Betagro WIL-TVET Academy

ศาสตราจารย์คลินิก นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ตรวจเยี่ยมการจัดการเรียนการสอนหลักสูตรในโครงการสร้างบัณฑิตพันธุ์ใหม่และกำลังคนที่มีสมรรถนะ เพื่อตอบโจทย์ภาคการผลิตตามนโยบายการปฏิรูปอุดมศึกษา เมื่อวันศุกร์ที่ 22 มีนาคม 2562 ณ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี โดยมี รศ.นพ.ปรีชา สุนทรานันท์ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, ดร.ถนอมวงศ์ แต้ไพสิฐพงษ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน), รศ.ศีลศิริ สง่าจิตร ปฏิบัติหน้าที่อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา (มทร.), ผู้บริหารบริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน), ผู้บริหารมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา, คณาจารย์, ครูในสถานประกอบการ และนักศึกษา เข้าร่วม



ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร กล่าวว่า รัฐบาลโดยกระทรวงศึกษาธิการ มีความมุ่งหวังในการสร้างและผลิตบัณฑิต ที่มีความรู้และทักษะสมรรถนะ ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการกำลังคนของภาคเอกชนและภาคอุตสาหกรรม โดยมีเป้าหมายหลัก คือ การตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนเศรษฐกิจของประเทศให้ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม สร้างงานวิจัยต่อยอดสู่การพาณิชย์ ลดการนำเข้า ส่งผลให้ประเทศหลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง ดังนั้น จึงต้องเร่งสร้างบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถระดับสูงที่จะรองรับการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ของโลก


สำหรับโครงการบัณฑิตพันธุ์ใหม่ ได้มุ่งเน้นการปรับหลักสูตรให้นักศึกษาได้เรียนและฝึกปฏิบัติงานในสถานที่จริง อาทิ การเรียนในสถานประกอบการอย่างน้อย ร้อยละ 50 ของเวลาเรียนทั้งหมด, การมีครูประจำการและครูในสถานประกอบการ คอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด, การเรียนรู้จากประสบการณ์ทำงานจริงพร้อมบูรณาการข้ามศาสตร์ เป็นต้น


โดยคาดหวังให้โครงการบัณฑิตพันธุ์ใหม่ เป็นโครงการต้นแบบในการปฏิรูปการศึกษา ที่ใบปริญญาจะมีความสำคัญน้อยลง เนื่องจากรูปแบบการเรียนรู้ของคนนั้นเปลี่ยนไปตามเทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้น ซึ่งสามารถเรียนออนไลน์และเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยที่ไม่ต้องมานั่งเรียนในห้องเรียน สถาบันการศึกษาจึงต้องปรับการเรียนรู้สำหรับคนรุ่นใหม่ ด้วยการเสริมสร้างทักษะให้ไปปฏิบัติงานได้จริง พร้อมกับพัฒนาทักษะให้เปลี่ยนชีวิตตนเองและพัฒนาไปสู่การเป็นผู้นำได้


ในส่วนของบริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ได้มีความร่วมมือกันในการพัฒนาศักยภาพกำลังคนให้สามารถแข่งขันได้ โดยฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ เป็นช่างปฏิบัติมืออาชีพที่มีแนวคิดเชิงวิศวกรรม ผู้เรียนได้เรียนจากสถานการณ์จริง ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับตนเองและองค์กรในอนาคตข้างหน้า เพราะอาวุธที่สำคัญในโลกของการแข่งขันอย่างเสรี คือ คุณภาพ ที่เกิดจากการศึกษาเรียนรู้ มีความรู้ในวิชาชีพ รู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลง และบ่มเพาะทักษะอย่างเข้มข้นให้เป็นสมรรถนะ รวมถึงการใฝ่รู้และใฝ่คุณภาพตลอดจนไม่มีการทุจริตคอร์รัปชั่น


ผศ.ดร.นิวัตร มูลปา รองอธิการบดีฝ่ายนโยบายและพัฒนาระบบ มทร.ล้านนา กล่าวว่า โครงการความร่วมมือการจัดการเรียนการสอนและวิจัยแบบบูรณาการการเรียนรู้กับการทำงาน (Betagro WIL-TVET Academy) โดยความร่วมมือระหว่าง มทร.ล้านนา กับบริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) มีเป้าหมายในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีความสามารถ มีคุณภาพ และมีศักยภาพที่สูงขึ้น เพื่อให้มีความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีและการขยายงานได้อย่างยั่งยืน โดยสนับสนุนให้นักศึกษาสามารถศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี ซึ่งมีรูปแบบการจัดการเรียนการสอน ที่เปิดโอกาสให้อาจารย์และนักศึกษาได้ปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการ ควบคู่กับการเรียนการสอนในห้องเรียน และงานวิจัยอุตสาหกรรม


นอกจากนี้ ยังมีกระบวนการพัฒนาหลักสูตร ที่เน้นการปรับเปลี่ยนเนื้อหาสาระ โครงสร้างหลักสูตร และกระบวนการจัดการเรียนการสอน เพื่อสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ด้วยการปฏิบัติในสภาพจริง พร้อมมุ่งเน้นผลลัพธ์การเรียนรู้เป็นสำคัญ ผ่านกระบวนการ Work-based Learning และ Problem-based Learning เป็นต้น โดยมีเป้าหมาย คือ การพัฒนาให้ผู้ที่จบหลักสูตรวิศวกรรมสามารถแก้ปัญหาทางด้านวิศวกรรม พร้อมทั้งบริหารโรงงานและออกแบบด้านวิศวกรรมได้ ตลอดจนสามารถสื่อสาร ทำงานเป็นทีม และมีจรรยาบรรณในอาชีพวิศวกรรมด้วย
















Written by อรพรรณ ฤทธิ์มั่น
Photo Credit ทิพย์สุดา ศรีษะแก้ว
Rewriter นวรัตน์ รามสูต
Editor บัลลังก์ โรหิตเสถียร