โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี สร.สาร รับเรื่องราวร้องทุกข์

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 342/2558
ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ 10/2558

ศึกษาธิการ - พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 10/2558 เมื่อวันพุธที่ 7 ตุลาคม 2558 ณ ห้องประชุมราชวัลลภ โดยมีสาระสำคัญสรุปดังนี้

รับทราบการขับเคลื่อนตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ของโรงเรียนเอกชน

ที่ประชุมรับทราบการขับเคลื่อนการจัดกิจกรรมตามนโยบาย“ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ของโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ซึ่งมีโรงเรียนที่มีศักยภาพและมีความพร้อมจะเข้าร่วมจัดกิจกรรมในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2558 รวม 300 โรงเรียนทั่วประเทศ แบ่งเป็นโรงเรียนในเขตกรุงเทพมหานคร 15 โรงเรียน และโรงเรียนในส่วนภูมิภาค 285 โรงเรียน

โดย สช.ได้จัดทำแนวทางการบริหารจัดการเรียนให้สอดคล้องกับบริบทของโรงเรียนเอกชน และได้ยึดหลักการจัดกิจกรรมในรูปแบบของ Head-Heart-Hand อาทิ เกมกระดาน (Crossword & A-Math) หมากรุก หมากฮอส นักประวัติศาสตร์น้อย เงื่อนพิศวง สาธิตพัฒนาน่ารัก โขน อาหารเพื่อชีวิต ฯลฯ

นอกจากนี้ ได้ส่งผู้แทนเข้าร่วมการอบรม Smart Trainer ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อนำมาขยายผลให้กับโรงเรียนในสังกัด และในเร็วๆ นี้จะจัดประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินงานและจัดทำคู่มือการจัดกิจกรรม พร้อมทั้งเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ เพื่อให้โรงเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมได้นำไปใช้ประโยชน์ต่อไป


รับทราบการพัฒนาสถานศึกษาเฉพาะทางของอาชีวะ

ที่ประชุมรับทราบการพัฒนาสถานศึกษาเฉพาะทาง ประจำปีงบประมาณ 2558 ตามนโยบาย “การส่งเสริมอาชีวศึกษาให้มีความเป็นเลิศเฉพาะทาง” ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ซึ่งได้ทำการคัดเลือกสถานศึกษาเป็นสถานศึกษานำร่องในการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2559-2560 รวม 12 แห่ง โดยใช้หลักเกณฑ์การพิจารณาเลือกสาขาวิชาและสถานศึกษาที่สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลด้านการส่งเสริมการลงทุนใน 6 ซุปเปอร์คลัสเตอร์อุตสาหกรรม เน้นสถานศึกษาที่จัดการเรียนการสอนอยู่แล้ว มีความพร้อมด้านบุคลากร เครื่องมือ อุปกรณ์ อยู่ในพื้นที่การพัฒนาอุตสาหกรรมประเภทนั้นๆ ตลอดจนมีความร่วมมือกับสถานประกอบการทั้งในและต่างประเทศที่เข้มแข็ง

- ผลการคัดเลือกสถานศึกษาเฉพาะทางนำร่อง ปีงบประมาณ 2559

กลุ่มคลัสเตอร์

สาขาวิชา

สถานศึกษาเฉพาะทางนำร่อง

1. คมนาคม

พาณิชย์นาวี

วิทยาลัยเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมการต่อเรือ นครศรีธรรมราช

2. ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์

ปิโตรเคมี

วิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุด

3. อาหาร

เทคโนโลยีอาหารปลอดภัย

วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีพะเยา

4. แม่พิมพ์และชิ้นส่วน

ยานยนต์

แม่พิมพ์

วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสงคราม

5. ท่องเที่ยวและการโรงแรม

ท่องเที่ยวและการโรงแรม

วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย

6. ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

ไฟฟ้ากำลัง

วิทยาลัยเทคโนโลยีและการจัดการ กฝผ. (แม่เมาะ)

- ผลการคัดเลือกสถานศึกษาเฉพาะทางนำร่อง ปีงบประมาณ 2560

กลุ่มคลัสเตอร์

สาขาวิชา

สถานศึกษาเฉพาะทางนำร่อง

1. คมนาคม

ขนส่งระบบราง

วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ

2. ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์

ปิโตรเลียม

วิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่

3. อาหาร

เทคโนโลยีอาหารปลอดภัย

วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสุพรรณบุรี

4. แม่พิมพ์และชิ้นส่วน

ยานยนต์

ชิ้นส่วนยานยนต์

วิทยาลัยเทคนิคฉะเชิงเทรา

5. ท่องเที่ยวและการโรงแรม

ท่องเที่ยวและการโรงแรม

วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี

6. ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

ไฟฟ้ากำลัง อิเล็กทรอนิกส์

วิทยาลัยเทคนิคนครนายก

นโยบายดังกล่าวจะช่วยยกระดับสถานศึกษาอาชีวศึกษา ให้เป็นสถานศึกษาวิชาชีพเฉพาะทางครอบคลุม 6 ซุปเปอร์คลัสเตอร์อุตสาหกรรม ส่งเสริมการเป็นศูนย์ทดสอบมาตรฐานสมรรถนะเพื่อการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ มาตรฐานฝีมือแรงงาน รวมทั้งเป็นศูนย์กลางการพัฒนาอาชีวศึกษาสาขาเฉพาะทางร่วมกับกลุ่มประเทศ CLMV


หารือการจัดทำแอปพลิเคชัน Click2School ของ สป.

ที่ประชุมได้หารือถึงการพัฒนาข้อมูลด้านการศึกษานำเสนอผ่านแอปพลิเคชัน "กดดูรู้ที่เรียน" หรือ Click2school ของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อเป็นช่องทางในการนำเสนอข้อมูลด้านการศึกษาบนอุปกรณ์เคลื่อนที่แบบพกพาแบบในทุกระดับการศึกษาและทุกสังกัด ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษา อุดมศึกษา โรงเรียนประเภทอื่น ตลอดจนแหล่งเรียนรู้ เช่น ห้องสมุดและศูนย์เรียนรู้ต่างๆ

ซึ่งหากได้มีการพัฒนาแอปพลิเคชันดังกล่าวจนมีความสมบูรณ์แล้ว จะมีส่วนช่วยผู้ปกครองและนักเรียนในการค้นหาข้อมูลโรงเรียนในระยะตำแหน่งที่เปิดใช้งานแอปพลิเคชันในรัศมี 1-50 กิโลเมตร เมื่อกดค้นหาข้อมูลสถานศึกษาจะแสดงที่ตั้งในระบบแผนที่เชิงพื้นที่และภาพถ่ายดาวเทียม (GIS) แสดงข้อมูลพื้นฐานของสถานศึกษา ตลอดจนช่องทางการติดต่อสื่อสาร ทั้งหมายเลขโทรศัพท์ เว็บไซต์ อีเมล

ที่ประชุมได้ขอให้หน่วยงานต่างๆ ที่มีสถานศึกษาในสังกัด ให้ความร่วมมือกับศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในการให้ข้อมูลสถานศึกษาในสังกัดเพิ่มเติม เพื่อทำให้ระบบมีความสมบูรณ์มากที่สุด รวมทั้งให้มีการออกแบบแอปพลิเคชันที่สวยงาม น่าติดตาม เนื้อหามีความน่าสนใจเข้าใจได้ง่าย และเป็นประโยชน์ต่อพ่อแม่ผู้ปกครองและนักเรียนนักศึกษา ตลอดจนควรมีการอัพเดทข้อมูลให้มีความทันสมัยอย่างต่อเนื่องด้วย


รับทราบผลการขับเคลื่อนงานป้องกันยาเสพติดในสถานศึกษา

ที่ประชุมรับทราบสรุปผลการขับเคลื่อนงานป้องกันยาเสพติดในสถานศึกษา ปี 2558 ของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งได้ดำเนินการตามยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดปี 2558 ของรัฐบาล เฉพาะยุทธศาสตร์ที่ 1 การป้องกันกลุ่มผู้มีโอกาสเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายในสถานศึกษาก่อนวัยเสี่ยงและกลุ่มเสี่ยง รวม 12 ล้านคน แบ่งเป็น 5 กลุ่มตามระดับการศึกษา ได้แก่ กลุ่มปฐมวัย 2.6 ล้านคน กลุ่มประถมศึกษา 4.8 ล้านคน กลุ่มมัธยมศึกษา 2.5 ล้านคน กลุ่มอาชีวศึกษา 1 ล้านคน และกลุ่มอุดมศึกษา 1.1 ล้านคน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันยาเสพติดแก่เด็กปฐมวัยทั่วประเทศ ป้องกันเด็กและเยาวชนในก่อนวัยเสี่ยงในระดับ ป.1-6 ในสถานศึกษาของรัฐและเอกชน ตลอดจนส่งเสริมการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดให้แก่สถานศึกษาเป้าหมายทุกระดับทุกแห่งทั่วประเทศต่อไป

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบ รายงานการคัดกรองนักเรียนผ่านระบบ Nispa จำนวน 8,946,804 คน ในสถานศึกษาทั่วประเทศ ซึ่งจำแนกเป็น 3 กลุ่ม คือ

- กลุ่มเสี่ยง จำนวน 205,909 คน : ได้ดูแลแก้ไขไปบ้างแล้ว โดยการจัดค่ายกลุ่มเสี่ยงแก่นักเรียนจำนวน 78,790 คน
- กลุ่มเสพ/ติด จำนวน 10,667 คน : ได้จัดกิจกรรมเพื่อแก้ไขและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแก่นักเรียน 9,463 คน เช่น การทำจิตสังคมบำบัดในโรงเรียน จำนวน 3,301 คน จัดค่ายกลุ่มเสพ จำนวน 3,722 คน ส่งต่อผู้เสพเข้ารับการบำบัดรักษา จำนวน 2,440 คน
- กลุ่มค้า จำนวน 193 คน : ได้มีการประสานให้หน่วยงานในพื้นที่ดูแล ตรวจสอบ และดำเนินการตามกฎหมายแล้ว


เรื่องนายกรัฐมนตรีแจ้งต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ เช่น

- การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์งานด้านต่างประเทศ ซึ่งได้มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี (นายวิษณุ เครืองาม) เป็นประธานขับเคลื่อนในเรื่องนี้ โดยมีกระทรวงการต่างประเทศทำหน้าที่รวบรวมงานด้านต่างประเทศของแต่ละกระทรวงในทุกสัปดาห์ เพื่อนำไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้สาธารณชนได้รับทราบทางช่องทางต่างๆ จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ด้วย

- การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ ขณะนี้มีความคืบหน้าไปมาก หากเสร็จสมบูรณ์จะส่งให้กระทรวงต่างๆ ช่วยกันพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ ความสอดคล้องของนโยบายกับการปฏิรูป ตลอดจนความต้องการเพิ่มเติม เพื่อช่วยขับเคลื่อนและปัญหาอุปสรรคที่อาจจะเกิดขึ้น

- ความหมายของประชารัฐ แตกต่างจากประชานิยม เพราะประชารัฐจะคำนึงถึงความพึงพอใจของประชาชนและดำเนินงานตามความต้องการของประชาชน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางความยั่งยืนของรัฐบาล

- การบริหารงบประมาณ ขอให้ทุกกระทรวงดำเนินการตามกรอบแผนงานที่วางไว้อย่างต่อเนื่องและโปร่งใส

- ฝากการบ้านกระทรวงศึกษาธิการ เช่น แนวทางการให้ความช่วยเหลือเรื่องการประเมินมหาวิทยาลัยนานาชาติ (สกอ.), การประสานกรมสรรพากรในการส่งนักศึกษาไปช่วยจัดทำบัญชีให้แก่ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) จำนวนกว่า 2 ล้านราย เพื่อให้สามารถจดทะเบียนธุรกิจได้ (สอศ.), ขอให้ช่วยสอนประชาชนให้จัดทำบัญชีครัวเรือนเป็น และวิเคราะห์การใช้จ่ายของตนเองได้ด้วย โดยใช้แนวทางของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการช่วยเหลือผู้อื่น เช่น การให้เครื่องมือจับปลา ไม่ใช่ให้ปลา (สพฐ./สำนักงาน กศน.)


นอกจากนี้ รมว.ศึกษาธิการ ได้ขอให้องค์กรหลักและหน่วยงานในกำกับ พิจารณา

- ดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์และอาคารสถานที่ ทั้งหน่วยงานส่วนกลางและส่วนภูมิภาคให้มีความเรียบร้อยสวยงามอยู่เสมอ โดยเฉพาะธงชาติ ธงราชวงศ์ และตราสัญลักษณ์ประจำกระทรวง ขอให้ใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะถือเป็นความสง่างามของกระทรวง
- การแก้ไขปัญหาหนี้สินครู
ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวบรวมข้อมูลต่างๆ ให้ครบถ้วนสมบูรณ์ เพื่อใช้ประกอบการหาสาเหตุของปัญหาและวางแนวทางการแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

- การแก้ไขปัญหาองค์การค้าของ สกสค.
ซึ่งมีภาวะขาดทุนถึง 5,300 ล้านบาท ขณะนี้ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาดูแล เริ่มจากหยุดการขาดทุนและสร้างกำไร เพื่อให้อยู่ได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ได้ขอความร่วมมือหน่วยงานของกระทรวงศึกษาธิการให้การสนับสนุนและอุดหนุนสินค้าต่างๆ ในขณะเดียวกันองค์การค้าฯ ก็ต้องรักษามาตรฐานในการผลิตด้วย

ภาพ : ยุทธพงศ์ เลือกกลั่นดี

ทั้งนี้ ก่อนการประชุม รมว.ศึกษาธิการ ได้มอบเกียรติบัตรและแสดงความขอบคุณแก่นายกัมพล ตันสัจจา ผู้อำนวยการสวนนงนุชพัทยา ที่ได้ออกแบบและให้การสนับสนุนการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณด้านหน้ากระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งขอให้ทุกคนช่วยกันดูแลบำรุงรักษาต่อไป


นวรัตน์ รามสูต
บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุปรายงาน
8/10/2558

Follow us on TwitterFind us on Facebook

 

 

 More Resources

 ข่าวยุทธศาสตร์ การทำงานล่าสุด
 ของรัฐมนตรี

 

 

339 ศธ.-กก.หารือหลักสูตรกีฬาและการเป็นเจ้าบ้านที่ดี
338 พิธีพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี
337 การขับเคลื่อนนโยบายการยกระดับภาษาอังกฤษ
336 แถลงข่าวปัญหาการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสี่
335 มอบทุนการศึกษาและประชุมพัฒนาการศึกษาชายแดนใต้
333 ข้อเสนอปฏิรูปการเรียนวิทย์-คณิตฯ
329 ผลประชุม ศปข.ศธ.3/2558
327 ประชุมคณะกรรมการคุรุสภา
322 ผลประชุมองค์กรหลัก 18/2558
318 หารือกับคณะกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา สนช.
316 หารือกับสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือเพื่อส่งเสริมการอ่าน
315 หารือกับเครือข่ายพ่อแม่เยาวชนเพื่อการปฏิรูปการศึกษา

 

 

Bookmark and Share

กรณีนำ "ภาพ-ข่าว"
จากสำนักงานรัฐมนตรีไปเผยแพร่
ในเว็บไซต์ของท่าน
กรุณาให้เครดิตแหล่งที่มาด้วย
ขอขอบคุณ

 

 

ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
บรรณาธิการข่าว : นวรัตน์ รามสูต, บัลลังก์ โรหิตเสถียร

Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
AmazingCounters.com


สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550 PV : 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390 2014 729,569
Backoffice
: MOE i MOE-news.net

Tags : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, รมว.ศึกษาธิการ,รมช.ศึกษาธิการ, รมว.ศธ., รมช.ศธ., ข่าวการศึกษา, ศึกษาธิการ