OEC Forum : ทำไมต้อง…หลักสูตรฐานสมรรถนะ


 


          วันจันทร์ที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๖๒ ดร.สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานเปิดการประชุมทางวิชาการ OEC Forum เรื่อง “ทำไมต้อง…หลักสูตรฐานสมรรถนะ” ณ ห้องประชุมกำแหง พลางกูร อาคาร ๕๖ ปี สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) โดยมี ๑. รองศาสตราจารย์ ทิศนา แขมมณี ประธานคณะทำงานวางแผนการจัดทำกรอบสมรรถนะการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.)  ๒. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดนุชา ปนคำ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ๓. นางกัลยากร บุญนำ รองผู้อำนวยการโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี ๒ (บ้านดอนเกลี้ยง) ๔. นางสาวกนกวรรณ โชคบรรดาลสุข ครูโรงเรียนอนุบาลสมุทรสงคราม เป็นผู้อภิปราย และดำเนินรายการโดย รองศาสตราจารย์บังอร เสรีรัตน์ คณะครุศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา


 



 


          การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อนำเสนอประเด็นหลักสูตรฐานสมรรถนะ เหตุผล ความจำเป็น การเปลี่ยนแปลง และสิ่งที่จะเกิดขึ้นจากการนำหลักสูตรฐานสมรรถนะมาใช้ในการจัดการเรียนการสอน มีผู้เข้าร่วมการประชุมกว่า ๑๐๐ คน ประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหารและข้าราชการจากองค์กรหลักกระทรวงศึกษาธิการ หน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องจากหน่วยงานระดับจังหวัดและท้องถิ่น ผู้บริหารครูคณาจารย์ในสถานศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งรัฐและเอกชน ผู้บริหารและข้าราชการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ผู้สื่อข่าวและประชาชนที่สนใจ


         



 


           แผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาได้กำหนดให้มีหลักสูตรฐานสมรรถนะเป็นแนวทางในการปฏิรูปหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนเพื่อมุ่งตอบสนองการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ ๒๑ โดยมีเป้าหมายให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะหลักที่จำเป็นสำหรับการทำงาน การแก้ปัญหา และการดำรงชีวิต สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษาในฐานะองค์กรที่รับผิดชอบด้านนโยบายแผนมาตรฐานและการติดตามประเมินผลของประเทศ เห็นว่าจำเป็นต้องมีการศึกษาและทำความเข้าใจร่วมกันเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนการสอนโดยใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะ ทั้งในด้านหลักสูตร กระบวนการจัดการเรียนการสอน และการวัดและประเมินผล เพื่อให้หลักสูตรฐานสมรรถนะสามารถนำไปใช้พัฒนาศักยภาพและคุณภาพของเด็กไทยได้


          ดร.สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า ปัจจุบันสมรรถนะของผู้เรียน ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่นักเรียน นักศึกษาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประชากรทุกคนในประเทศ ที่ผ่านมาเวลาเพียงสิบปี สิ่งต่าง ๆ รวมถึงสมรรถนะได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทั้งสังคม มุมมอง เทคโนโลยี ทำให้สมรรถนะการทำงานเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นสมรรถนะและความสามารถของบุคคลจึงเป็นเรื่องสำคัญ การจัดการเรียนการสอนและการพัฒนาทักษะต่างๆ จึงต้องเน้นสมรรถนะเพื่อการดำรงชีวิต และการปฏิบัติงาน เน้นเครือข่ายพันธมิตรมากขึ้น เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้อาชีพบางอย่างหายไป ลักษณะงาน วิธีการทำงานเปลี่ยนไป เอไอหรือปัญญาประดิษฐ์เข้ามามีบทาทในชีวิตประจำวันและการทำงานมากขึ้น


         รองศาสตราจารย์ ทิศนา แขมมณี กล่าวโดยสรุปว่า ในระยะ ๒ – ๓ ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยพบกับวิกฤตทางการศึกษาในหลายด้าน คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๐ ให้ตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ขึ้นมา  เพื่อปฏิรูปการศึกษาของประเทศไทย ทั้งในเรื่องเด็กเล็ก กองทุน ครูและอาจารย์ การเรียนการสอน และโครงสร้างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา สำหรับในประเด็นการเรียนการสอน หลังจาก กอปศ. รับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนต่างๆ ในหลายพื้นที่ สรุปได้ว่า เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณภาพทางการศึกษาที่ดีขึ้น มีความสามารถดำรงอยู่ได้ในโลกศตวรรษที่ ๒๑ ความรู้เก่าๆ ที่ครูเคยมีอาจไม่เพียงพอในโลกยุคใหม่ จึงจำเป็นต้องปรับปรุงหลักสูตรและการเรียนการสอน เป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะ ประกอบด้วย ๑๐ สมรรถนะหลักที่สำคัญ คือ สมรรถนะที่ ๑ ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร (Thai Language for Communication) สมรรถนะที่ ๒ คณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวัน (Mathematics in Everyday Life) สมรรถนะที่ ๓ การสืบสอบทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ (Scientific Inquiry and Scientific Mind) สมรรถนะที่ ๔ ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร (English for Communication) สมรรถนะที่ ๕ ทักษะชีวิตและความเจริญแห่งตน (Life Skills and Personal Growth) สมรรถนะที่ ๖ ทักษะอาชีพและการเป็นผู้ประกอบการ (Career Skills and Entrepreneurship) สมรรถนะที่ ๗  ทักษะการคิดขั้นสูงและนวัตกรรม (Higher-order Thinking Skills and Innovation) สมรรถนะที่ ๘ การรู้เท่าทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล (Media,Information and Digital Literacy) สมรรถนะที่ ๙ การทำงานแบบรวมพลังเป็นทีม และภาวะผู้นำ (Collaboration, Teamwork and Leadership) สมรรถนะที่ ๑๐ พลเมืองตื่นรู้และสำนึกสากล (Active Citizen and Global Mindedness) ซึ่งปัจจุบันหลายประเทศ เช่น สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ฟินแลนด์ ฯลฯ ได้จัดหลักสูตรโดยเน้นฐานสมรรถนะ การวัดว่ามีสมรรถนะหรือไม่มีนั้นพิจารณาได้จาก ไม่เพียงมีความรู้แต่ต้องใช้ความรู้หรือสามารถลงมือปฏิบัติในสถานการณ์ต่างๆ ได้ หลักสูตรและครูจึงมีบทบาทสำคัญที่จะจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะเหล่านี้ได้


 ที่มา : ข่าว สกศ.