ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 30/2557
ผลการประชุมองค์กรหลัก 5/2557

ศึกษาธิการ - นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ภาวิช ทองโรจน์ และ ดร.กิตติ ลิ่มสกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก ครั้งที่ 5/2557 เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2557 ที่ห้องประชุมสำนักพัฒนาสมรรถนะครูและบุคลากรอาชีวศึกษา

  • เร่งดำเนินการในช่วงสภาวะวิกฤตทางการเมือง

รมว.ศธ.แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า มีเรื่องที่จะต้องเร่งดำเนินการในช่วงสภาวะวิกฤตทางการเมือง 3 เรื่องหลัก ได้แก่

- การดำเนินงานของ ศธ.  คาดว่าปัญหาความขัดแย้งน่าจะยืดเยื้อต่อไปอีก แต่ควรให้หน่วยงานต่างๆ ในสังกัดสามารถทำงานได้ตามปกติ และสถานศึกษาต่างๆ สามารถเปิดเรียนได้ เพราะขณะนี้ทางศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) ได้ขอความร่วมมือให้ทุกหน่วยงานแจ้งแผนการกลับเข้าทำงานตามปกติระหว่างวันที่ 3-5 กุมภาพันธ์นี้ จึงขอให้หารือร่วมกันเพื่อประเมินสถานการณ์และกำหนดวันที่จะกลับเข้าปฏิบัติงานในกระทรวงต่อไป

Follow us on Twitter

 

 

 More Resources

 ข่าวยุทธศาสตร์ การทำงานล่าสุด
 ของ รมว.ศธ.

 

 

022 ประชุมคณะกรรมการปฏิรูประบบผลิตและพัฒนาครู 2/2557
021 แนวทางส่งเสริมสนับสนุนเลือกตั้งของ ศธ.
014 วันครู
011 ระชุมองค์กรหลัก 13 มค.2557
009 ประชุม ศธ. 1/2557
007 แถลงข่าวงานวันครูปี 2557
002 ระชุมองค์กรหลัก 1/2557
439 แผนพัฒนาการเรียนการสอนภาษาจีน
437 งานปีใหม่ ศธ.
413 ตรวจเยี่ยม One Stop Service ของ ศธ.
   
 

 

ข่าวย้อนหลังในรอบปีเกี่ยวกับยุทธศาสตร์

Bookmark and Share

- การเลือกตั้ง ซึ่งมีบุคลากรของ ศธ. จำนวนมาก เข้าไปมีส่วนร่วมในการเป็นกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งการเลือกตั้งก็จะยืดเยื้อออกไปอีกเช่นกัน โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้แจ้งแล้วว่า หากนับคะแนนไม่ครบทุกหน่วยในประเทศ ก็จะนับคะแนนบัญชีรายชื่อไม่ได้

ทั้งนี้ รมช.ศธ. ได้กล่าวแสดงความขอบคุณเจ้าหน้าที่และบุคลากรของ ศธ.ที่มีส่วนร่วมในการจัดการเลือกตั้งที่ผ่านมา ทั้งการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง และการเป็นกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ที่กำหนดจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2557 และเลือกตั้งทั่วไปนั้น เจ้าหน้าที่และบุคลากรของ ศธ.ก็จะต้องเข้าไปมีส่วนร่วมเช่นเดิม ทั้งในการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง หรือเป็นกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง นอกจากนี้ ศธ.ได้มีการหารือร่วมกับ กกต. เพื่อหาแนวทางรองรับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น เช่น การตั้งกรรมการสำรองประจำหน่วยเลือกตั้ง และการขยายเวลาในการตั้งกรรมการสำรองประจำหน่วยเลือกตั้งดำเนินการได้

- การดำเนินงานเรื่องการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งเป็นภารกิจหลักที่ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามงบประประมาณ ขอให้นำเสนอในที่ประชุมองค์กรหลัก โดยสรุปเสนอความก้าวหน้าในแต่ละหัวข้อแบบสั้นๆ ส่วนหัวข้อที่จำเป็นต้องคุยในรายละเอียดมากๆ ก็ให้ดึงเรื่องนั้นขึ้นมาหารือแบบยาวๆ ได้ ทั้งนี้ รมว.ศธ.ได้มอบหมายให้สำนักงานรัฐมนตรี (สร.) รวบรวมรายชื่อคณะกรรมการต่างๆ ที่ รมว.ศธ.เป็นประธานหรือมีส่วนเกี่ยวข้อง พร้อมทั้งรายงานสถิติการประชุมของคณะกรรมการเหล่านั้นด้วย

  • รายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานในช่วงสภาวะวิกฤตขององค์การค้าของ สกสค.

นายสมมาตร์ มีศิลป์ ผู้อำนวยการองค์การค้าของ สกสค. ได้รายงานผลกระทบจากการปิดล้อมโรงพิมพ์องค์การค้าของ สกสค.ของกลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมือง ซึ่งทำให้องค์การค้าของ สกสค. ไม่สามารถดำเนินการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่โรงพิมพ์ได้ จึงได้ย้ายไปผลิตบัตรเลือกตั้งต่อที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 จนสามารถจัดพิมพ์และทยอยส่งบัตรเลือกตั้งได้ทันการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมีประมาณการค่าใช้จ่ายเบื้องต้นเป็นเงินทั้งสิ้น 156,096,000 บาท

ทั้งนี้ องค์การค้าของ สกสค.ได้รับความร่วมมือจากพนักงาน เจ้าหน้าที่ และลูกจ้างของ องค์การค้าของ สกสค. กว่า 800 คน เป็นอย่างดี และได้รับความอนุเคราะห์และอำนวยความสะดวกในการขนย้ายและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งในหน่วยงานส่วนกลางและระดับภูมิภาค จากกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 ศอ.รส. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นอย่างดียิ่งด้วย

รมว.ศธ.ขอให้องค์การค้าของ สกสค. เร่งดำเนินการจัดพิมพ์หนังสือเรียนให้ทันตามแผนการปฏิบัติงานด้วย โดยอาจจะจัดประชุมหารือเพื่อวางแผนจัดพิมพ์หนังสือ เพราะการพิมพ์หนังสือเรียนเป็นหน้าที่หลักขององค์การค้าของ สกสค. และการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งก็เป็นเรื่องสำคัญของประเทศชาติ แต่จะจัดแบ่งคนและงานอย่างไรให้ทุกอย่างเดินหน้าไปได้ ทั้งนี้ หากเกิดผลกระทบหรือติดขัดอย่างใด ขอให้รายงานทันที เพื่อที่จะได้สื่อสารไปยังผู้เกี่ยวข้องทั้งหลาย เช่น ผู้ปกครอง ผู้ค้าปลีก สถานศึกษา สื่อมวลชน หรือแม้กระทั่งอาจจะต้องสื่อสารไปยังกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อให้ลดระดับความรุนแรงในการสร้างความเสียหายด้วย

  • รายงานสถานการณ์การปฏิบัติงาน และการเปิด-ปิดสถานศึกษา

1) สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.)

- หน่วยงานในสังกัด สป. มีศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังสภาวะวิกฤตทางการเมืองทำหน้าที่อยู่ภายใน ศธ. และมีการประชุมทุกวัน มีเพียงวันที่ 28 – 29 มกราคมเท่านั้น ที่ไม่สามารถประชุมได้ สำหรับหน่วยงานต่างๆ ของ สป. ขณะนี้สามารถปฏิบัติงานได้ตามปกติแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานที่ตั้งอยู่ในบริเวณ ศธ. ซึ่งมีกลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมืองปิดประตูเข้าออก ตัดไฟ และไม่ให้ข้าราชการ เจ้าหน้าที่เข้าไปทำงานนั้น สป.ได้ดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ต่างๆ เช่น จัดเวรยามเฝ้าระวังภายใน ศธ.ตลอดเวลากลางคืน ประสานงานไปยังการไฟฟ้านครหลวงเพื่อต่อไฟให้กับ ศธ. และแจ้งความเหตุการณ์ที่ผู้ชุมนุมสร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินของทางราชการแล้ว

- สถานศึกษา ได้รับผลกระทบสูงสุดจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง คือในวันที่ 13 มกราคม 2557 โดยมีนักเรียนทั่วประเทศได้รับผลกระทบจำนวน 666,814 คน และโดยส่วนใหญ่สถานศึกษาจะพยายามเปิดเรียนให้ได้มากที่สุด รวมทั้งได้มีการสอนชดเชย เพิ่มชั่วโมงเรียนจากเวลาปกติมากขึ้น และบางแห่งอาจะมีสอนเพิ่มเติมในวันหยุด

2) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)  มีโรงเรียนได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง ข้อมูล ณ วันที่ 31 มกราคม 2557 พบว่ามีสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ได้รับผลกระทบจำนวน 1 เขต รวม 5 โรงเรียน  ครูและนักเรียน จำนวน 750 คน ส่วนสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ได้รับผลกระทบจำนวน 1 เขต รวม 6 โรงเรียน ครูและนักเรียน จำนวน 12,683 คน ทั้งนี้ มีเรื่องน่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง คือ การจัดโครงการติวเข้มให้แก่นักเรียนบางอำเภอของจังหวัดสงขลา ได้ถูกกลุ่มผู้ชุมนุมขัดขวาง ทำให้นักเรียนเสียโอกาสทางการศึกษา

3) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)  สถานศึกษาในสังกัด สอศ.ทุกแห่งสามารถเปิดเรียนได้ตามปกติแล้ว

4) สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)  ขณะนี้ สกอ.ได้จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังตลอดเวลาและจัดให้มีฝ่ายเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ข้าราชการและเจ้าหน้าที่สามารถทำงานเข้าไปทำงานได้ตามปกติโดยไม่ถูกตัดน้ำตัดไฟแต่อย่างใด  ในส่วนของมหาวิทยาลัยพบว่า ทุกมหาวิทยาลัยเปิดการเรียนการสอนตามปกติ อาจจะมีบางมหาวิทยาลัยที่ได้รับผลกระทบบ้าง แต่ไม่มากนัก ซึ่งต่อจากนี้ไปจะหารือร่วมกับ สพฐ. เกี่ยวกับการออกใบรับรองการศึกษา เพื่อให้นักเรียนใช้ในการสอบเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัย รวมทั้งเรื่องการสอบตรง การกวดวิชาต่างๆ

ทั้งนี้ ผู้แทน สกอ. ได้เสนอวิธีการเจรจากับผู้ชุมนุมทางการเมืองว่า ควรบอกกล่าวกับผู้ชุมนุม ถึงสิ่งที่ควรหรือต้องทำ หรือผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับการศึกษาของเด็กและเยาวชนไทย มากกว่าการห้ามปราบหรือใช้มาตรการบังคับ เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายไปได้

รมว.ศธ.กล่าวว่า เหตุการณ์มีแนวโน้มว่าจะยืดเยื้อต่อไป เพราะกลุ่มผู้ชุมนุมต้องการขัดขวางการทำงานของข้าราชการและโรงเรียน เพื่อต้องการไม่ให้การเลือกตั้งสำเร็จเป็นผลสมบูรณ์ ฉะนั้นเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต ควรจะต้องมีหนังสืออย่างเป็นทางการไปยังหน่วยงานต่างๆ ทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค เพื่อรายงานสถานการณ์ เช่น การเปิดปิดสถานศึกษา ควรนำระเบียบทางราชการมาบังคับใช้ เพื่อป้องกันความเสียหายให้กับทางราชการ เพราะไม่ใช่เรื่องของการเมือง เป็นเรื่องของการศึกษาของเด็กและเยาวชนของชาติ หากปล่อยปละละเลย ปล่อยให้มีการปิดสถานศึกษา หรือไม่รายงานสถานการณ์ต่างๆ มายังส่วนกลาง ก็เท่ากับไม่ให้ความร่วมมือ ซึ่งส่งผลเสียต่อเด็กและเยาวชน ทำให้เสียโอกาสทางการศึกษา อย่างไรก็ตาม ไม่ต้องการใช้มาตรการให้เกิดการต่อต้านกลับมายัง ศธ. หรือใช้มาตรการจนเกิดความไม่พอใจและไม่ให้ความร่วมมือ เพราะที่ผ่านมา ศธ.ทำงานด้วยความเป็นเอกภาพอย่างมาก

  • กองทุนเพื่อโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษา

- ความเป็นมา เมื่อปี พ.ศ.2530 ได้กำหนดนโยบายให้มีโครงการอาหารกลางวัน โดยรัฐบาลสนับสนุนงบประมาณ ต่อมาในปี พ.ศ.2535 มีพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษาด้วยวงเงิน 6,000 ล้านบาท และในปี พ.ศ.2544 ศธ.ได้ถ่ายโอนงบประมาณค่าอาหารกลางวันไปให้กระทรวงมหาดไทยและกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพื่อจัดตั้งและจัดสรรงบประมาณ ตั้งแต่ปี 2546 จนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2556 คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้ปรับเงินค่าอาหารกลางวันจาก 13 บาท (ตั้งแต่ปี พ.ศ.2542) เป็น 20 บาท โดยขอให้ ศธ.หารือร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อคิดรายการอาหารพร้อมระบุตัวชี้วัดที่แสดงให้เห็นถึงคุณค่าทางโภชนาการที่เพิ่มขึ้น และสอดคล้องกับจำนวนเงินที่เพิ่มขึ้นด้วย

- งบประมาณ การดำเนินงานโครงการอาหารกลางวัน ใช้งบประมาณจาก 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 เงินอุดหนุนจากรัฐบาลตามรายหัวนักเรียน ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 5.8 ล้านคน และส่วนที่ 2 กองทุนเพื่อโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษา ที่กำหนดให้กองทุนนำดอกผลของวงเงินเริ่มต้น 6,000 ล้านบาท มาใช้ในการส่งเสริมผลผลิตโครงการอาหารกลางวัน ช่วยเหลือนักเรียนที่มีภาวะทุพโภชนาการ ซึ่งในปี 2557 มีดอกผลจำนวน 2,435 ล้านบาท

- แผนการดำเนินงาน กองทุนโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษา กำหนดจัด 9 กิจกรรมในปี 2557 วงเงินงบประมาณ 761 ล้านบาท เช่น การแก้ไขพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษา พ.ศ.2535 และระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อขยายการให้บริการอาหารกลางวันจากนักเรียน ป.1-6 เป็นนักเรียนชั้นอนุบาลถึง ม.3 พร้อมทั้งจัดประชาพิจารณ์ผู้เกี่ยวข้องใน 4 ภูมิภาค จัดทำฐานข้อมูลสารสนเทศ การประชาสัมพันธ์ เป็นต้น

รมว.ศธ.กล่าวว่า เจตนารมณ์ของการจัดตั้งกองทุนก็เพื่อให้เกิดการดำเนินงานในส่วนที่ในระบบไม่สามารถทำได้คล่องตัว ดังนั้น กองทุนต้องหาองค์ความรู้จากการดำเนินงาน เพื่อมาทำการวิเคราะห์ และรายงานหรือส่งต่อไปหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการดำเนินงานต่อไป เช่น จำนวนเด็กที่มีภาวะทุพโภชนาการ ทั้งที่ได้รับการช่วยเหลือแล้ว และยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ สรุปการใช้งบประมาณว่าส่งเสริมและแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดหรือไม่ การวิเคราะห์มาตรฐานทางโภชนาการที่จะต้องมีแนวคิดมารองรับ ทั้งความยากจน ภาวะทุพโภชนาการ หรืออาจจะอ้างอิงมาตรฐานสากล

จึงได้มอบหมายให้กองทุนวิเคราะห์และรายงานข้อมูลการดำเนินงานย้อนหลังเป็นเวลา 5 ปี ได้แก่ งบประมาณที่ใช้ ผลลัพธ์หรือจำนวนเด็กที่ได้รับประโยชน์ จำนวนเด็กที่มีภาวะทุพโภชนาการทั้งประเทศ และขอให้จัดระดับความรุนแรงของภาวะทุพโภชนาการในโรงเรียน โดยใช้สีเป็นสัญลักษณ์ในแต่ละระดับ พร้อมทั้งมีหนังสือแจ้งไปยังโรงเรียนเหล่านั้นด้วย นอกจากนี้ การดำเนินงานของกองทุนควรเร่งให้ทันตามปฏิทินปีงบประมาณ เพื่อให้การใช้งบประมาณมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยขอให้ยึดหลักช่วยเหลือโรงเรียนที่มีปัญหาจริงๆ คือ โรงเรียนที่มีนักเรียนภาวะทุพโภชนาการจำนวนมาก ห่างไกล หรือโรงเรียนที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการอาหารกลางวัน

นอกจากนี้ รมว.ศธ.ได้มอบแนวทางในการตรวจเยี่ยมโรงเรียนพื้นที่สูง พื้นที่พิเศษ ว่าการเดินทางเพื่อไปตรวจเยี่ยมโรงเรียนเหล่านี้ จะต้องนำเสนอให้ได้ข้อมูล ข้อสรุป หรือแนวทางที่จะสะท้อนภาพรวมของ ศธ. มีการนำตัวอย่างโรงเรียนในโครงการของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นแบบอย่างหรือต่อยอดกับการดำเนินงานในโรงเรียนอื่นๆ รวมทั้งแนวปฏิบัติระดับเขตพื้นที่การศึกษา และการถอดบทเรียน เพื่อให้การเดินทางไปตรวจเยี่ยมเกิดประโยชน์ต่อการยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม

นพรัตน์ สบายกาญจน์, นวรัตน์ รามสูต
บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน

3/2/2557

กรณีนำข่าวจากสำนักงานรัฐมนตรีไปเผยแพร่ในเว็บไซต์ของท่าน กรุณาให้เครดิตแหล่งที่มาด้วย, ขอขอบคุณ

 

   ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
  
บรรณาธิการข่าว : กุณฑิกา พัชรชานนท์, นวรัตน์ รามสูต, บัลลังก์ โรหิตเสถียร

   Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
 
 Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

  หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
   S u p p o r t  A l l  M a j o r  W e b  B r o w s e r
 


   Copyright 2004-2014 สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550 PV : 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390
   Backoffice
: MOE i MOE-news.net