โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี สร.สาร รับเรื่องราวร้องทุกข์

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 116/2557
งานมหกรรมรวมพลังยกระดับคุณภาพการศึกษา
"Thai Education 2014"

3 พฤษภาคม 2557 - นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดงานมหกรรมรวมพลังยกระดับคุณภาพการศึกษา : Thai Education 2014 จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยมีนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นางฉวีวรรณ คลังแสง ดร.พวงเพ็ชร ชุนละเอียด รศ.ดร.กิตติ ลิ่มสกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ ผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ ครู นักเรียนนักศึกษา และประชาชน เข้าร่วมงานมากกว่า 1,000 คน ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ดร.กมล รอดคล้าย รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า ศธ.ประกาศให้การศึกษาเป็นวาระแห่งชาติ และกำหนดให้ปี 2556 เป็นปีแห่งการรวมพลังยกระดับคุณภาพการศึกษา โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ ในปี 2558 จะมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้สามารถคิดวิเคราะห์ เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ และมีทักษะที่จำเป็นสำหรับศตวรรษที่ 21 อีกทั้งได้กำหนดนโยบายเร่งรัดการดำเนินงานที่มีกลไกขับเคลื่อนและแนวทางการบริหาร เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาให้เป็นระบบอย่างต่อเนื่อง จึงได้มอบให้องค์กรหลักจัดกิจกรรมรวมพลังยกระดับคุณภาพการศึกษา ในปีนี้ สพฐ.เป็นผู้รับผิดชอบในการจัดกิจกรรมดังกล่าว เพื่อส่งเสริมคุณภาพและยกระดับมาตรฐานการศึกษาไทยให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก

งานมหกรรมรวมพลังยกระดับคุณภาพการศึกษา : Thai Education 2014 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-5 พฤษภาคม 2557 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  มีกรอบการดำเนินงานภายใต้แนวทางการปฏิรูปการศึกษาให้รองรับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 และต่อยอดสู่การพัฒนาคุณภาพการศึกษาไทยให้ทัดเทียมในระดับสากล เพื่อเผยแพร่วิธีการและแนวความคิดใหม่ด้านการจัดการเรียนการสอนให้ผู้เข้าร่วมงานได้แนวคิดและสามารถนำกลับไปปฏิบัติในสถานศึกษาหรือหน่วยงานต้นสังกัด อีกทั้งเป็นการสร้างเครือข่ายระหว่างผู้เชี่ยวชาญกับผู้เข้าร่วมงาน นำไปสู่การเกิดประชาคมวิชาการที่ให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการปรับเปลี่ยนวิธีการเรียนรู้อันจะทำให้เกิดขึ้นได้อย่างถาวรและกว้างขวาง และเป็นการระดมความคิดและการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาทั้ง 8 นโยบายไปสู่การปฏิบัติ

Follow us on Twitter

 

 

 More Resources

 ข่าวยุทธศาสตร์ การทำงานล่าสุด
 ของ รมว.ศธ.

 

 

115 ศธ.รายงานความก้าวหน้าต่อนายกรัฐมนตรี
112 ปฏิรูประบบผลิตและพัฒนาครู
110 การบริหารจัดการทรัพยากรการศึกษา
107 ประชุมองค์กรหลัก 14/2557
098 ประชุมองค์กรหลัก 13/2557
091 สงกรานต์ ศธ.สืบสานวัฒนธรรมไทย
088 ผลการรับฟังพัฒนาการศึกษาชายแดนใต้
085 สรุปผลใช้จ่ายงบปี 57 ของ ศธ.
081 ศธ.122 ปี
079 ผลประเมิน O-Net ปีการศึกษา 2556
   
 

 

Bookmark and Share

กิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วยการจัดนิทรรศการการนำเสนอผลงานที่ประสบความสำเร็จ หรือ Best Practice การจัดสัมมนาทางวิชาการด้านการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา การพัฒนานวัตกรรม การจัดการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศ และการศึกษาพิเศษ นอกจากนี้จะมีการนำเสนอความสามารถของนักเรียนในรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานถึงระดับอุดมศึกษา ผู้ร่วมงานประกอบด้วยผู้บริหารสถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษา คณบดีคณะศึกษาศาสตร์และครุศาสตร์ทั่วประเทศ ผู้เกี่ยวข้องในการจัดการศึกษาในทุกภาคส่วน ตลอดจนนักเรียนนักศึกษาและผู้ปกครอง ประมาณ 15,000 คน การจัดงานในครั้งนี้ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากองค์กรหลักและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

การจัดนิทรรศการ แบ่งออกเป็น 8 โซน ได้แก่
         
1) โซน Smart Education การนำเสนอการเรียนการสอนในรูปแบบของการใช้ ICT เพื่อการศึกษา
         
2) โซน STEM Education การสาธิตห้องเรียนและห้องปฏิบัติการเรียนการสอนแบบบูรณาการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมและคณิตศาสตร์เข้าด้วยกัน
         
3) โซน Language การสาธิตกระบวนการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศ (กลุ่มภาษาอังกฤษ/กลุ่มภาษาจีนและเกาหลี)
         
4) โซน Learning Resources การนำเสนอการเรียนการสอนโดยใช้ทรัพยากรการเรียนรู้ทุกชนิด เพื่อช่วยให้ผู้เรียนมีองค์ความรู้มากขึ้น
         
5) โซน New Thinking Paradigm การนำเสนอกิจกรรมจากโรงเรียนตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จในเรื่องการจัดการเรียนการสอนรูปแบบใหม่
         
6) โซน Moral & Civil Education การนำเสนอผลเชิงประจักษ์ที่ครูสร้างจิตสำนึกสาธารณะให้ลูกศิษย์หลายโรงเรียนที่คัดเลือกมาจากทุกภาคของประเทศไทย
         
7) โซน Brain Based Learning การสาธิตกระบวนการฝึกและค้นหาความสามารถของสมองและจิต สมาธิ เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในการศึกษา
         
8) โซนการศึกษาพิเศษ ที่นำเสนอและสาธิตรูปแบบการจัดการเรียนการสอนสำหรับเด็กพิเศษทุกกลุ่ม ทุกประเภท

นอกจากนี้ มีการจัดสัมมนาด้านการศึกษากว่า 20 หัวข้อ อาทิ ห้องเรียนกลับด้าน (Flipped Classroom), ภาษาและการสื่อสารได้จริง, การศึกษาพิเศษ และผลสัมฤทธิ์ต่ำแก้ได้..ครูภาษาไทยต้องพัฒนา เป็นต้น



เปิดงาน Thai Education 2014 ที่เน้นความก้าวหน้า Education ของ Thai ในยุคนี้

รมว.ศธ. กล่าวว่า ศธ.กำลังดำเนินการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาตามนโยบาย 8 ข้อ และการจัดงาน Thai Education 2014 เกี่ยวข้องกับนโยบายข้อที่ 1 (การเร่งปฏิรูปการเรียนรู้ทั้งระบบให้สัมพันธ์เชื่อมโยงกัน) มากที่สุด เพราะมีความเกี่ยวโยงกับเรื่องหลักสูตร การเรียนการสอน การทดสอบวัดผลและประเมินผล ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการยกร่างหลักสูตรได้มากพอสมควร โดยคณะกรรมการหลักสูตร จะส่งต่อไปที่คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) และ สพฐ. ในการนี้จะต้องให้เวลากับ กพฐ.ดำเนินการรับฟังความคิดเห็น จัดการประชุมหารือกับผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะผู้ใช้กับผู้ปฏิบัติ เพื่อให้มีความเข้าใจและความเห็นตรงกัน

การจัดนิทรรศการและสัมมนาจะทำให้เกิดการตกผลึกในแง่ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิรูปการเรียนการสอน สามารถรวบรวมองค์ความรู้ เทคนิคและวิธีการจัดการเรียนการสอนที่เด่นมากทั้งในประเทศและจากต่างประเทศมาแสดง รวมทั้งได้เชิญนักวิชาการที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ มาร่วมสัมมนา ดังนั้นการจัดงานในครั้งนี้จึงเป็นจุดสำคัญที่จะแสดงให้เห็นถึงการเรียนการสอนในวิชาสำคัญด้วยวิธีคิดแบบใหม่ เช่น การสอนคิดวิเคราะห์ การสอนแบบ STEM การสอนวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ การนำเอาความรู้ทางด้านวิศวกรรมศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้อง การจัดรูปแบบห้องเรียนแบบใหม่ รวมถึงการทดสอบ PISA ที่ ศธ.มีนโยบายในการยกอันดับการประเมินผล PISA ของประเทศไทยด้วย เมื่อดำเนินการในเรื่องดังกล่าวให้เป็นที่รับรู้แล้ว จะมีการบันทึกข้อมูลเก็บไว้เป็นคลังความรู้ เพื่อเผยแพร่ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันต่อไป

การจะปฏิรูปการศึกษาให้พัฒนาก้าวหน้าต่อไปได้ ต้องมีการสร้างกระบวนการรวบรวมความรู้ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเรื่องการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง และนำไปเชื่อมโยงกับการผลิตและพัฒนาครู เพื่อให้มีการพัฒนาครูอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน หากคนในวงการศึกษาเห็นสอดคล้องและร่วมมือกันผลักดันอย่างจริงจัง ก็จะสามารถปฏิรูปการศึกษาได้ และนำไปสู่การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาในอนาคตได้อย่างชัดเจน โดยวัดจากผลสัมฤทธิ์จากการทดสอบกลางที่จะใช้มากขึ้นในระบบการศึกษาของไทย และผลสัมฤทธิ์จากการประเมินผลการทดสอบระดับนานาชาติ

ฉะนั้น องค์กรที่เกี่ยวข้องจะต้องเตรียมพร้อมเพื่อรับกับการทดสอบดังกล่าว และให้การวัดผลสัมฤทธิ์ขององค์กรในประเทศและต่างประเทศเป็นตัวบ่งชี้ความสำเร็จและความก้าวหน้าของการปฏิรูปการศึกษา หลังจากที่มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างกว้างขวางและมีความเห็นที่สอดคล้องกันทั้งระบบแล้ว จะต้องมีการวางแผนจัดทำปฏิทิน เพื่อนำเอาหลักสูตรใหม่ไปสู่การปฏิบัติ การเรียนการสอนแบบใหม่ที่สอดคล้องกับหลักสูตรใหม่นี้ก็จะเกิดขึ้น และจะมีการพัฒนาให้สอดคล้องกันมากขึ้นต่อไป






เยี่ยมชมกิจกรรมต่างๆ ภายในงาน ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ระหว่าง 3-5 พฤษภาคมนี้



เป็นวิทยากรสอนภาษาจีนจากเพลง มีน้องๆ นักเรียน (ไทย) ให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมกันสนุกสนาน


4 พฤษภาคม 2557  รมว.ศธ.ได้เดินทางมาเยี่ยมชมกิจกรรมต่างๆ ภายในงานวันที่สอง รวมทั้งได้มอบนโยบาย "การจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษและภาษาไทย" โดยมีศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ภาวิช ทองโรจน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรี ดร.กมล รอดคล้าย นางอ่องจิต เมธยะประภาส รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ ครู นักเรียนนักศึกษา และประชาชน เข้าร่วมงานมากกว่า 1,000 คน

  • มอบนโยบายการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ

เมื่อเวลา 9.00 น. รมว.ศธ.มอบนโยบาย “การจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษตามความต้องการของสถานศึกษา”  โดยกล่าวว่า ภาษาอังกฤษเป็นวิชาบังคับของนักเรียนไทยทั้งประเทศ ทุกคนต้องเรียนภาษาอังกฤษ จึงยากต่อการทำให้ครอบคลุมทั้งหมด หรือทำให้เหมือนกันทั้งประเทศไม่ได้ เพราะทรัพยากรมีจำกัด ครูสอนภาษาอังกฤษที่เป็นชาวต่างชาติในโรงเรียนของไทยก็มีไม่มาก แต่โลกยุคปัจจุบันมีสื่อการเรียนการสอน อุปกรณ์ และเครื่องมือที่ทันสมัย ทำให้ผู้เรียนสามารถเรียนทางไกลหรือเรียนจากห้องเรียนอื่นได้ การเรียนการสอนภาษาต่างประเทศจะต้องให้ผู้เรียนสามารถใช้สื่อสารและหาความรู้ต่อไปได้

ในการทดสอบภาษาอังกฤษของโทเฟล (TOEFL) ได้ปรับเปลี่ยนการสอบให้มีการสอบพูดและเขียนด้วย หลังจากพบว่าการออกข้อสอบแบบเดิมที่เป็นข้อสอบปรนัยและทดสอบการฟัง ผู้เข้าสอบที่มาจากทวีปเอเชียทำคะแนนได้ดี แต่เมื่อไปศึกษาต่อต่างประเทศแล้วไม่สามารถพูดกับเขียนได้

ระบบการศึกษาของไทยจัดการเรียนการสอนที่เน้นไวยากรณ์และคำศัพท์ ไม่มีวิชาสนทนา ในขณะที่การเรียนภาษาต่างประเทศอันดับแรกที่ต้องเรียน คือการสนทนา กระบวนการสอนภาษาอังกฤษของไทยถือเป็นการผิดกระบวนการเรียนการสอนของมนุษย์ ที่ต้องเรียนการฟังและการพูดเป็นอันดับแรก จึงต้องมีการเปลี่ยนแปลง การเรียนภาษาอังกฤษให้ได้ผลต้องเรียนเข้มข้น มีวิชาสนทนา เรียนเป็นกระบวนการ คือ การฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน ตามลำดับ รวมถึงต้องมีการจัดห้องเรียนหรือตารางสอน การจัดเวลาเรียน และวิธีการสอน โดยใช้สื่อการเรียนการสอนและครูมาประกอบ ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาและผู้อำนวยการสถานศึกษาต้องช่วยกันคิดว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะเป็นเรื่องที่เชื่อมโยงไปถึงวิชาเลือกอื่นด้วย

การทดสอบวัดผลโดยใช้กรอบอ้างอิงมาตรฐานความสามารถทางภาษาอังกฤษที่เป็นสากล หรือ CEFR จะเป็นการวัดความสามารถในการสื่อสารเป็นหลัก มาตรฐานดังกล่าวเน้นการสอนภาษาอังกฤษจากระดับง่าย เช่น การสนทนาเบื้องต้นและการแนะนำตัว ไปสู่ระดับที่ยากขึ้น ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสื่อสารทั้งสิ้น ที่สำคัญ การจัดห้องเรียน การเปลี่ยนวิธีการเรียนการสอน การเพิ่มเวลาเรียน การเรียนเข้มข้น การมีวิชาสนทนา และมีกระบวนการเรียนการสอนที่ถูกต้องไม่จำเป็นต้องทำเหมือนกันทั้งประเทศ แต่ควรดำเนินการตามสภาพ ความพร้อม และศักยภาพของแต่ละโรงเรียนให้เหมาะสม จากนั้นก็สรุปบทเรียน แลกเปลี่ยนความเห็น และปรับแนวปฏิบัติเพื่อให้เกิดความก้าวหน้าต่อไป



  • มอบนโยบายการจัดการเรียนการสอนภาษาไทย

เมื่อเวลา 13.30 น. รมว.ศธ.มอบนโยบายในการสัมมนาครูภาษาไทยทั่วประเทศ  โดยกล่าวว่าการปฏิรูปและการพัฒนาการสอนภาษาไทยเป็นเรื่องจำเป็นและไม่ใช่เรื่องง่าย จะต้องดำเนินการโดยเร็ว เนื่องจากมีผู้สนใจมาก หลังจากที่มีการประกาศนโยบายก็ได้จัดให้มีการรับฟังความเห็นจากครูและผู้อำนวยการโรงเรียนต่างๆ ซึ่งมีการหยิบยกประเด็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตร เช่น นักเรียนอ่านหนังสือไม่ออก อ่านไม่เข้าใจ นับว่าเป็นปัญหาใหญ่มาก และการที่ครูต้องสอนมากถึง 8 กลุ่มสาระวิชา จึงต้องมีการกระจายเวลาในการสอนแต่ละวิชา ทำให้ไม่มีเวลามากพอในการสอนให้นักเรียนอ่านออกเขียนได้ หรือสอนวิชาคณิตศาสตร์ เป็นต้น

ปัจจุบันไม่มีการสอนให้นักเรียนสะกดคำ แต่สอนให้จำเป็นคำ เมื่อนักเรียนเจอคำใหม่ก็อ่านไม่ออก การสอนแบบให้จำเป็นคำ เหมาะสำหรับการเรียนภาษาจีน แต่สำหรับภาษาไทยและภาษาอังกฤษต้องอาศัยการสะกดคำ เมื่อสะกดคำได้ก็จะสามารถอ่านได้ จากการสแกนนักเรียนระดับชั้น ป.3 และ ป.6 พบว่ามีนักเรียนอ่านไม่ออกและอยู่ในขั้นต้องปรับปรุงประมาณ 2 แสนคน ผู้เรียนในระดับอุดมศึกษาบางคนก็ไม่สามารถเขียนสรุปความ กล่าวคือ ปัญหาของภาษาไทยมีตั้งแต่เด็กเล็กจนถึงผู้เรียนในระดับอุดมศึกษา


เมื่อทราบปัญหา สพฐ.จึงได้รณรงค์เพื่อแก้ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ทั่วประเทศ โดยใช้วิธีการหลากหลายรูปแบบที่ทันสมัยขึ้น เช่น การฝึกให้ผู้เรียนจับกลุ่มช่วยกันแต่งประโยค ทำให้นักเรียนเกิดจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ในการแต่งประโยค หรือจะนำการเรียนการสอนแบบเดิมมาประยุกต์ ผสมผสานกับการเรียนการสอนแบบใหม่ เพื่อให้นักเรียนอ่านออกและอ่านเข้าใจ การพัฒนาจากขั้นอ่านออก เขียนได้ขึ้นไปอีก คือ การเรียนภาษาแล้วได้ใช้ภาษา ใช้ภาษาเป็นและสละสลวย เพื่อจะสื่อสารและแสดงให้เห็นว่านักเรียนสามารถเรียนวิชาต่างๆ แล้วเข้าใจ สามารถเขียนอธิบายได้

การสอนภาษาไทยให้ได้ผลในฐานะที่เป็นภาษาแม่ จะมีวิธีการหรือนวัตกรรมอย่างไร ผู้เรียนควรรู้อะไรบ้างก็เป็นเรื่องสำคัญ หากผู้เรียนอ่านภาษาไทยไม่ออก อ่านไม่เข้าใจ แล้วจะเรียนรู้วิชาอื่นได้อย่างไร จึงต้องการให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน เพื่อทำเรื่องนี้ให้ยั่งยืน

หากมีการดำเนินการปฏิรูปการจัดการเรียนการสอนภาษาไทยแล้ว จะได้ประโยชน์มากในเรื่องของการทดสอบวัดผล การเรียนแบบไม่มีตกซ้ำชั้น เมื่อกล่าวถึงเรื่องการตกซ้ำชั้นขึ้นมา มักจะมีคนพูดว่าทำให้เด็กเสียเวลา เสียอนาคต แต่ไม่พูดเรื่องที่เด็กจะเสียอนาคตจากที่เรียนมา 6-9 ปี แล้วอ่านหนังสือไม่ออก เพราะฉะนั้นก็ต้องมาหารือกันว่าจะไม่ให้มีการตกซ้ำชั้น แต่ให้สอบตกเป็นรายวิชา ซึ่งการปรับตกเป็นรายวิชา จะต้องมีการเปลี่ยนระบบการจัดห้องเรียน และทำให้มีระบบวิชาเลือก


ภาพ สถาพร ถาวรสุข

สุดท้ายนี้ ขอฝากให้ช่วยกันคิดเรื่องภาษาไทยเพราะเป็นเรื่องสำคัญ นวัตกรรมหรือวิธีการสอนที่ได้ผลต่างก็มาจากท่านทั้งหลายที่นำมาแสดงและสาธิตให้ดู ผลสัมฤทธิ์จะเกิดขึ้นอย่างชัดเจนในภายในเวลาอันสั้น แต่ปัญหาคือ การทำให้ยั่งยืนและการพัฒนาไปสู่ขั้นตอนต่อไป จึงขอฝากความหวังไว้กับครูให้ช่วยกันคิด ช่วยกันสร้างสรรค์ พัฒนาการเรียนการสอนภาษาไทย และให้ครูเป็นกำลังสำคัญในการปฏิรูปการจัดการเรียนการสอนภาษาไทยกันต่อไป

กุณฑิกา พัชรชานนท์
บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน

5/5/2557

กรณีนำข่าวจากสำนักงานรัฐมนตรีไปเผยแพร่ในเว็บไซต์ของท่าน กรุณาให้เครดิตแหล่งที่มาด้วย, ขอขอบคุณ

 

   ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
  
บรรณาธิการข่าว : กุณฑิกา พัชรชานนท์, นวรัตน์ รามสูต, บัลลังก์ โรหิตเสถียร

   Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
 
 Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

  หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
   S u p p o r t  A l l  M a j o r  W e b  B r o w s e r
 


   Copyright 2004-2014 สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550 PV : 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390
   Backoffice
: MOE i MOE-news.net