Higher Education in the Age of Disruption

ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมเสวนาวิชาการอุดมศึกษา เรื่อง ความล่มสลายของอุดมศึกษาในยุคของการเปลี่ยนผ่าน (Higher Education in the Age of Disruption) เมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยมี รศ.นพ.ปรีชา สุนทรานันท์ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, และ ผศ.ดร.พันธ์ศักดิ์ พลสารัมย์ ประธานหลักสูตรดุษฏีบัณฑิต สาขาวิชาอุดมศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมทั้งคณาอาจารย์ และนิสิตคณะครุศาสตร์ เข้าร่วม ณ อาคารพระมิ่งขวัญ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร กล่าวว่า แนวโน้มของการปรับตัวในสถาบันอุดมศึกษา เป็นประเด็นที่มีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก ซึ่งพบว่าส่วนใหญ่ยังคงมุ่งเน้นปรับหลักสูตรและผลลัพธ์ของผู้เรียน ทั้ง ๆ ที่โครงสร้างของประชากรวัยเรียนลดลง อาทิ ปรับหลักสูตรการเรียนรู้โดยใช้การวิจัยเป็นฐาน (Research-Based Education) การควบรวมหลักสูตร หลักสูตรสหสาขาวิชาชีพ (Multidisciplinary Curriculum) หรือการเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์ (Online-Based Education)

โดยส่วนตัวเห็นว่า การปรับตัวที่สำคัญของสถาบันอุดมศึกษา คือ การปรับเปลี่ยนความคิดให้เท่าทันกับอนาคตอันใกล้โดยเร็ว ด้วยการทำการวิจัยเพื่อพัฒนา การสร้างองค์ความรู้ใหม่ ที่เกิดจากการบูรณาการความรู้หลายศาสตร์ การจัดการเรียนระบบออนไลน์ผ่านสื่อเทคโนโลยีที่ทันสมัย สิ่งสำคัญคือการจัดการเรียนรู้ในกลุ่มคนวัยทำงาน และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของคนทุกช่วงวัย และส่งเสริมให้อาจารย์ ตลอดจนผู้บริหาร ได้รับการพัฒนาการทำงานตามมาตรฐานการอุดมศึกษา พ.ศ. 2561 อาทิ ด้านวิจัยและนวัตกรรม ด้านการบริการวิชาการ ด้านศิลปวัฒนธรรมและความเป็นไทย และด้านการบริหารจัดการ เพื่อคงสถานภาพของสถาบันอุดมศึกษา และรักษาสมดุลของมาตรฐานการอุดมศึกษาด้านต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยพัฒนาและผลักดันการอุดมศึกษาให้ขับเคลื่อนไปด้วยการบูรณาการเชื่อมโยงอย่างมีเอกภาพมากขึ้น และมุ่งสู่เป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติและภาคอุตสาหกรรม ในการสร้างนวัตกรรมเพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันระดับนานาชาติ รวมทั้งทำให้คนไทย เป็นคนที่มีความเก่ง มีทักษะ มีความสามารถ และมีความทันสมัย เป็น “คนไทย 4.0” เพื่อขับเคลื่อนประเทศให้เจริญก้าวหน้าต่อไป

ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ กล่าวว่า การจัดการเสวนาครั้งนี้ เนื่องจากเล็งเห็นถึงสภาวการณ์เปลี่ยนแปลงของการศึกษาระดับอุดมศึกษา ด้วยเหตุผลหลายประการ อาทิ โครงสร้างของประชากรที่เปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมผู้สูงอายุมากขึ้น เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว เข้าถึงง่าย และตลาดแรงงานมีความต้องการบัณฑิตที่มีรูปแบบและทักษะที่ต่างไปจากเดิม เป็นต้น จึงจัดโครงการเสวนานี้ขึ้น เพื่อให้ความรู้แก่คณาจารย์ ผู้บริหาร ตลอดจนผู้ที่สนใจมาร่วมงาน อันจะนำไปสู่แรงบันดาลใจในการพัฒนาการเรียนรู้และการเรียนการสอนของตนเองให้เกิดประสิทธิภาพอย่างแท้จริง

“ความปั่นป่วนของอุดมศึกษา” ในปัจจุบันนั้น เกิดจากพฤติกรรมของมนุษย์ทั้งผู้สอนและผู้เรียน ซึ่งอาจจะขาดการฝึกอบรมในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยี เพื่อให้เท่าทันต่อยุคสมัยและความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ดังนั้น การแก้ไขปัญหาสิ่งเหล่านี้ จะต้องดำเนินการทั้งในระยะสั้นเพื่อความเร่งด่วน และในระยะยาว ก็จะต้องมีการศึกษาพร้อมปรับตัวรองรับการเปลี่ยนแปลง เชื่อมโยงสู่องค์ความรู้ ที่จะนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันต่อไป สิ่งที่เห็นชัดเจนคือ การอุดมศึกษาจะต้องปรับตัวและเปลี่ยนแปลงตนเองให้ได้ก่อน พร้อมดำเนินภารกิจเพื่อตอบโจทย์ทั้งผู้เรียน และภาคเอกชนที่เป็นผู้ใช้กำลังคนด้วย จึงจะประสบความสำเร็จ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากตนเองก่อนเป็นอันดับแรก ดังอมฤตพจนา พุทธศาสนสุภาษิต โดยพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต) ที่ว่า “ความอุบัติแห่งผล ย่อมมีได้ด้วยการกระทําของตน”

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ กล่าวว่า วุฒิการศึกษา สาขาการเรียนในอนาคต อาจจะมีความจำเป็นจำน้อยลงหรือไม่จำเป็นอีกต่อไป ดังนั้นอุดมศึกษาต้องเร่งพัฒนาครูให้มีคุณภาพ เพราะครูเป็นบุคลากรที่มีความสำคัญต่อการจัดการศึกษามากที่สุด โดยเริ่มตั้งแต่การปรับแนวคิด ปรับตัว วิเคราะห์และวางแผนการเรียนการสอน ที่เน้นความรู้ ทักษะ และสมรรถนะ ไปจนถึงการติดตามความก้าวหน้าและแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและสังคมอย่างเข้าใจ เมื่อนั้นจึงจะสามารถขับเคลื่อนการจัดการอุดมศึกษาให้มีคุณภาพตามไปด้วย

Written by ทิพย์สุดา ศรีษะแก้ว
Photo Credit
อิทธิพล รุ่งก่อน
Rewriter นวรัตน์ รามสูต
Editor บัลลังก์ โรหิตเสถียร