55048-1798.jpg

แถลงผลงานนโยบาย ในรอบ 2 เดือน

ภารกิจ รมช.ศธ (คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช) 25 ตุลาคม 2562

เมื่อวันจันทร์ที่ 21 ตุลาคม 2562 เวลา 16.30 น. คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายณรงค์ ดูดิง ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, ดร.ศุภชัย ศรีหล้า ประธานคณะทำงานติดตามแผนงานและงบประมาณ รมช.ศธ, นายณรงค์ แผ้วพลสง เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา, นายพีระ รัตนวิจิตร รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, ศ.ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอบวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ ดร.พันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ที่ปรึกษาและประธานคณะทำงานโค้ดดิ้ง ร่วมแถลงผลงานความก้าวหน้านโยบาย Coding ง่ายกว่าที่คิดพิชิตยุคดิจิทัล และ อาชีวศึกษาเกษตร สร้างงาน สร้างเงิน สร้างคุณภาพชีวิต ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (STI) ณ บริเวณสนามหญ้า กระทรวงศึกษาธิการ

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติเป็นที่เรียบร้อยแล้วใน 2 ประเด็นใหญ่ คือ การพัฒนาการสอนและการเรียนรู้วิทยาการคำนวณ (Coding หรือ โค้ดดิ้ง) และอาชีวะเกษตรสร้างชาติ (Smart Farming 47 Aggie by STI) โดยได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน จนเกิดเป็นกลุ่มสถานศึกษานำร่องได้อย่างเป็นรูปธรรม และพร้อมขยายไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ

● การขับเคลื่อนการเรียนการสอน Coding ในโรงเรียนทุกระดับ

เป็นนโยบายที่ รมช.ศึกษาธิการ ต้องการขับเคลื่อนการเรียนการสอน Coding ในโรงเรียนทุกระดับ  เพื่อพัฒนานักเรียนไทยให้มีทักษะการคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา และเรียนรู้ในยุคดิจิทัล โดยได้ตั้งคณะทำงานด้านการพัฒนาการสอนและการเรียนรู้วิทยาการคำนวณ (Coding) พร้อมจัดทำ Roadmap ยุทธศาสตร์ และวางแผนปฏิบัติการขยายการเรียนการสอน Coding อย่างต่อเนื่อง ซึ่งคณะทำงาน Coding ดำเนินงานตามยุทธศาสตร์มีความก้าวหน้าในหลายส่วน โดยเริ่มต้นจากการสร้างความตระหนักและการรับรู้ด้วยสื่อและกิจกรรมทางสื่อสังคมออนไลน์ จากนั้นจัดอบรมเชิงปฏิบัติการการจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาการคำนวณ Coding หลักสูตร Coding for Teachers (C4T) แก่ผู้บริหารโรงเรียนและครูผู้สอน จำนวน 1,050 คน จาก 350 โรงเรียน เพื่อพัฒนาผู้บริหารและครูให้มีความเข้าใจในมาตรฐานหลักสูตรและตัวชี้วัดวิชาวิทยาการคำนวณ นำไปจัดการเรียนรู้ในโรงเรียนเมื่อเปิดภาคเรียนที่ 2 และเป็นโรงเรียนนำร่องเพื่อเป็นตัวอย่างแก่โรงเรียนอื่นต่อไป

หลักสูตร Coding for Teachers (C4T) แบ่งออกเป็น 2 หลักสูตร คือ 1) หลักสูตรผู้บริหาร ได้แก่ การคิดเชิงคำนวณด้วยกิจกรรม Unplugged การสร้างอัลกอริทึมอย่างง่าย และแนวทางการจัดกิจกรรมในชั้นเรียน และ 2) หลักสูตรสำหรับครู เน้นวิทยาการคำนวณ การคิดเชิงคำนวณ กิจกรรมวิทยาการคำนวณทั้ง Unplugged และ Plugged การออกแบบกิจกรรม ตลอดจนการแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ Computing Science ในโรงเรียน ทั้งในระดับประถมศึกษาตอนต้น ประถมศึกษาตอนปลาย มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย นอกจากนี้ได้มีการประเมินผลความเข้าใจของผู้เข้ารับการอบรม และคัดเลือกครูที่มีความเข้าใจเนื้อหา สามารถถ่ายทอดความรู้สู่ครูคนอื่นได้ จำนวนกว่า 300 คน เพื่อเป็นวิทยากรแกนขยายผลหลักสูตร C4T สู่เพื่อนครูที่จะเข้าร่วมอบรมในปี 2563 ที่จะเป็นการรองรับการจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณในทุกระดับชั้น พร้อมจัดระบบรับรองคุณภาพครูที่ผ่านการอบรมอย่างมีมาตรฐาน และร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ด้านวิทยาการคำนวณ สร้างแพลตฟอร์มการแลกเปลี่ยนเครื่องมือ สื่อ และบทเรียนเกี่ยวกับ Coding ระหว่างครูด้วยกันเอง

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวด้วยว่า ผลการประเมินการจัดอบรมหลักสูตร Coding for Teachers ถือว่าเป็นที่น่าพึงพอใจ ทั้งในส่วนของผู้บริหารและครูผู้สอน มีความเข้าใจเกี่ยวกับวิทยาการคำนวณมากขึ้น มีความมั่นใจในการจัดการเรียนรู้ และนำไปประยุกต์ใช้กับกิจกรรมในห้องเรียน อาทิ ครูโรงเรียนวัดคลองโคน จังหวัดสมุทรสงคราม ได้บูรณาการกิจกรรม Unplugged กับอาชีพในท้องถิ่น ช่วยให้นักเรียนทำงานได้อย่างเป็นขั้นตอน ทั้งยังสร้างชุดคำสั่งสำหรับเพื่อนคนอื่น ๆ ให้ทำงานได้ด้วย นอกจากนี้ ยังเป็นการสืบสานอาชีพของพ่อแม่และท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป โดยในปี 2563 คณะทำงาน Coding ได้วางเป้าหมายที่จะพัฒนาครูวิทยาการคำนวณให้ได้จำนวน 25,000 คน เพื่อขยายผลการจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณในทุกระดับชั้นทั่วประเทศอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

● อาชีวศึกษาเกษตรสร้างชาติ (Smart Farming 47 Aggie by STI)

อาชีวศึกษาเกษตรสร้างชาติ (Smart Farming 47 Aggie by STI) เป็นอีกหนึ่งนโยบายที่มีความก้าวหน้าเป็นรูปธรรม ด้วยการดำเนินงานของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี และวิทยาลัยประมง ทั้ง 47 แห่งทั่วประเทศ ในการสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่ที่มีทักษะในศตวรรษที่ 21 และยกระดับสมรรถนะเกษตรกรไทย (Upskill) โดยเริ่มต้นจากการยกระดับการจัดการศึกษาตามความเชี่ยวชาญ จุดเด่น และความถนัดของวิทยาลัยแต่ละแห่ง จากนั้นจึงจะจัดทำและพัฒนาฟาร์มที่ทันสมัย พร้อมสร้างครูมืออาชีพ ที่จะเปิดโอกาสให้เกษตรกรและผู้ประกอบการที่สนใจเข้ามาร่วมเรียนรู้และดูเป็นตัวอย่าง ด้วยหลักการทำงานแบบ “STI” คือ S: Science วิทยาศาสตร์, T: Technology เทคโนโลยี และ I: Innovation นวัตกรรม ที่จะเป็นการปรับเปลี่ยนสู่การทำเกษตรกรรมยุค 4.0 (Smart Farming) หรือต่อยอดในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมต่อไป



นอกจากนี้ ยังได้ริเริ่มให้วิทยาลัยทั้ง 24 แห่ง เป็นต้นแบบของการผลิตอาหารปลอดภัย โดยยกเลิกการใช้สารเคมีในการผลิตพืชผักและเลี้ยงสัตว์ 3 ชนิดอย่างสิ้นเชิง ได้แก่ พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส พร้อมผลิตคนให้เป็นเกษตรกรในอนาคต นำความรู้และวิธีการเพาะปลูกที่ถูกต้อง สู่การผลิต "อาหารปลอดภัย” แก่คนในชุมชน ประชาชน และมอบสุขภาพที่ดีแก่เกษตรกร เชื่อมโยงไปสู่นโยบาย “อิ่มสุขมื้อเที่ยง” ที่จะต้องผลิตวัตถุดิบที่ปลอดภัยเพื่อนำไปประกอบอาหารให้กับโรงเรียนประถมศึกษานำร่อง ในพื้นที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 4 พร้อมทั้งเป็นพี่เลี้ยงในการทำการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันแก่โรงเรียนในพื้นที่ใกล้เคียงด้วย

รวมทั้งได้ริเริ่มนโยบายการบริหารจัดการน้ำชุมชน โดยจัดอบรม “ชลกร” ให้กับครูอาจารย์และนักเรียนวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 10 แห่ง จำนวน 100 คน ให้สามารถนำความรู้ไปปฏิบัติจริงและขยายผลสู่ชุมชนและหมู่บ้านโดยรอบ และในพื้นที่ใกล้เคียง พร้อม ๆ กับการปลูกไม้เศรษฐกิจในพื้นที่วิทยาลัยทั้ง 47 แห่ง และถ่ายทอดความรู้และเนื้อหาการปลูกไม้เศรษฐกิจสู่ห้องเรียนและคนในชุมชน เพื่อเป็นการออม สร้างรายได้ และเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับประเทศ

นวรัตน์ รามสูต/ณรีรัตน์ บุญหลัง: สรุป
นวรัตน์ รามสูต: เรียบเรียง
ทิพย์สุดา ศรีษะแก้ว: ถ่ายภาพ
กลุ่มประชาสัมพันธ์ สร.ศธ.: รายงาน
25/10/2562