ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 36/2557
ผลการประชุมองค์กรหลัก 6/2557

ศึกษาธิการ - นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ภาวิช ทองโรจน์ และ ดร.กิตติ ลิ่มสกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ  ดร.สุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ  ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา  ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา และผู้บริหารระดับสูงของ ศธ. ร่วมประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก ครั้งที่ 6/2557 เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557 ห้องประชุมสำนักพัฒนาสมรรถนะครูและบุคลากรอาชีวศึกษา

  • รับทราบรายงานการดำเนินโครงการส่งเสริมประชาธิปไตยและสนับสนุนการเลือกตั้ง

ที่ประชุมรับทราบรายงานการดำเนินโครงการส่งเสริมประชาธิปไตยและสนับสนุนการเลือกตั้งสมาชิกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั่วไปกรณียุบสภา ปี 2557 ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ โดย กกต.แถลงข้อมูลการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ว่ามีการจัดการเลือกตั้งจำนวน 68 จังหวัด ยกเว้น 9 จังหวัด ได้แก่ 1) กระบี่ 2) ชุมพร 3) ตรัง 4) พังงา 5) พัทลุง 6) ภูเก็ต 7) ระนอง 8) สงขลา และ 9) สุราษฎร์ธานี

จังหวัดที่มีผู้มาใช้สิทธิมากที่สุด คือ 1) เชียงใหม่ คิดเป็นร้อยละ 75.05 2) ลำพูน คิดเป็นร้อยละ 73.39 และ 3) แม่ฮ่องสอน คิดเป็นร้อยละ 64.99 จังหวัดที่มีผู้มาใช้สิทธิน้อยที่สุด คือ 1) นครศรีธรรมราช คิดเป็นร้อยละ 8.78 2) ประจวบคีรีขันธ์ คิดเป็นร้อยละ 20.42 3) สมุทรสงคราม คิดเป็นร้อยละ 24.42 และ 4) กรุงเทพมหานคร คิดเป็นร้อยละ 25.94

Follow us on Twitter

 

 

 More Resources

 ข่าวยุทธศาสตร์ การทำงานล่าสุด
 ของ รมว.ศธ.

 

 

035 หารือการผลิตหนังสือเรียนให้มีคุณภาพและทันก่อนเปิดภาคเรียน
030 ประชุมองค์กรหลัก 5/2557
022 ประชุมคณะกรรมการปฏิรูประบบผลิตและพัฒนาครู 2/2557
021 แนวทางส่งเสริมสนับสนุนเลือกตั้งของ ศธ.
014 วันครู
011 ระชุมองค์กรหลัก 13 มค.2557
009 ประชุม ศธ. 1/2557
007 แถลงข่าวงานวันครูปี 2557
002 ระชุมองค์กรหลัก 1/2557
439 แผนพัฒนาการเรียนการสอนภาษาจีน
   
 

 

ข่าวย้อนหลังในรอบปีเกี่ยวกับยุทธศาสตร์

Bookmark and Share

ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก กกต. เป็นจำนวน 12 ล้านบาท คณะกรรมการฯ ได้จัดสรรให้หน่วยงานต่างๆ จากการประสานงานในเบื้องต้น แต่ละหน่วยงานที่ได้ดำเนินการไปล่วงหน้า ขณะนี้ สำนักงานศึกษาธิการภาค ซึ่งเป็นผู้แทนของกระทรวงศึกษาธิการที่อยู่ตามภาคต่างๆ กำลังรวบรวมสรุปรายงานเพื่อแจ้งให้ทราบต่อไป และได้มีประเด็นที่มีหนังสือแจ้งมาที่ ศธ.แล้ว เกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จึงขอความร่วมมือจากองค์กรหลัก เพื่อจัดคณะทำงาน ขณะนี้ทางหน่วยงานที่ได้รับงบประมาณและรณรงค์เรื่องการจัดการเลือกตั้ง ทำงานกันได้พอสมควร ยกเว้นในจังหวัดหรือเขตที่ไม่มีการเลือกตั้ง

รายละเอียดของการรวบรวมข้อสรุปผลการดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ นั้น กกต.ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน หลังจากการเลือกตั้ง


  • รับทราบรายงานความก้าวหน้าระบบ Admission

ที่ประชุมรับทราบรายงานความเคลื่อนไหวการขับเคลื่อนนโยบายการปฏิรูปการศึกษา ในเรื่องความก้าวหน้าระบบ Admission ซึ่งเป็นผลมาจากการหารือก่อนหน้านี้ คือได้มีการเลื่อนสอบ Admission เท่าที่สามารถทำได้ สำหรับส่วนของสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทศ. ในปีการศึกษา 2557 ได้เลื่อนสอบ GAT/PAT ครั้งที่ 1/2557 จากวันที่ 7-10 ธันวาคม 2556 เป็นวันที่ 8-11 มีนาคม 2557 และจะประกาศผลสอบในวันที่ 24 เมษายน 2557

สำหรับปีการศึกษา 2558 ได้มีการตั้งคณะทำงาน และจัดประชุมอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้ได้ข้อยุติเบื้องต้นว่า ผู้เรียนสายสามัญสนใจที่จะใช้โมเดลการสอบเข้าคณะแพทย์ที่มีการจัดสอบร่วมกัน เช่น คณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ เป็นต้น แต่ยังมีการหารือว่าจะมีการนำข้อสอบที่ได้พัฒนาขึ้นมาเอง หรือข้อสอบของ สทศ. มาใช้ ทั้งยังได้มีความพยายามดึงผู้สอบให้เข้ามาสู่ระบบ Clearing House ให้มากขึ้น

ทั้งนี้ ข้อสรุปเบื้องต้นในการพิจารณาคัดเลือกผู้เข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา จะอยู่ใน 4 กลุ่ม คือ 1) การสอบ O-NET 2) การทดสอบร่วมกันและใช้ข้อสอบที่พัฒนาขึ้นมาเองหรือข้อสอบของ สทศ. 3) การทดสอบวิชาเฉพาะ ที่ระบุว่าต้องสอบไม่เกิน 6 วิชา และ 4) การใช้ผลการเรียนเฉลี่ย เพื่อเป้าหมายของปีการศึกษา 2558 ที่พยายามดึงผู้สอบเข้าสู่ระบบกลางให้ได้มากที่สุด และลดการจัดสอบเอง โดยจะพยายามจัดให้มีการสอบให้เสร็จสิ้นหลังเดือนมีนาคมของทุกปี


  • รายงานเสนอแนวทางการจัดกิจกรรม “Summer Camp For Ed 2014” ของกระทรวงศึกษาธิการ

สืบเนื่องจากการประชุมครั้งที่ผ่านมา รมว.ศธ.ได้ให้สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.) รวบรวมภาพรวมของ ศธ. ที่จะจัดให้มีกิจกรรม/โครงการ โดยแบ่งออกมาได้เป็นกิจกรรมหลัก 4 ประเภท คือ 1) การอบรม 2) การเข้าค่ายพักแรม 3) การฝึกอาชีพ 4) การสอนเสริม โดยกลุ่มเป้าหมายในการจัดกิจกรรม ได้แก่ นักเรียนนักศึกษา (for kids), ครู/บุคลากรทางการศึกษา (for teachers) และกลุ่มบุคคลทั่วไป/ครอบครัว (for families)

สป.จึงได้มีประสานกับทุกหน่วยงาน/องค์กรหลักในสังกัด ศธ. เพื่อรวบรวมข้อมูลกิจกรรมและช่วงเวลาที่เหมาะสมในการจัดกิจกรรมต่างๆ ระหว่างเดือนมีนาคม-เดือนพฤษภาคม 2557 ซึ่งหากว่าเป็นกิจกรรมนอกเหนือเวลาดังกล่าวจะไม่นำมารวมด้วย

จากข้อมูลสรุป ณ วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557 พบว่า มีโครงการทั้งหมดจำนวน 39 โครงการ สามารถที่จะให้บริการนักเรียนนักศึกษาได้จำนวนทั้งสิ้น 62,252 คน อบรมครูอาจารย์ได้จำนวนทั้งสิ้น 14,480 คน และบุคคลทั่วไปที่เป็นลักษณะของการฝึกอาชีพได้จำนวนทั้งสิ้น 389 คน แยกเป็น

- โครงการของหน่วยงานในสังกัด สป. มีทั้งสิ้น 25 โครงการ แบ่งเป็นโครงการจากสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) 12 โครงการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) 8 โครงการ และสำนักการลูกเสือ ยุวกาชาดและกิจการนักเรียน 5 โครงการ
-
โครงการของหน่วยงานในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีทั้งสิ้น 14 โครงการ แบ่งเป็นโครงการจากสถาบันภาษาอังกฤษ 12 โครงการ และสำนักพัฒนากิจกรรมนักเรียน 2 โครงการ

ทั้งนี้ สป.ได้ขอให้แต่ละหน่วยงานและองค์กรหลักส่งผู้แทนเข้าร่วมการประชุมในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา 13.00 น. ที่ศูนย์พัฒนาบุคลากรทางการลูกเสือ ยุวกาชาดและกิจการเยาวชน “ผิน แจ่มวิชาสอน” เพื่อรวบรวมรายละเอียดและข้อมูลทั้งหมด เพื่อดึงประเด็นสำคัญและนำมาเป็นหัวข้อในการประชาสัมพันธ์ต่อไป

ที่ประชุมมอบให้ สป.สรุปข้อมูลทั้งหมด ภายในวันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2557 และแถลงข่าวเพื่อประชาสัมพันธ์โครงการฯ ภายใน 7 วันหลังจากวันที่สรุปข้อมูล พร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะถึงการจัดกิจกรรมต่างๆ ว่า เรื่องที่องค์กรต่างๆ ถนัด และผู้คนสนใจ ขอให้ดำเนินการเป็นหลัก แต่เรื่องประเภทที่นำเสนอแนวความคิดใหม่ๆ ในการปฏิรูปการเรียนการสอน หรือแนวทางในการยกระดับคุณภาพการศึกษา คือเรื่องที่นักเรียนนักศึกษาหรือผู้ปกครองสนใจอยู่แล้ว ก็ถือเป็นโอกาสในการทำตามขีดความสามารถของหน่วยงาน และส่งเสริมเรื่องนั้นๆ เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อการปฏิรูปการศึกษา หรือยกระดับคุณภาพการศึกษา


  • รับทราบแนวทางการพัฒนาคุณภาพหนังสือเรียนและการจัดส่งหนังสือให้ทันก่อนเปิดภาคเรียน

ที่ประชุมได้รับทราบและเห็นชอบแนวทางการพัฒนาคุณภาพหนังสือเรียนและจัดส่งหนังสือให้ทันก่อนเปิดภาคเรียน ปีการศึกษา 2557 รวมทั้งปฏิทินแนวทางการดำเนินการจัดซื้อหนังสือเรียน ในสังกัด สพฐ. ดังนี้

กำหนดเวลา

การดำเนินการ

ภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2557

- โอนเงินจัดสรรไป สพท./โรงเรียน 100%

ภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2557

- ส่งตัวอย่างหนังสือที่จำหน่ายได้ในปีการศึกษา 2557 ให้ สพฐ.
- จัดทำบัญชีรายชื่อหนังสือแจ้ง สพท./โรงเรียน/เว็บไซต์
  เพื่อตรวจสอบสภาพรูปเล่ม

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ – 20 มีนาคม 2557

- สำรวจจำนวนนักเรียน ปีการศึกษา 2557 (ใช้การประเมินจำนวนนักเรียนโดยดูจากจำนวนนักเรียนที่จะเลื่อนชั้น สำหรับระดับชั้น ป.1 ม.1 และ ม.4 ให้ดูจากจำนวนนักเรียนที่โรงเรียนจะรับ)
- ตั้งกรรมการจัดซื้อหนังสือฯ
- คัดเลือกหนังสือเรียน
- ดำเนินการจัดซื้อตามระเบียบฯ
- ส่งใบสั่งซื้อให้ตร้านค้าที่เป็นคู่สัญญา

วันที่ 20 – 30 มีนาคม 2557

- ร้านค้าย่อยส่งใบสั่งซื้อให้สำนักพิมพ์ตามรายการที่โรงเรียนสั่งซื้อ

วันที่ 31 มีนาคม – 30 เมษายน 2557

- เช็คสต๊อก/จัดพิมพ์ตามที่สั่งซื้อ

ภายในวันที่ 10 พฤษภาคม 2557

- หนังสือเรียนส่งถึงโรงเรียน

ภายในวันที่ 15 พฤษภาคม 2557

- ตรวจรับและเบิกจ่ายเงิน/ปรับแล้วแต่กรณี

แนวทางการปฏิบัติการจัดซื้อหนังสือเรียน ปีการศึกษา 2557

- ควรมีการชี้แจงแนวทางการปฏิบัติฯ เพื่อให้ตรงตามวัตถุประสงค์ของการจัดสรรงบประมาณค่าหนังสือเรียนและแบบฝึกหัดก่อน ไม่อนุญาตให้นำไปใช้ในกิจกรรมอื่น หากมีงบประมาณค่าหนังสือเรียนเหลือ ให้ซื้อหนังสืออ้างอิง พจนานุกรม ดิกชันนารี หรือหนังสือประกอบการอ่านเข้าห้องสมุด
- ควรมีการเพิ่มจำนวนคณะกรรมการการตรวจสอบ
และปรับปรุงระบบการตรวจสอบหนังสือเรียนให้เหมาะสม เพื่อความรวดเร็วในการดำเนินการ
- ควรปรับเพิ่มงบประมาณเงินอุดหนุน
สำหรับค่าหนังสือเรียนให้มากขึ้นในทุกระดับชั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมการอ่าน
-ควรจัดให้มีการระดมทรัพยากร
เพื่อจัดซื้อจัดหาหนังสือเรียน ด้วยเห็นว่าการจัดซื้อหนังสือเข้าห้องสมุดจะมีประโยชน์มากกว่าการสร้างห้องสมุดที่ต้องใช้งบประมาณสูง
- หากมีปัญหาเกิดขึ้น ควรรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ
เพื่อช่วยเหลือและแก้ไขได้ทันท่วงที

ที่ประชุมขอให้ สพฐ.ทำความเข้าใจและสร้างค่านิยมของผู้ปกครองและชุมชน ที่จะให้มีส่วนในการจัดซื้อหนังสือให้เด็ก ปรับความเข้าใจจากที่คิดว่าผู้ปกครองไม่เกี่ยวแล้ว หนังสือเป็นเรื่องที่รัฐบาลจัดหาให้ฟรี แล้วปรากฏว่าตัวเลขการใช้เงินในการซื้อหนังสือของเด็กไทยต่ำมาก ตรงนี้ต้องขยายความให้มาก

ส่วนประเด็นนโยบายเรียนฟรี 15 ปีอย่างมีคุณภาพ ซึ่งเป็นเรื่องต่อเนื่องและมีปัญหามาก หากไม่นำผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจริงต่อผู้เรียน หรือสภาพความเป็นจริงมาเป็นตัวตั้ง ทำให้ดำเนินการไปแบบใช้วาทกรรม หรือแนวความคิดแบบผิวเผิน เป็นประเด็นหนึ่งที่ต้องมาดูกันในรายละเอียด นอกจากนั้น ที่ประชุมได้ขอให้มีการตรวจสอบและติดตามความก้าวหน้าขององค์การค้าของ สกสค.ทุกสัปดาห์ เพื่อหาทางช่วยเหลือและแก้ปัญหา


รมว.ศธ.กล่าวด้วยว่า ที่ประชุมขอให้ช่วยดูแลการใช้จ่ายเงินงบประมาณประจำปี 2557 ให้ดำเนินการไปได้ตามปกติให้มากที่สุด เรื่องใดที่เป็นเรื่องเร่งด่วน ก็สามารถดำเนินการได้ทันที เพื่อให้ทันต้นปีการศึกษาต่อไป สำหรับเรื่องที่ต้องหารือกับสำนักงบประมาณ ก็ต้องเร่งดำเนินการ เพราะหากรอเป็นเวลานาน อาจจะทำให้เด็กนักเรียนเสียโอกาส ส่วนเรื่องอื่นที่เป็นประเด็นหรือเกิดความความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อสังคม ก็ขอให้ช่วยกันชี้แจงต่อสาธารณชนทราบข้อเท็จจริงด้วย

กุณฑิกา พัชรชานนท์
บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน

10/2/2557

กรณีนำข่าวจากสำนักงานรัฐมนตรีไปเผยแพร่ในเว็บไซต์ของท่าน กรุณาให้เครดิตแหล่งที่มาด้วย, ขอขอบคุณ

 

   ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
  
บรรณาธิการข่าว : กุณฑิกา พัชรชานนท์, นวรัตน์ รามสูต, บัลลังก์ โรหิตเสถียร

   Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
 
 Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

  หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
   S u p p o r t  A l l  M a j o r  W e b  B r o w s e r
 


   Copyright 2004-2014 สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550 PV : 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390
   Backoffice
: MOE i MOE-news.net