โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี สร.สาร รับเรื่องราวร้องทุกข์

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 121/2557
อภิวัฒน์การเรียนรู้ สู่จุดเปลี่ยนประเทศไทย

ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี จ.นนทบุรี – นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้ทัศนะทางนโยบายในการประชุมวิชาการ “อภิวัฒน์การเรียนรู้ สู่จุดเปลี่ยนประเทศไทย” จัดโดยสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และเครือข่ายเพื่อนปฏิรูปการเรียนรู้ โดยมีครู อาจารย์ และผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วมประชุม เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2557 ที่ห้องแกรนด์ไดมอนด์ บอลรูม ชั้น 2

ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร รองประธานกรรมการส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน กล่าวว่า ในที่ประชุมวิชาการได้มีการนำเสนอนวัตกรรมและความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ ซึ่งจะเป็นกลไกที่สำคัญของการปฏิรูปการศึกษา ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและการเรียนรู้ครั้งใหม่ที่จะสร้างจุดเปลี่ยนประเทศไทย  และจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ใหม่ที่สำคัญ คือ การสร้างเวทีการมีส่วนร่วม การเปิดพื้นที่ทางสังคมและทางปัญญาให้คนทั้งประเทศเข้ามามีส่วนร่วมได้ ไม่เฉพาะเรื่องการศึกษาเท่านั้น การศึกษาไทยต้องเปลี่ยนจากความคิดเดิมที่เน้นการสอนในตำรา เป็นการส่งเสริมการเรียนรู้จากชีวิตจริง นำเอาเรื่องชีวิตและการอยู่ร่วมกันเป็นตัวตั้ง เป้าหมายการปฏิรูปใหม่จะเป็นการสร้างคนให้เต็มศักยภาพ

Follow us on Twitter

 

 

 More Resources

 ข่าวยุทธศาสตร์ การทำงานล่าสุด
 ของ รมว.ศธ.

 

 

116 Education Thai 2014
115 ศธ.รายงานความก้าวหน้าต่อนายกรัฐมนตรี
112 ปฏิรูประบบผลิตและพัฒนาครู
110 การบริหารจัดการทรัพยากรการศึกษา
107 ประชุมองค์กรหลัก 14/2557
098 ประชุมองค์กรหลัก 13/2557
091 สงกรานต์ ศธ.สืบสานวัฒนธรรมไทย
088 ผลการรับฟังพัฒนาการศึกษาชายแดนใต้
085 สรุปผลใช้จ่ายงบปี 57 ของ ศธ.
081 ศธ.122 ปี
   
 

 

Bookmark and Share

การจัดการศึกษามีตัวชี้วัดสำคัญที่สะท้อนประสิทธิภาพ เป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกอยู่ 4 ด้าน ซึ่งพบว่าประเทศไทยมีปัญหาทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ 1) ทรัพยากรด้านการศึกษา ประเทศไทยลงทุนงบประมาณด้านการศึกษาเมื่อเทียบกับสัดส่วนงบประมาณแผ่นดินเป็นอันดับ 2 ของโลก แต่มีปัญหาเรื่องระบบบริหารจัดการ 2) ระยะเวลาการอยู่ในสถานศึกษาของเด็ก โดยอัตราเข้าเรียนระดับประถมศึกษาของไทย มีเด็กเยาวชนด้อยโอกาสหลุดออกจากระบบการศึกษาถึงร้อยละ 10 3) ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของเด็กไทยเกือบครึ่งของประเทศอยู่ในระดับต่ำกว่ามาตรฐาน 4) ผลลัพธ์ด้านสังคมและเศรษฐกิจ ที่สะท้อนผ่านคุณภาพแรงงานไทย ซึ่งแรงงานไทยกว่าร้อยละ 80 เป็นแรงงานไร้ฝีมือ เพราะระบบการผลิตกำลังคนและการวิจัยที่อ่อนแอ

ข้อสรุปจากการประชุมวิชาการ คือ เน้นที่การปฏิรูประบบบริหารจัดการไปสู่การกระจายอำนาจเชิงพื้นที่ ให้อิสระและความรับผิดชอบแก่สถานศึกษา รวมถึงเครือข่ายชุมชนในท้องถิ่นมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ของแต่ละพื้นที่ได้มากขึ้น เรื่องที่จะต้องให้ความสนใจ คือ เสียงสะท้อนของเด็กและเยาวชนที่ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงในวิธีการและรูปแบบการสอนของครู ต้องการให้มีการเปลี่ยนค่านิยมของผู้ใหญ่ที่มุ่งผลสัมฤทธิ์จากการสอบและอัตราการเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำ

นอกจากนี้ ผลจากการประชุมทำให้ได้รับทราบความรู้จากการสังเคราะห์และประสบการณ์ของประเทศที่ประสบความสำเร็จทางการศึกษา มีการเชิญผู้แทนจากประเทศดังกล่าวมาหารือ และพบว่าจะต้องมีการยกระดับคุณภาพครู เพื่อสร้างจุดเปลี่ยนเรียนรู้ในห้องเรียน, ลดช่องว่างคุณภาพของโรงเรียน เพื่อสร้างโอกาสให้เด็กในทุกพื้นที่สามารถเข้าถึงโรงเรียนที่ดีและมีคุณภาพ, การขยายผลระบบดูแลช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส, การสร้างโอกาสการเข้าถึงสื่อการอ่านและพื้นที่การอ่าน และการปรับปรุงหลักสูตร กระบวนการเรียนการสอน เพื่อปลูกฝังทัศนคติและทักษะการทำงานที่ดี



ภาพ สถาพร ถาวรสุข

รมว.ศธ. กล่าวว่า การศึกษาเป็นเรื่องที่จะต้องให้ความสำคัญกับผู้เรียน เพื่อพัฒนาได้เต็มศักยภาพ การให้ความสำคัญกับชุมชนและพื้นที่ เพื่อส่งเสริมให้มีการกระจายอำนาจให้ชุมชนมีบทบาทมากขึ้น และให้โรงเรียนมีอิสระในการจัดการศึกษามากขึ้น ขณะเดียวกันจะต้องทำให้การจัดการศึกษาโดยรวมหรือกำหนดนโยบายส่งเสริมเกื้อกูลกันได้อย่างสมดุล เช่น การส่งเสริมการอ่านที่มุมมองหลายมิติ การสร้างสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมให้มีอุปกรณ์เครื่องมือในการทำให้คนสนใจ รักการอ่าน อ่านแล้วสามารถคิดวิเคราะห์จะทำอย่างไร ต้องช่วยกันคิดหาวิธีการที่ดี อีกทั้งต้องมีการส่งเสริมให้มีหนังสือและห้องสมุดที่ดีมากขึ้น

ปัญหาของการปฏิรูปการศึกษามี 2 เรื่อง คือ หลักสูตรและเวลาในการเรียนน้อย โดยเฉพาะการเรียนภาษา การกำหนดหลักสูตรที่มีถึง 8 กลุ่มสาระวิชา ทำให้ผู้เรียนมีเวลาเรียนภาษาน้อย การเรียนรู้ในแต่ละวิชาจะต้องเรียนผ่านภาษาไทย การสอนวิชาต่างๆ จึงเท่ากับเป็นการสอนภาษาไทยไปด้วย หากครูผู้สอนไม่มีความเข้าใจในจุดนี้ การสอนภาษาเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสารและเรียนรู้ก็จะไม่เกิดขึ้น การสอนแบบเน้นหลักภาษาและไวยากรณ์เท่ากับเป็นการสอนให้เด็กวิเคราะห์ภาษาตั้งแต่เล็ก ทำให้ภาษาไทยกลายเป็นวิชาที่ยากและน่าเบื่อสำหรับเด็กจำนวนมาก จึงต้องแก้ที่กระแสหลัก (Mainstream) ผู้ที่อยู่กับปัญหาและผู้ที่เข้าใจเด็กต้องช่วยกันคิด หาทางปรับและทำควบคู่กันกับการดูแลนโยบาย

รมว.ศธ.กล่าวอีกว่า การเรียนการสอนในพื้นที่สูงและพื้นที่ชายขอบมีปัญหาหลายอย่าง ต้องมีการสอนให้สอดคล้องกับวัฒนธรรม ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้และคิดเป็น และการหาวิธีการสอนเด็กในพื้นที่สูงและพื้นที่ชายขอบที่มีหลากหลายชาติพันธุ์สามารถเรียนรู้และใช้ได้ในชีวิตจริง ประเทศไทยยังไม่มีหลักสูตรการผลิตและพัฒนาครูสำหรับพื้นที่ดังกล่าว ครูเหล่านี้ควรจะเรียนรู้และเข้าใจความหมายของชาติพันธุ์ ความสำคัญของการส่งเสริมให้มีเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ การรักษาวัฒนธรรม

นอกจากนี้ ได้มีการพัฒนาการสอนแบบทวิภาษาสำหรับภาคใต้ ที่มีสถาบันและองค์กรระหว่างประเทศดำเนินการอยู่ และพบว่าการสอนแบบทวิภาษาควรเริ่มต้นด้วยการเน้นที่ภาษาแม่ ไม่ใช่ภาษาหลักของชาติ และเพิ่มเติมการใช้ภาษาของชาติทีละน้อย จึงจะทำให้เด็กสามารถเรียนภาษาได้ดีกว่าการเรียนด้วยภาษาของชาติตั้งแต่ต้น

การปฏิรูปการศึกษา ต้องดำเนินการปฏิรูปการเรียนการสอนให้ผู้เรียนสามารถคิดวิเคราะห์ การยกระดับผลการทดสอบ PISA ให้ผู้เรียนสามารถตอบคำถามที่สอดคล้องกับชีวิตจริง ไม่ใช่ตอบตามตำรา นำเรื่องที่เรียนรู้มาประยุกต์กับชีวิตจริง การทดสอบวัดผล ประเมินผล ต้องออกแบบให้ดีและวัดผลสัมฤทธิ์ได้อย่างที่ต้องการ การทดสอบวัดผลเรื่องภาษาต่างประเทศก็ต้องเปลี่ยน ต้องทำให้วัดผลการสื่อสารได้ เมื่อมีการนำเอากรอบมาตรฐานยุโรปมาใช้ (CEFR) จะเริ่มต้นจากการเรียนเพื่อแนะนำตัว สามารถพูดเรื่องชีวิตประจำวัน และสื่อสารเบื้องต้นได้ จึงจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนระบบการสอนภาษาต่างประเทศในประเทศไทยเพื่อให้ผู้เรียนสามารถสื่อสารและใช้ในการหาความรู้ได้

ในการนี้ จะต้องมีการดูแลในภาพรวม ให้มีการกระจายอำนาจให้ คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษามีบทบาทมากขึ้น ขณะเดียวกันต้องมีการกำหนดมาตรฐานจากส่วนกลาง และให้มีการผสมผสานกันระหว่างการบริหารจัดการของเขตพื้นที่การศึกษากับส่วนกลางด้วย สุดท้ายนี้ หวังว่าความเห็นเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ และเกิดการนำไปคิดต่อ หากมีเรื่องที่สามารถผลักดันให้เกิดการดำเนินการได้ในระหว่างนี้ เรื่องที่ไม่ต้องเข้ามติคณะรัฐมนตรี ก็จะเร่งดำเนินการและร่วมมือกันต่อไป

กุณฑิกา พัชรชานนท์
บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน
8/5/2557

กรณีนำข่าวจากสำนักงานรัฐมนตรีไปเผยแพร่ในเว็บไซต์ของท่าน กรุณาให้เครดิตแหล่งที่มาด้วย, ขอขอบคุณ

 

   ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
  
บรรณาธิการข่าว : กุณฑิกา พัชรชานนท์, นวรัตน์ รามสูต, บัลลังก์ โรหิตเสถียร

   Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
 
 Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

  หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
   S u p p o r t  A l l  M a j o r  W e b  B r o w s e r
 


   Copyright 2004-2014 สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550 PV : 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390
   Backoffice
: MOE i MOE-news.net