โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี สร.สาร รับเรื่องราวร้องทุกข์

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 128/2557
ภารกิจ รมว.ศธ.ที่ปัตตานี

จังหวัดปัตตานี - นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายบัณฑิตย์ ศรีพุทธางกูร เลขาธิการคณะกรรมการส่เสริมการศึกษาเอกชน, นายอดินันท์ ปากบารา ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ, นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ และคณะผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ เดินทางไปปฏิบัติราชการที่จังหวัดปัตตานี เมื่อวันเสาร์ที่ 17 พฤษภาคม 2557

  • รับมอบสนามฟุตซอล รร.เตรียมศึกษาวิทยา

เมื่อเวลา 8.45 น. รมว.ศธ. พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และคณะ เดินทางถึง รร.เตรียมศึกษาวิทยา อำเภอเมืองปัตตานี เพื่อเป็นประธานรับมอบสนามฟุตซอลของโรงเรียน ซึ่งธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยได้ให้การสนับสนุนงบประมาณก่อสร้างเป็นจำนวน 1.4 ล้านบาท ซึ่งในพิธีดังกล่าวมีการแสดงของนักเรียนที่น่าสนใจ เช่น การแสดงวงดุริยางค์ของ รร.ดรุณศาสตร์ การแสดงร้องเพลงอานาซีดของนักเรียน การมอบรางวัลการแข่งขันฟุตซอลแก่ทีมที่ชนะเลิศจากการแข่งขัน Triam Relation Ship ครั้งที่ 2 ฯลฯ

Follow us on Twitter

 

 

 More Resources

 ข่าวยุทธศาสตร์ การทำงานล่าสุด
 ของ รมว.ศธ.

 

 

121 อภิวัฒน์การเรียนรู้สู่จุดเปลี่ยนประเทศไทย
116 Education Thai 2014
115 ศธ.รายงานความก้าวหน้าต่อนายกรัฐมนตรี
112 ปฏิรูประบบผลิตและพัฒนาครู
110 การบริหารจัดการทรัพยากรการศึกษา
107 ประชุมองค์กรหลัก 14/2557
098 ประชุมองค์กรหลัก 13/2557
091 สงกรานต์ ศธ.สืบสานวัฒนธรรมไทย
088 ผลการรับฟังพัฒนาการศึกษาชายแดนใต้
085 สรุปผลใช้จ่ายงบปี 57 ของ ศธ.
   
 

 

Bookmark and Share

โอกาสนี้ รมว.ศธ.ร่วมลงแข่งขันฟุตซอลกับคณะผู้บริหารธนาคาร และผู้บริหารโรงเรียนเอกชน




  • มอบเงินอุดหนุนค่าก่อสร้างด้านกายภาพ แก่สถาบันศึกษาปอเนาะ

ต่อมาเมื่อเวลา 11.30 น. รมว.ศธ.และคณะเดินทางไปที่โรงแรมซีเอส ปัตตานี โดยเป็นประธานพิธีการมอบป้ายเงินอุดหนุนค่าก่อสร้างด้านกายภาพ สถาบันศึกษาปอเนาะ ประจำปีงบประมาณ 2557 แก่สถาบันศึกษาปอเนาะใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 198 แห่ง งบประมาณรวมทั้งสิ้น 99 ล้านบาท โดยมีโต๊ะครูในสถาบันศึกษาปอเนาะทั้ง 198 แห่งเป็นผู้รับมอบ

รมว.ศธ.กล่าวว่า ขอบคุณที่ให้เกียรติมาเป็นประธานในครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญและมีคุณค่ายิ่งที่จะช่วยให้สถาบันศึกษาปอเนาะได้รับการปรับปรุงให้มีบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนการสอนมากขึ้น เพราะสถาบันศึกษาปอเนาะเป็นสถาบันการศึกษาที่มีคุณค่าต่อประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นอย่างมาก หวังว่าสถาบันศึกษาปอเนาะจะได้รับการพัฒนาและจัดการศึกษาได้ตรงกับความต้องการและอัตลักษณ์ของพื้นที่ มีคุณค่าต่อศาสนาอย่างแท้จริง ต้องขอขอบคุณ ศอ.บต. และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ที่ได้ร่วมผลักดันงบประมาณกับสมาคมสถาบันศึกษาปอเนาะฯ เป็นอย่างดี

เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้ไปเยือนประเทศซูดานและอียิปต์ ซึ่งได้มีโอกาสพบปะและร่วมกิจกรรมกับนักศึกษาไทย รวมทั้งพบปะแลกเปลี่ยนรัฐมนตรีและผู้บริหารการศึกษาของทั้งสองประเทศ เกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนบุคลากร การแลกเปลี่ยนด้านการเกษตร การดูแลนักศึกษาไทยซึ่งส่วนใหญ่มาจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำให้รับทราบข้อมูลว่านักศึกษาไทยจากชายแดนภาคใต้ที่ไปศึกษาต่อทั้งสองประเทศ คือ ในซูดาน 300 กว่าคน และอียิปต์กว่า 2,500 คนนั้น ได้รับคำชมจากประเทศทั้งสองเป็นอย่างดีว่า นักเรียนไทยมีความประพฤติเรียบร้อยมาก

การมีโอกาสได้พบปะกับนักศึกษาไทย ทำให้ได้รับฟังความเห็นและรวบรวมข้อเสนอต่างๆ กลับมา เพื่อนำไปเป็นข้อมูลให้การช่วยเหลือสนับสนุนต่อไป เพราะที่ผ่านมารัฐบาลไทยยังให้การสนับสนุน ดูแล ส่งเสริมในการไปศึกษาต่อที่ประเทศดังกล่าวยังไม่มากนัก เนื่องจากนักเรียนไทยที่จบสายสามัญ ยังไม่ได้รับการรับรองการเทียบวุฒิจากอียิปต์ เพราะยังไม่มีข้อตกลงร่วมกัน ทำให้นักเรียนไทยเสียโอกาสไปเรียนต่อที่ประเทศดังกล่าว และจากการพบปะในครั้งนั้น รัฐมนตรีด้านการศึกษาของอียิปต์ได้ตอบรับคำเชิญที่จะมาเยือนไทย เพื่อร่วมข้อตกลงระหว่าง ศธ.ทั้งสองประเทศ ทั้งเรื่องการเทียบวุฒิการศึกษาสายสามัญของนักเรียนไทยให้ไปศึกษาต่อในสาขาวิชาต่างๆ รวมทั้งเรื่องความร่วมมืออื่นๆ ให้มีความก้าวหน้าต่อไป

จากนั้น รมว.ศธ.เข้าร่วมสัมมนาวิชาการ "ความก้าวหน้า ก้าวไกล การจัดการศึกษาชายแดนภาคใต้" โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนาจากผู้บริหาร ครูฝ่ายวิชาการ นักวิชาการจาก 5 จังหวัดขายแดนภาคใต้กว่า 500 คน เข้าร่วมสัมมนา โดยขอให้ สช. รวบรวมข้อมูลและข้อเสนอต่างๆ จากการสัมมนาในครั้งนี้ ไปวิเคราะห์และดำเนินการต่อไป โดยเฉพาะการส่งเสริมการจัดการศึกษาของเอกชนในพื้นที่ ให้สามารถยืนบนลำแข้งตนเองได้มากที่สุด


  • มอบทุนการศึกษาาชีวศึกษา ระดับ ปวช./ปวส.

ในช่วงบ่าย รมว.ศธ.และคณะ ได้เดินทางไปที่โรงแรมเซาท์เทิร์นวิว อ.เมืองปัตตานี เพื่อเป็นประธานมอบทุนการศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำหรับนักเรียนอาชีวศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 6 ทุน แยกเป็นทุนการศึกษาระดับ ปวช. 3 ทุนๆ ละ 29,000 บาท และทุนการศึกษาระดับ ปวส. 3 ทุนๆ ละ 35,000 บาท ทั้งทุนพักประจำ ทุนประเภทไป-กลับในพื้นที่ ทุนประเภทต่างพื้นที่ และทุนประเภทต่อเนื่อง




  • พบปะและมอบนโยบายแก่ประธานศูนย์ฯ อิหม่าม และผู้สอนตาดีกา

จากนั้น รมว.ศธ.และคณะ ได้พบปะและมอบนโยบายแก่ประธานศูนย์ฯ อิหม่าม และผู้สอนศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) จังหวัดชายแดนภาคใต้  โดยกล่าวแสดงความชื่นชมทุกท่านที่ได้ร่วมสร้างและพัฒนาหลักสูตรตาดีกาอย่างเป็นรูปธรรม ถือเป็นการวางมาตรฐานอิสลามศึกษา เชื่อมต่อระบบการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์และส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นต่อไป และช่วยให้การเทียบคุณวุฒิการศึกษาทำได้ง่ายขึ้น เพราะได้มีการวางระบบที่มีมาตรฐาน ทำให้เชื่อมโยงได้ง่าย ในส่วนการเรียนสามัญควบคู่ศาสนา ต้องพิจารณากฎเกณฑ์ต่างๆ เพื่อกำหนดวิธีการเทียบคุณวุฒิทางการศึกษาอีกครั้ง

ในส่วนของการเพิ่มหลักสูตรการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ภาษามลายู และภาษาอาหรับเพื่อการศึกษา เข้าไปในหลักสูตรมาตรฐานอิสลามศึกษาตาดีกา เป็นเรื่องที่น่ายินดีมาก เพราะสอดคล้องกับการนโยบายด้านภาษาต่างประเทศของ ศธ. ที่ต้องการให้การเรียนภาษา เรียนเพื่อการสื่อสาร เรียนแล้วสื่อสารได้

โดยเฉพาะภาษามลายูนั้น ศธ.ได้ส่งเสริมให้มีการสอนภาษามลายูในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะเป็นภาษาที่มุสลิมทั่วโลกใช้ติดต่อสื่อสารกัน ซึ่งจากการไปเยือนประเทศอียิปต์และซูดานเมื่อเร็วๆ นี้ ก็ทราบว่าความสามารถและทักษะภาษาอาหรับของนักศึกษาไทยซึ่งไปศึกษาต่อในประเทศดังกล่าวยังไม่สูงมากนัก ดังนั้นจึงต้องช่วยกันส่งเสริมให้มีการเรียนเพื่อให้สื่อสารได้มากขึ้น เช่น เรียนจากการใช้ง่ายจริง เรียนเพื่อการสื่อสาร เรียนจากครูเจ้าของภาษา ฯลฯ ซึ่งนอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นแล้ว ยังสามารถใช้ภาษาเพื่อการประกอบอาชีพต่างๆ ได้ด้วย


  • รับฟังข้อเสนอจากประธานสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามฯ นายกสมาคมสถาบันศึกษาปอเนาะ และประธานมูลนิธิศูนย์ประสานงานตาดีกา

จากนั้นเวลา 15.00 น. รมว.ศธ.พบปะและรับฟังข้อเสนอและแนวทางการพัฒนาการศึกษาในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จากประธานสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม นายกสมาคมสถาบันศึกษาปอเนาะ และประธานมูลนิธิศูนย์ประสานงานตาดีกา ใน 9 ประเด็น ดังนี้

- ขอให้จัดตั้งศูนย์พัฒนาครู บุคลากรทางการศึกษา และผู้บริหาร ของโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาและสามัญ สถาบันศึกษาปอเนาะ และศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา)
- จัดให้มีระบบนิเทศ การติดตามผลการจัดการเรียนการสอน
โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาและสามัญ สถาบันศึกษาปอเนาะ และศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด เป็นการเฉพาะ
- จัดให้มีระบบการพัฒนาโครงสร้างการบริหารงาน ศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้
- การปรับปรุงหลักสูตรบูรณาการ ของ
โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาในวิชาสามัญและวิชาศาสนาให้น้อยลง
- จัดตั้งศูนย์ภาษาเพื่อพัฒนาภาษา สำหรับครู บุคลากรทางการศึกษา และผู้บริหาร ในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม สถาบันศึกษาปอเนาะ และศูนย์การศึกษาอิสลามศึกษาประจำมัสยิด ทั้งภาษาไทย อังกฤษ มลายูกลาง อาหรับ และอื่นๆ
- การพัฒนาปรับปรุงด้านสวัสดิการ ให้แก่ครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้บริหารของ
โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยขอให้เพิ่มเงินอุดหนุนด้านอิสลามศึกษาให้กับโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา เพิ่มสัดส่วนของครูสอนศาสนาให้เป็น 30:70 บรรจุครูสอนศาสนาให้ไปอยู่ในระบบการอุดหนุน PSIS และปรับเงินอุดหนุนรายการต่างๆ เช่น ระดับประถม จำนวนชั่วโมงวิชาสามัญ 1,000 ชั่วโมง อัตราส่วนนักเรียน 25 คนต่อครู 1 คน จำนวนชั่วโมงวิชาศาสนา 350 ชั่วโมง อัตราส่วนนักเรียน 71.43 ต่อครูสอนศาสนา 1 คน เงินเดือนครู 11,680 บาท อัตราเงินอุดหนุนต่อปีต่อคน 1,962.24 บาท และอัตราเงินต่อเดือนต่อคน 163.52 บาท
- การแก้ไข พ.ร.บ.
โรงเรียนเอกชน พ.ศ.2554 และปรับปรุงคู่มือการจดทะเบียนสถาบันการศึกษาปอเนาะ
- สนับสนุนสื่อการเรียนการสอน แก่ศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิดในระบบ "1 IT 1 ศูนย์ตาดีกา"
- กำหนดให้มีการจัดมหกรรมการศึกษาเอกชน ปอเนาะ และตาดีกา เพื่อแสดงผลงานการจัดการศึกษาในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้

รมว.ศธ.กล่าวว่า ข้อเสนอดังกล่าวนำเสนอได้เป็นระบบและตรงประเด็น เน้นการพัฒนา ซึ่งถือเป็นตัวอย่างที่ดีมาก เพราะเป็นข้อเสนอเกี่ยวกับการพัฒนาการศึกษาเป็นหลัก มีเพียงข้อเดียวที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับสวัสดิการ ซึ่งแนวคิดเช่นนี้สอดคล้องกับประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่ประสบความสำเร็จในการจัดการศึกษา ที่การเรียกร้องเรื่องต่างๆ จะไม่คำนึงถึงเฉพาะเรื่องสวัสดิการของตนเองเพียงอย่างเดียว โดย ศธ.พร้อมจะให้การสนับสนุน และจะรับข้อเสนอเพื่อนำไปหารือและผลักดันให้เกิดผลในทางปฏิบัติต่อไป โดยเฉพาะเงินอุดหนุน หากจำเป็นต้องแก้ไขกฎระเบียบต่างๆ ก็ขอให้ สช.เร่งพิจารณาดำเนินการต่อไป


  • ตรวจเยี่ยมการอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร "การสอนภาษาไทยระดับปฐมวัย เพื่อส่งต่อห้องเรียน ป.1"

เมื่อเวลา 15.30 น. รมว.ศธ.ได้ตรวจเยี่ยมการอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร "การสอนภาษาไทยระดับปฐมวัย เพื่อส่งต่อห้องเรียน ป.1" แก่ครูผู้สอนระดับปฐมวัย จัดโดยสำนักงานศึกษาธิการ ภาค 12 เพื่อให้ครูสอนภาษาไทยในพื้นที่ ได้รับเทคนิคการสอนที่ประสบความสำเร็จ รวมทั้งรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ใหม่ๆ เพื่อให้สามารถนำไปใช้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนภาษาไทยและกลุ่มสาระวิชาต่างๆ แก่นักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

รมว.ศธ.กล่าวว่า ภาษาไทยเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการเรียนทุกวิชา ซึ่ง ศธ.ก็ให้ความสำคัญกับวิชาภาษาไทยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งไม่ได้ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาแม่ จึงควรถือเป็นเรื่องใหญ่และดำเนินการอย่างจริงจัง เพราะต้องใช้เทคนิคการสอนแบบสองภาษา คือ สอนภาษาไทยสำหรับคนที่ไม่ได้ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาแม่ แต่จะต้องใช้ภาษาแม่ในการสอนเป็นหลัก โดยค่อยๆ สอดแทรกภาษาไทยเข้าไปทีละเล็กทีละน้อย ซึ่งจะได้ผลดีกว่า การสอนภาษาไทยเป็นหลักโดยที่ไม่สอนภาษาแม่

ในหลายประเทศจะเริ่มสอนภาษาแม่ตั้งแต่อายุ 4-6 ขวบ จากนั้นจะค่อยๆ สอดแทรกภาษาหลักลงไป ซึ่งพบว่าเด็กที่เรียนภาษาแม่ก่อน แล้วเรียนภาษาหลักตาม ได้ผลดีกว่าเรียนภาษาหลักเพียงอย่างเดียว


ภาพ บัลลังก์ โรหิตเสถียร, นวรัตน์ รามสูต

อย่างไรก็ตาม เทคนิคการเรียนการสอนภาษาไทยที่จัดอบรมขึ้นในครั้งนี้ เป็นเรื่องที่ดีที่จะต้องดำเนินการกันอย่างต่อเนื่อง และขยายผลต่อไปด้วย แต่จะขอฝากให้ช่วยกันคิดถึงแนวทางการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาไทยของจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าควรจะเป็นอย่างไร ที่จะส่งผลทำให้เด็กสามารถสื่อสารได้ เช่น การเพิ่มเวลาเรียน เทคนิคการสะกดคำ การแจกลูกคำ หลักสูตร การแบ่งเวลาเรียน รวมทั้งการนำผลการศึกษาและการวิจัยเกี่ยวกับภาษาไทยที่มีอยู่แล้ว มาใช้ให้เกิดประโยชน์ เพราะเรื่องของภาษาเป็นศาสตร์ จะต้องอาศัยความเข้าใจ การเรียนรู้ และการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน

นวรัตน์ รามสูต
บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน
18/5/2557

กรณีนำข่าวจากสำนักงานรัฐมนตรีไปเผยแพร่ในเว็บไซต์ของท่าน กรุณาให้เครดิตแหล่งที่มาด้วย, ขอขอบคุณ

 

   ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
  
บรรณาธิการข่าว : กุณฑิกา พัชรชานนท์, นวรัตน์ รามสูต, บัลลังก์ โรหิตเสถียร

   Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
 
 Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

  หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
   S u p p o r t  A l l  M a j o r  W e b  B r o w s e r
 


   Copyright 2004-2014 สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550 PV : 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390
   Backoffice
: MOE i MOE-news.net