่าวรายงานการจัดการศึกษาของโรงเรียนบ้านห้วยทราย ว่า เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ตั้งอยู่ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ มีนักเรียนรวม 90 คน มีครูและบุคลากรทางการศึกษา 6 คน ปัจจุบันเปิดสอนตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยโรงเรียนได้เข้าร่วมโครงการการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม DLTV ในระดับประถมศึกษาทุกชั้นเรียนตั้งแต่ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2555 เป็นต้นมา เพื่อแก้ไขปัญหามีครูไม่ครบชั้นเรียนและครูจบไม่ตรงสาขาวิชาที่สอน นอกจากนี้จะมีการสอนเสริมในแต่ละวิชาภายหลังการจัดการเรียนการสอนทางไกลผ่านดาวเทียม เนื่องจากบางวิชามีความยากอาจทำให้นักเรียนบางส่วนเรียนตามไม่ทัน เช่น วิชาคณิตศาสตร์

โดยในปีการศึกษา 2557 ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาจากผลการทดสอบทางการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับชาติ (O-Net) ของโรงเรียนบ้านห้วยทราย มีคะแนนสูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศทั้ง 6 กลุ่มสาระ นอกจากนี้ ในกลุ่มสาระวิชาภาษาไทยและศิลปะยังอยู่ใน 10 อันดับคะแนนสูงสุดของโรงเรียนในสังกัด สพป.เชียงใหม่ เขต 1 ด้วย

มอบนโยบายการขับเคลื่อนคุณภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียนขนาดเล็ก

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวแสดงความชื่นชมผู้บริหารโรงเรียนดังกล่าว รวมทั้งโรงเรียนขนาดเล็ก ที่จัดการเรียนการสอนให้กับลูกหลานของเราอย่างเต็มความสามารถ โดยมุ่งหวังให้มีคุณภาพการศึกษาที่ดีขึ้น แต่ก็ต้องยอมรับความเป็นจริงว่าขณะนี้เรามีโรงเรียนขนาดเล็กอยู่หลายหมื่นแห่งที่ประสบปัญหาการขาดแคลนครู มีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ ตลอดจนมีงบประมาณที่จำกัดในการบริหารจัดการ เพราะเป็นค่าใช้จ่ายรายหัวที่เชื่อมโยงกับจำนวนผู้เรียน

การเดินทางมาครั้งนี้ จึงต้องการมารับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากผู้อำนวยการโรงเรียน ครู และศึกษานิเทศก์ เพื่อจัดระบบช่วยเหลือดูแลให้การดำเนินงานให้เกิดความคล่องตัวมากขึ้น

โอกาสนี้ รมว.ศึกษาธิการ ได้มอบแนวทางในการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก ดังนี้

1) การขาดแคลนครู  เป็นปัญหาหลักของโรงเรียนขนาดเล็กส่วนใหญ่ โดยนอกจากจะต้องจัดสรรให้มีครูครบทุกชั้นแล้ว การบรรจุตำแหน่งทดแทนอัตราเกษียณอายุราชการก็มีความสำคัญ ซึ่งในความเป็นจริงจะมีการขอคืนอัตราเกษียณทั้ง 100% อยู่แล้ว แต่ขอให้มีการจัดสรรครูให้กับโรงเรียนที่มีความขาดแคลนก่อนเป็นอันดับแรก และในขณะนี้มีความแนวคิดที่จะจ้างครูที่เกษียณอายุราชการที่ต้องการสอนหนังสือต่อ โดยอยู่ระหว่างเตรียมหลักเกณฑ์ในการจ้างอย่างเป็นระบบ ซึ่งจะนำประวัติและผลงานของครูมาเป็นหลักเกณฑ์หนึ่งในการพิจารณา รวมทั้งเร่งดำเนินการจัดหาบุคลากรตำแหน่งธุรการและนักการภารโรงให้โรงเรียนขนาดเล็กต่อไปด้วย

2) การสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ  นายกรัฐมนตรีได้มอบให้กระทรวงศึกษาธิการเร่งส่งเสริมการเรียนการสอนและการสื่อสารภาษาอังกฤษของนักเรียนนักศึกษา ตลอดจนพ่อแม่ผู้ปกครอง และประชาชน ซึ่งกำลังพิจารณาแนวทางดำเนินการใน 2 ส่วน คือ

- ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน  ขณะนี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ดำเนินการอยู่แล้วในโรงเรียนต่างๆ แต่ต้องการจะขยายการสื่อสารไปยังพ่อแม่ผู้ปกครองมากขึ้นด้วย โดยอาจใช้วิธีจัดทำป้ายบอกทางเป็นภาษาไทยควบคู่กับภาษาอังกฤษ หรือการรู้คำศัพท์ง่ายๆ ผ่านการทำการบ้านกับบุตรหลาน

- ระดับอุดมศึกษา  กำลังหารือกับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เกี่ยวกับการออกแบบการประเมินทักษะภาษาอังกฤษในระดับปริญญาตรี เพื่อต้องการให้มีการทดสอบภาษาอังกฤษเพื่อจบการศึกษา แต่หากสอบไม่ผ่านจะจัดอบรมภาษาอังกฤษให้ ก่อนที่จะมีการสอบใหม่อีกครั้ง ทั้งนี้เมื่อออกแบบการประเมินเสร็จแล้ว จะประชาสัมพันธ์ให้นักศึกษาทราบตั้งแต่เข้าเรียนปีที่ 1 ปีการศึกษา 2559 เพื่อให้ได้เตรียมตัวแต่เนิ่นๆ

3) การทบทวนอำนาจหน้าที่ของผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งจะต้องมีความชัดเจนเกี่ยวกับรายละเอียดในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นงานด้านบริหารหรืองานด้านวิชาการ ขอให้มีการรวบรวมมานำเสนอเพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา รวมทั้งประเด็นปัญหาขัดข้องของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั้งหมด 225 เขต ที่ได้มอบหมายให้เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานรวบรวมประเด็นในทุกแง่มุม เพื่อหาทางจัดรูปแบบการบริหารงานอย่างเป็นระบบต่อไป

4) นโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้  ซึ่งมีโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่สมัครเข้าร่วมโครงการถึง 7 แห่ง เนื่องจากเล็งเห็นถึงความสำคัญของการจัดกิจกรรมสร้างเสริมทักษะของนักเรียนทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านสติปัญญา (Head) ด้านทัศนคติ (Heart) ด้านเรียนรู้และปฏิบัติจริง (Hand) ด้านสุขภาพ (Health) ที่จะช่วยให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาทั้งทางด้านวิชาการและทักษะชีวิตที่สมดุลกัน อันจะนำมาซึ่งการทำให้นักเรียนมีความสุข ครูมีความสุข และผู้ปกครองมีความสุข

จึงขอให้โรงเรียนจัดกิจกรรมสร้างเสริมทักษะทั้ง 4 ด้านอย่างมีเป้าหมายและทิศทางที่ชัดเจน ตลอดจนผสมผสานกิจกรรมในแต่ละทักษะให้มีความสมดุลในแต่ละสัปดาห์ โดยโรงเรียนสามารถออกแบบการจัดกิจกรรมได้เองว่าจะเน้นทักษะด้านใดในแต่ละกิจกรรม หรือจะเน้นทุกทักษะภายในกิจกรรมเดียว เช่น กิจกรรมลูกเสือ ซึ่งจะตอบโจทย์เรื่องความมีระเบียบวินัย ความสามัคคี ความเสียสละ ความโอบอ้อมอารี หรือกิจกรรมกีฬาที่จะช่วยฝึกให้เด็กรู้จักการรู้แพ้รู้ชนะ มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ในขณะเดียวกันจะเกิดความผูกพันขึ้นระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้อง เพราะกีฬาในช่วงบ่ายจะแตกต่างจากการเรียนวิชาพลศึกษาในช่วงเช้า คือจะจัดให้นักเรียนเล่นกีฬาแบบคละชั้น

นอกจากนี้ กิจกรรมการเรียนการสอนของโรงเรียนหลายแห่งก็สอดคล้องกับกิจกรรมของโครงการอยู่แล้ว อาทิ มัคคุเทศก์น้อย โครงการเศรษฐกิจพอเพียง การสอนอาชีพให้นักเรียนบนพื้นที่สูง การสอนเสริมในกลุ่มสาระวิชาต่างๆ ดนตรีไทย กีฬา และศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น เป็นต้น

5) การจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ขณะนี้ทางมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมกำลังเตรียมจัดหาวิทยากรและครูที่มีความรู้ความสามารถ มีเทคนิคการสอนที่ดี มาเป็นครูต้นแบบการจัดการเรียนการสอนที่โรงเรียนต้นทาง เพื่อให้นักเรียนในโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการปลายทางได้เรียนกับครูดีครูเก่ง ทั้งนี้ขอให้ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษารวบรวมประเด็นปัญหาอุปสรรคจากการเรียนทางไกล เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในการจัดการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

รับฟังและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นจากผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็ก

ในการนี้ รมว.ศึกษาธิการ ได้เปิดโอกาสให้ผู้บริหารให้ข้อเสนอแนะ สภาพปัญหาความต้องการเกี่ยวกับการดำเนินงานโรงเรียนขนาดเล็ก ดังนี้

- งบประมาณ ขอให้มีการจัดสรรงบประมาณให้กับพื้นที่ เพื่อให้โรงเรียนสามารถดำเนินโครงการตามนโยบายและแก้ไขปัญหาตามบริบทของแต่ละพื้นที่ได้  (รมว.ศึกษาธิการ : ต้องยอมรับว่ากระทรวงศึกษาธิการเป็นองคาพยพใหญ่ และมีโรงเรียนกระจายอยู่ทั่วประเทศ ทั้งในพื้นที่ห่างไกล-พื้นที่สูง-ชายขอบ ดังนั้นจำเป็นที่จะต้องสื่อสารนโยบายหรือแนวทางการทำงานให้ทุกคนไม่ว่าจะอยู่ที่ใด ได้มีความเข้าใจถูกต้องชัดเจนตรงกันเสียก่อน มิฉะนั้นแต่ละพื้นที่ก็จะบริหารงานตามความรู้สึก ไม่เป็นไปในทิศทางและเป้าหมายเดียวกัน อย่างไรก็ตามขอเวลานี้เป็นช่วงเวลาในการทำความเข้าใจกับคนกระทรวงศึกษาธิการอย่างถ่องแท้ก่อนจะสื่อสารไปยังสาธารณชน จากนั้นจึงจะขับเคลื่อนตาม Road Map การปฏิรูปการศึกษาที่มีแผนงานพร้อมกรอบระยะเวลาในการดำเนินงานที่เชื่อมโยงกันทั้งระบบ รวมทั้งงบประมาณด้วย)

- สร้างแรงจูงใจครูอาสาสมัคร  ขอให้มีการสนับสนุนค่าใช้จ่ายสำหรับครูอาสาสมัครที่เดินทางไปช่วยสอนให้กับโรงเรียนขนาดเล็กที่ขาดแคลนครู  (รมว.ศึกษาธิการ : ในประเด็นนี้สอดคล้องกับการบริหารงบประมาณของ สพฐ. ที่จะต้องมีการสร้างระบบจัดสรรงบประมาณที่มีความเที่ยงตรงมากขึ้น จึงขอให้คิดกรอบ กติกา และหลักเกณฑ์เพื่อให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายแก่ครูอาสาสมัคร ทั้งค่าพาหนะ ค่าน้ำมัน และความดีความชอบที่ควรจะได้จากความทุ่มเทและเสียสละ)

- การประเมินคุณภาพภายนอก  ต้องการให้มีการทบทวนวิธีการประเมินคุณภาพภายนอกของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เพราะยังไม่แน่ใจว่าจะสามารถวัดผลการจัดการศึกษาได้อย่างเที่ยงตรง ซึ่งโรงเรียนขนาดเล็กส่วนใหญ่ก็ยังไม่ผ่านการประเมิน (รมว.ศึกษาธิการ : ขณะนี้ได้หารือกับ สมศ.เกี่ยวกับการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสี่ (พ.ศ.2559-2563) และได้ให้นโยบายไปแล้วว่า อาจจะต้องมีการแยกประเภทโรงเรียนออกเป็นกลุ่มตามจำนวนนักเรียนและพื้นที่ตั้งโรงเรียน เช่น โรงเรียนในเมืองขนาดใหญ่-กลาง-เล็ก โรงเรียนห่างไกล/ชายขอบขนาดกลาง-เล็ก จากนั้นจึงทำการประเมินและจัดผลคะแนนการประเมินโรงเรียนแต่ละกลุ่ม อาทิ ระดับดีเด่น-ดี-พอใช้ เพื่อให้โรงเรียนในแต่ละกลุ่มซึ่งมีปัจจัยและบริบทที่มีความคล้ายคลึงกันได้มีการแข่งขันกันเองมากขึ้น)

- การขาดผู้อำนวยการโรงเรียน ขณะนี้มีโรงเรียนใน สพป.เชียงใหม่ เขต 6 ที่ไม่มีผู้อำนวยการโรงเรียนถึง 26 แห่ง เนื่องจากไม่สามารถสอบผ่านเกณฑ์ที่คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) กำหนด (รมว.ศึกษาธิการ : ได้มีการหารือกับ ก.ค.ศ.แล้วว่า อาจจะต้องมีการทบทวนเกณฑ์การสอบคัดเลือกผู้อำนวยการสถานศึกษาและตัวชี้วัดต่างๆ ที่จะต้องมีการประเมินความรู้ความสามารถของผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งที่ชัดเจนและสามารถวัดได้เที่ยงตรง แต่จะไม่ให้มีการสอบเลย คงไม่ได้ เพราะผู้ที่จะเป็นผู้อำนวยการ ต้องมีความสามารถรอบด้านและมีหน้าที่ความรับผิดชอบที่สูงกว่ารองผู้อำนวยการเป็นอย่างมาก)

- ครูทวิภาษา  ขอให้ช่วยจัดหาครูที่รู้ภาษาถิ่นให้แก่โรงเรียนชายขอบหรือในพื้นที่สูง ซึ่งมีนักเรียนส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ เพราะจะสื่อสารกับนักเรียนได้เร็วและเข้าใจกว่าครูที่ไม่รู้ภาษาถิ่น (รมว.ศึกษาธิการ : มอบให้ สพป.เชียงใหม่ รวบรวมข้อมูลจำนวนความขาดแคลนครูทวิภาษาของโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อจะได้หาทางช่วยเหลือต่อไป)

- หลักเกณฑ์การพักนอน ขอให้มีการทบทวนหลักเกณฑ์การรับนักเรียนเข้าพักนอนในโรงเรียนสังกัด สพป.เชียงใหม่ เขต 6 เนื่องจากโรงเรียนจะต้องรับผิดชอบนักเรียนนอกเขตจำนวนมาก (รมว.ศึกษาธิการ : มอบ สพฐ.ทบทวนหลักเกณฑ์ กติกา และกระบวนการทั้งหมดอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งประกาศให้ทราบและถือปฏิบัติอย่างต่อเนื่องด้วย)

- หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ควรปรับหลักสูตรให้นักเรียนได้เรียนในกลุ่มสาระที่มีความจำเป็นตามแต่ละช่วงวัย ไม่ควรเรียนมากเกินไป (รมว.ศึกษาธิการ : ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการกำลังปรับหลักสูตรควบคู่ไปกับการดำเนินโครงการลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ โดยจะตัดกลุ่มสาระที่ไม่จำเป็น หรือที่เป็นไขมันออก แต่ยังคงเวลาเรียนในห้องเรียน 840 ชั่วโมงเช่นเดิม ซึ่งโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการทั้ง 3,800 แห่งจะเรียนเฉพาะวิชาที่มีความจำเป็นเท่านั้น อย่างไรก็ตามจะได้มีการหารือเรื่องตัวชี้วัดต่างๆ กับคณะกรรมการจัดทำหลักสูตร รวมทั้งเรื่องหนังสือเรียนและแบบเรียนที่จะต้องสอดคล้องกับหลักสูตรที่จะปรับปรุงใหม่ด้วย)


ภาพ : ยุทธพงศ์ เลือกกลั่นดี


นวรัตน์ รามสูต
บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน
20/10/2558

Follow us on TwitterFind us on Facebook

 

 

 More Resources

 ข่าวล่าสุดของรัฐมนตรี
 เกี่ยวกับ สพฐ.

 

 

356 ประชุมชี้แจงแนวทางลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้
352 พบผู้บริหารใน  จ.กำแพงเพชร
351 พิธีเปิดพระราชานุสาวรีย์ฯ ที่กำแพงเพชร
345 ตรวจเยี่ยม รร.นำร่องลดเวลาเรียน ที่เชียงใหม่
340 เปิดโครงการ Smart Trainer
332 ตรวจเยี่ยมโรงเรียนใน สพป.สุราษฎร์ธานี เขต 1
330 ประชุมความร่วมมือจัดกิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้
323 รับฟังสรุปผลการสัมมนาเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารเขตพื้นที่การศึกษา
321 ให้นโยบายผู้บริหาร สพฐ.
319 แถลงข่าวนโยบาย ลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้
317 สัมมนาเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารเขตพื้นที่การศึกษา
309 ตรวจเยี่ยมโครงการครูตู้สัญจรภาคเหนือ ที่พิษณุโลก
303 การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในเขตพัฒนาเศรษฐกิจชายแดน

 

 

Bookmark and Share

กรณีนำ "ภาพ-ข่าว"
จากสำนักงานรัฐมนตรีไปเผยแพร่
ในเว็บไซต์ของท่าน
กรุณาให้เครดิตแหล่งที่มาด้วย
ขอขอบคุณ

 

 

ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
บรรณาธิการข่าว : บัลลังก์ โรหิตเสถียร, นวรัตน์ รามสูต, อรพรรณ ฤทธิ์มั่น

Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
AmazingCounters.com


สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550 PV : 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390 2014 729,569
Backoffice
: MOE i MOE-news.net

Tags : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, รมว.ศึกษาธิการ,รมช.ศึกษาธิการ, รมว.ศธ., รมช.ศธ., ข่าวการศึกษา, ศึกษาธิการ