Bamboo School

นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายกมล รอดคล้าย ที่ปรึกษา รมช.ศึกษาธิการ นายพะโยม ชิณวงศ์ หัวหน้าคณะทำงาน รมช.ศึกษาธิการ และผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ เยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ Bamboo School ซึ่งดูแลเด็กยากไร้ในชนบทห่างไกลชาย ของโรงเรียนลาซาล อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวภายหลังร่วมเคารพธงชาติและกิจกรรมหน้าเสาธงกับเด็กนักเรียน ว่า มีความรู้สึกซาบซึ้งใจ ที่โรงเรียนในเครือของคาทอลิกกว่า 400 แห่ง ได้ร่วมกันสร้างการศึกษาให้กับเด็กในพื้นที่ทั่วประเทศไทย ทั้งในเมืองและในพื้นที่ชนบทห่างไกล เป็นเวลากว่า 49 ปี ตั้งแต่การศึกษาของรัฐบาลยังเข้าไปไม่ถึง โดยส่วนใหญ่จะพัฒนาด้วยงบประมาณของตนเอง หรืองบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนมา

ในส่วนของ รมช.ศึกษาธิการ และคณะทำงาน มีความตั้งใจในการลงพื้นที่จริง เพื่อมาให้เห็นสภาพปัญหา ซึ่งก็ได้เห็นว่า ศูนย์การเรียนรู้ Bamboo School ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการจัดการศึกษาแก่เด็ก ๆ ผู้ยากไร้ตามแนวชายขอบของประเทศ โดยมูลนิธิลาซาลแห่งประเทศไทย ก่อนที่จะขยายเป็นโรงเรียนลาชาลสังขละบุรีในปัจจุบัน เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กทุกคนได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายตลอดระยะเวลา 12 ปี ที่ผ่านมา ไม่ว่าเด็กคนนั้นจะเชื้อชาติ ศาสนาใด ก็ตาม

จึงมีความประทับใจเป็นอย่างมาก ทั้งกระบวนการในการปลูกฝังเด็กให้เทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ หล่อหลอมให้มีคุณธรรมจริยธรรม มีระเบียบวินัย และมีความพร้อมด้านต่าง ๆ อย่างครบถ้วน ดังเช่นกิจกรรมหน้าเสาธงในตอนเช้า เป็นภาพที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ทั้งการเชิญธงชาติ การกล่าวสวัสดีภาษาต่างประเทศและภาษาอาเซียน การกล่าวคำขวัญโรงเรียน การสวดมนต์ทางศาสนาต่าง ๆ นอกจากนี้ ภายในโรงเรียนยังมีความสะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย และจัดสิ่งแวดล้อมได้อย่างสวยงาม

“ขอฝากให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง อาทิ ศึกษาธิการจังหวัดกาญจนบุรี เข้ามาช่วยเหลือเรื่องสุขภาพอนามัย ภาวะอาหาร และโรคติดต่อต่าง ๆ พร้อมประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาช่วยดูแลทั้งหน่วยงานสาธารณสุขจังหวัดหรืออำเภอ และให้สำนักงานส่งเสริมการศึกษาเอกชน สรุปผลการดำเนินงานของโรงเรียน เพื่อรายงานถึงระดับนโยบายเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ พร้อม ๆ กับให้การช่วยเหลือสนับสนุนการดำเนินงานของโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง อาทิ ระบบสาธารณูปโภค ซึ่งขณะนี้โรงเรียนไม่มีไฟฟ้าใช้ ต้องปั่นไฟใช้เอง, การนำรูปแบบของโรงเรียนนี้ไปปรับใช้กับโรงเรียนอื่น, การรับฟังเสียงสะท้อนและเชื่อมโยงกับหน่วยงานระดับพื้นที่ ซึ่งจะมองเห็นปัญหาได้ดีกว่า เพื่อให้การช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด เป็นต้น

ขอขอบคุณครูทุกคน ซึ่งมีหัวใจของความเสียสละทุ่มเท ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และคณะทำงาน จะพยายามผลักดัน เพื่อให้การทำงานของภาคเอกชนมีประสิทธิภาพ และครูเอกชนมีขวัญกำลังใจมากขึ้น ซึ่งสิ่งที่เป็นผลสำเร็จแล้ว คือ การขยายเพดานค่ารักษาพยาบาลครูเอกชนจากคนละ 1 แสนบาทต่อปี เป็นคนละ 1.5 แสนบาทต่อปี เพื่อบรรเทาความทุกข์ร้อนของครูและบุคลากรโรงเรียนเอกชน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป และกระทรวงศึกษาธิการกำลังดำเนินการอีกหลายเรื่อง เพื่อช่วยเหลือการจัดการศึกษาเอกชนให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว

นวรัตน์ รามสูต: สรุป/เรียบเรียง
อิทธิพล รุ่งก่อน: ถ่ายภาพ
กลุ่มประชาสัมพันธ์ สร.ศธ.: สรุป
21/9/2562