55433-6712.jpg

นำนักเรียนเข้าพบนายกรัฐมนตรี

ภารกิจ รมว.ศธ (นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ) 10 มกราคม 2563

เมื่อวันพุธที่ 8 มกราคม 2563 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช และนางกนกวรรณ วิลาวัลย์  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นำเด็กและเยาวชนดีเด่น พร้อมทั้งเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ ประจำปี 2563 เข้าเยี่ยมคารวะและรับโอวาทจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยมีนายสมเกียรติ ตันดิลกตระกูล ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายประเสริฐ บุญเรือง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการสภาการศึกษา, ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ตลอดจนคณะครู และนักเรียนนักศึกษา เข้าร่วมงาน ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวให้โอวาทตอนหนึ่งว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับเด็กและเยาวชน เพราะเด็กและเยาวชนเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่า ควรได้รับการพัฒนาให้มีทักษะที่สอดคล้องกับโลกยุคดิจิทัลและยุคโลกาภิวัตน์ พร้อมทั้งพัฒนาตนเองให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งด้านร่างกายและจิตใจ อาทิ การมีความรู้คู่คุณธรรม รักษาศิลปวัฒนธรรมและดำรงไว้ซึ่งอัตลักษณ์อันดีงาม การรู้จักวิเคราะห์แยกแยะสิ่งดีกับสิ่งไม่ดี รวมทั้งหมั่นหาความรู้และทบทวนความรู้ตลอดเวลา บริหารจัดการเวลาอย่างเหมาะสมทั้งเรื่องเรียนและกิจกรรมอื่น ๆ รู้จักหน้าที่ของตนเอง เคารพกฎหมาย มีทักษะในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น มีจิตอาสา ตลอดจนให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ในขณะเดียวกันก็ต้องก้าวทันความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสมัยใหม่ ด้วยการใช้ Social Media อย่างสร้างสรรค์ และมีวิจารณญาณในการรับข้อมูลที่ส่งต่อกันอย่างรวดเร็ว ทั้งหมดนี้เพื่อให้เด็กและเยาวชนเติบโตเป็นเยาวชนที่มีคุณภาพ ส่งผลให้ประเทศชาติเกิดความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจสังคมและวัฒนธรรม และเกิดความสงบสุขในที่สุด

ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ก็ขอให้ส่งเสริมสนับสนุนเด็กให้ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพตามทักษะความสามารถ โดยปัจจัยสำคัญของการพัฒนาคุณภาพการศึกษา คือ ครู นักเรียน บุคลากรทางการศึกษา และสถาบันครอบครัว ซึ่งต้องขอบคุณกระทรวงศึกษาธิการและบุคลากรทางการศึกษาทุกคน ที่ร่วมกันพัฒนาการศึกษามาอย่างต่อเนื่อง โดยขอให้เร่งรัดพัฒนาการศึกษาให้ดียิ่งขึ้น และเร่งแก้ปัญหาที่มีอยู่ให้แล้วเสร็จ ด้วยการวางแผนการดำเนินงานทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อช่วยเติมเต็มและขับเคลื่อนการดำเนินการด้านการศึกษาให้มีความเท่าเทียมกันโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ เป็นงานที่น่าชื่นชมและภาคภูมิใจ ที่แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการอบรมสั่งสอนเด็กและเยาวชน ให้มีความขยันหมั่นเพียรและแสวงหาความรู้อย่างต่อเนื่อง ในนามของรัฐบาลขอเป็นกำลังใจให้เด็กและเยาวชนทุกคนพัฒนาตนเองในระดับที่สูงยิ่งขึ้นไป เพื่ออนาคตและเกียรติประวัติที่ดีงามของครอบครัวและนักเรียนทุกคน

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า การจัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2563 มีการดำเนินการใน 2 ส่วน คือ การนำเด็กและเยาวชนดีเด่น รวมทั้งเด็กและเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติที่ได้รับการคัดเลือก เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี พร้อมรับโอวาทและรับมอบโล่รางวัล ส่วนที่ 2 คือ การจัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ในวันเสาร์ที่ 11 มกราคม 2563 ที่กระทรวงศึกษาธิการ

สำหรับการนำเด็กและเยาวชนที่ได้รับการคัดเลือกจากทั่วประเทศ เข้าเยี่ยมคารวะและรับโอวาทจากนายกรัฐมนตรี พร้อมรับโล่รางวัลในครั้งนี้ มีเด็กและเยาวชนที่ได้รับการคัดเลือก 2 ประเภท คือ "เด็กและเยาวชนดีเด่น" ซึ่งได้รับการคัดเลือกจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงกลาโหม, กระทรวงวัฒนธรรม, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กระทรวงยุติธรรม, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, กรุงเทพมหานคร และองค์กรภาคเอกชน รวม 545 คน โดยพิจารณาคัดเลือกจากเด็กและเยาวชนที่มีความประพฤติดี เรียนดี มีคุณธรรมจริยธรรม มีความซื่อสัตย์ ขยัน ประหยัด กตัญญู ช่วยเหลือพ่อแม่ผู้ปกครอง และอุทิศตนเพื่อส่วนรวม

"ในส่วนของเด็กและเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ" ได้รับการคัดเลือกจากการนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ 5 ด้าน ได้แก่ ด้านวิชาการ ด้านศิลปวัฒนธรรมและดนตรี ด้านทักษะฝีมือวิชาชีพ ด้านกีฬาและนันทนาการ และด้านศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม รวม 401 คน รวมเด็กและเยาวชนที่ได้รับการคัดเลือกทั้ง 2 ประเภท จำนวนทั้งสิ้น 946 คน

นอกจากนี้ รมว.ศึกษาธิการ ได้มอบโล่รางวัลและกล่าวให้โอวาทแก่เด็กและเยาวชน ความว่า เด็กและเยาวชนที่เข้ารับโล่รางวัลในครั้งนี้ เป็นตัวแทนของเด็กและเยาวชนกว่า 10 ล้านคนทั่วประเทศ ที่จะเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในวันข้างหน้า พร้อมก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศในด้านต่าง ๆ ตามความสามารถในบริบทที่แตกต่างกัน โดยขอให้ทุกคนมีความภาคภูมิใจ พร้อมขยายผลความสำเร็จไปยังเพื่อนนักเรียนและญาติพี่น้อง ตลอดจนหมั่นฝึกฝนและพัฒนาตนเองให้รู้จักการคิดวิเคราะห์ และพัฒนาทักษะให้ก้าวข้ามอุปสรรคต่าง ๆ ในโลกยุคดิจิทัลที่เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ ขอฝากให้เด็กและเยาวชนทุกคนเป็นคนดีของสังคม มีคุณธรรมจริยธรรม มีระเบียบวินัย และคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก เป็นกำลังคนที่สำคัญในการพัฒนาประเทศให้มีความมั่นคงในทุกด้าน รวมทั้งนำศักยภาพและความรู้ความสามารถมาพัฒนาสังคมให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน ในส่วนของพ่อแม่ผู้ปกครองก็ต้องร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ ในการผลักดันให้เด็กได้แสดงพลังซึ่งเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ที่ส่งผลต่อการพัฒนาประเทศ เพราะความหวังของประเทศไทยอยู่ที่เด็กและเยาวชนทุกคน จึงขอให้ทุกคนจดจำบรรยากาศและความภาคภูมิใจในวันนี้ไว้ เพื่อให้เราได้ย้อนกลับมาดูความก้าวหน้าของตนเองในอีก 10 ปีข้างหน้า ว่าได้พัฒนาตนเองไปในทิศทางใดบ้าง และขอฝากอนาคตของประเทศไทยไว้กับน้อง ๆ ทุกคน

อรพรรณ ฤทธิ์มั่น: สรุป
นวรัตน์ รามสูต: เรียบเรียง
อิทธิพล รุ่งก่อน, ยุทธพงศ์ เลือกกลั่นดี: ถ่ายภาพ
กลุ่มประชาสัมพันธ์ สร.: รายงาน
10/1/2563