โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี สร.สาร รับเรื่องราวร้องทุกข์

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 260/2557
ผลการประชุมองค์กรหลัก

ศึกษาธิการ - พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยผลการประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2557 ที่ห้องประชุมจันทรเกษม ว่า ที่ประชุมได้หารือเรื่องการจัดเตรียมโครงการนำร่องเพื่อกระจายอำนาจไปสู่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และการปฏิรูปการศึกษาจากด้านล่างขึ้นมาด้านบน

  • การจัดเตรียมโครงการนำร่องเพื่อกระจายอำนาจไปสู่ สพท. ใน 4 ภูมิภาค

รมว.ศธ. กล่าวว่า ที่ผ่านมาโรงเรียนยังไม่สามารถดำเนินการโครงการต่างๆ ได้เองอย่างคล่องตัว เพราะอำนาจอยู่ที่ส่วนกลาง จึงได้มีแนวคิดที่จะปฏิรูปภาคปฏิบัติในลักษณะโครงการนำร่องเพื่อกระจายอำนาจไปสู่สถานศึกษาโดยตรง โดยจะเริ่มทดลองใน 20 เขตพื้นที่การศึกษาใน 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ ตั้งแต่ 1 มกราคม 2558 เป็นต้นไป ซึ่งแต่ละเขตพื้นที่การศึกษาจะไปเลือกอีก 15 โรงเรียนในเขตพื้นที่ตัวเองที่มีผลการเรียนไม่ดีนักมาเข้าร่วมโครงการ

Follow us on TwitterFind us on Facebook

 

 

 More Resources

 ข่าวยุทธศาสตร์ การทำงานล่าสุด
 ของ รมว.ศธ.

 

 

252 เปิดงาน Science Film Festival
244 หารือกับคณะกรรมาธิการการศึกษาและกีฬา สนช.
243 ประชุม คกก.บริหารกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
242 ความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีกับ วท.
240 ผลประชุม สสค.
239 ถวายผ้าพระกฐินพระราชทานปี 2557
234 ปฏิรูปการศึกษาในภาพรวม
214 เปิดงานวันครูโลก
213 ภารกิจ รมช.ศธ.สุรเชษ๋ฐ์ฯ ที่ปัตตานี
211 แถลงข่าวรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี

 

 

Bookmark and Share

โดยจะมีการติดตามประเมินผลทุกๆ 3 เดือน และ 6 เดือน เพื่อดูความเปลี่ยนแปลง หากมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ กล่าวคือ มีความคล่องตัว การเรียนการสอนในโรงเรียนมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ก็จะขยายจำนวนเขตพื้นที่และโรงเรียนให้กว้างออกไปอีก ซึ่งที่ผ่านมา ศธ.ได้เตรียมการเรื่องนี้มาระยะหนึ่งแล้ว เช่น การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการผู้บริหารจาก 20 เขตพื้นที่การศึกษา การออกคำสั่งต่างๆ เพื่อรองรับรูปแบบการกระจายอำนาจ เป็นต้น

ทั้งนี้ กรอบกระจายอำนาจ 4 ด้าน คือ

การบริหารจัดการ  ต้องการให้ ผอ.สพท. มีสิทธิ์และมีอิสระในการตัดสินใจดูแลสถานศึกษาและโครงการต่างๆ ได้เอง เพื่อให้การบริหารจัดการเขตพื้นที่โดยรวมมีความคล่องตัว รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น

งบประมาณ แต่เดิมงบประมาณอยู่ที่ส่วนกลาง ศธ.จึงต้องการมอบอำนาจให้เขตพื้นที่การศึกษาสามารถดูแลและบริหารจัดการงบประมาณได้เองโดยที่ไม่ต้องขอมาที่ส่วนกลางอีก ส่วนจะเป็นจำนวนเท่าใดนั้น ขึ้นอยู่กับแต่ละเขตพื้นที่ เพราะเป็นงบประมาณที่แต่ละเขตพื้นที่ได้ตั้งไว้เพื่อจัดทำโครงการต่างๆ อยู่แล้ว

หลักสูตร  ศธ.อาจจะมีหลักสูตรแกนกลางสำหรับจัดการเรียนการสอนในทุกพื้นที่ และจะเปิดโอกาสให้แต่ละเขตพื้นที่การศึกษาคิดหลักสูตรเฉพาะของพื้นที่ตัวเอง ซึ่งจะมีความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ เช่น หลักสูตรพื้นที่ของโรงเรียนในภูเก็ตกับโรงเรียนในขอนแก่นก็จะไม่เหมือนกัน เป็นโอกาสที่เขตพื้นที่การศึกษาจะได้คิดเองทำเอง และสถานศึกษาก็จะได้พัฒนาตามลักษณะพื้นที่ โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็กที่จะสามารถพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนของตัวเองได้มากขึ้น

บุคลากร  ในกรณีที่มีอัตรากำลังอยู่แล้ว แต่ไม่มีครูบรรจุ เขตพื้นที่การศึกษาสามารถจัดหาครูหรือจ้างครูมาสอนเองได้ แต่หากไม่มีอัตรากำลัง ยังคงเป็นอำนาจของส่วนกลางที่จะพิจารณาจัดสรรอัตรากำลังครูลงไป  อย่างไรก็ตาม อำนาจการโยกย้ายเป็นของ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งมี ผอ.สพท.ทำหน้าที่เลขานุการอยู่แล้ว อาจมีการนำเรื่องนี้ไปหารือในที่ประชุม อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา หากตกลงกันได้ก็จะเป็นเรื่องที่ดี เพราะเชื่อว่าหากทำได้จะส่งผลต่อประสิทธิภาพการเรียนการสอนของทั้งนักเรียนและครู

  • การปฏิรูปการศึกษาจากด้านล่างขึ้นมาด้านบน

รมว.ศธ.กล่าวว่า ที่ประชุมรับทราบร่างการปฏิรูปการศึกษาเพื่อพัฒนาคนอย่างยั่งยืน กระทรวงศึกษาธิการ พร้อมทั้งได้อภิปรายถึงการปฏิรูปการศึกษาที่ผ่านมาว่า มีการปฏิรูปมาแล้วหลายครั้ง แต่เป็นการปฏิรูปจากข้างบนลงไปข้างล่าง จึงมีแนวคิดใหม่ที่ต้องการให้มีการปฏิรูปจากข้างล่างขึ้นมาข้างบน ซึ่งที่ประชุมมีความเห็นตรงกันว่า ควรปฏิรูปภาคปฏิบัติโดยเน้นไปที่ตัวนักเรียน เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและสามารถวัดผลได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากการวัดผลจะวัดจากผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน ไม่ได้วัดว่าครูเก่งขึ้นเพียงใด  ดังนั้น การปฏิรูปครั้งนี้จะเน้นไปที่นักเรียน ขึ้นมาที่ครู สถานศึกษา เขตพื้นที่การศึกษา จนมาถึงกระทรวง  อย่างไรก็ตามในปัจจุบัน ศธ.ปฏิรูปในระดับพื้นที่อยู่แล้ว เช่น การกระจายอำนาจ การจัด Coaching team จัด Reform Lab เพื่อให้ความรู้และพัฒนาครูผู้สอนในเชิงพื้นที่ทั้งระดับจังหวัดและระดับเขตพื้นที่การศึกษา

ในส่วนของด้านบนคือ ระดับกระทรวง จะปฏิรูปทั้งในส่วนของโครงสร้าง หลักสูตร บุคลากร ตลอดจนการบริหารจัดการ ควบคู่ไปกับการปฏิรูปส่วนล่าง ซึ่งหลายเรื่อง ศธ.ได้ดำเนินการไปแล้ว โดยเฉพาะในส่วนของอาชีวศึกษา สำหรับการปรับโครงสร้างหรือแยกองค์กร เช่น สกอ. หากทุกฝ่ายเห็นด้วยกับแนวคิดนี้ ศธ.ก็จะดำเนินการควบคู่ไปพร้อมกับเรื่องอื่นๆ แต่ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนที่จะต้องทำทันที เพราะการปรับโครงสร้างถือเป็นเรื่องใหญ่ และมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องของกฎหมาย บุคลากร สถานที่ อาจไม่สามารถดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 1 ปีได้

นวรัตน์ รามสูต
บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน

Published 20
/11/2014

กรณีนำข่าวจากสำนักงานรัฐมนตรีไปเผยแพร่ในเว็บไซต์ของท่าน กรุณาให้เครดิตแหล่งที่มาด้วย, ขอขอบคุณ

 

   ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
  
บรรณาธิการข่าว : กุณฑิกา พัชรชานนท์, นวรัตน์ รามสูต, บัลลังก์ โรหิตเสถียร

   Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
 
 Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

  หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
   AmazingCounters.com
 


   Copyright 2004-2014 สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550 PV : 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390
   Backoffice
: MOE i MOE-news.net

Tags : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, รมว.ศึกษาธิการ,รมช.ศึกษาธิการ, รมว.ศธ., รมช.ศธ., ข่าวการศึกษา, ศึกษาธิการ