97 ปี การลูกเสือสร้างรากแก้วของชาติ

ข่าววงการศึกษา 07 กรกฎาคม 2551
บทความตีพิมพ์หนังสือพิมพ์สยามรัฐ  วันที่  ๑  กรกฎาคม  ๒๕๕๑
ขวัญเรือน อภิมณฑ์ โทร. ๐๘๑ - ๘๕๕ - ๔๓๗๔
๙๗ ปี การลูกเสือสร้างรากแก้วของชาติ
                        พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่  ๖  ทรงพระราชทานกำเนิดลูกเสือไทย เมื่อวันที่  ๑  กรกฎาคม  พุทธศักราช  ๒๔๕๔ นับเป็นประเทศที่  ๓  ของโลก ทรงเล็งเห็นการณ์ไกลว่า ถึงเวลาแล้วที่คนไทยทุกคนจะต้องตื่นจากการหลับใหล ถ้ายังมั่วหลับใหลอยู่ เมืองไทยจะต้องเสียแผ่นดินและเอกราชอธิปไตยให้แก่ประเทศมหาอำนาจ โดยในขณะนั้น                    มีเหตุการณ์ที่แวดล้อมหลายประการด้วยกัน ทรงเร่งปลุกใจคนไทยทั้งผู้ใหญ่และเด็ก โดยเฉพาะ การปลุกใจเด็ก ซึ่งเปรียบเสมือนไม้อ่อนที่ดัดหรือสั่งสอนง่าย พระองค์ทรงปรารถนาที่จะให้เด็กไทยเป็นรากแก้วแห่งความเจริญของบ้านเมืองและมีโอกาสทำประโยชน์อันยอดเยี่ยมให้แก่ชาติ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมตั้งกองลูกเสือไทยขึ้น และพยามยามให้เด็กไทยดำเนินชีวิตในทางที่ดีงาม รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และบรรพบุรุษตลอดจนเพื่อนร่วมชาติในทางที่ถูกที่ควรและทรงพระราชทานคำขวัญ เสียชีพ อย่าเสียสัตย์  ให้ทุกคนยึดถือเป็นคติประจำใจและปฏิบัติ เพื่อการรู้จักบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม
                                ในวันที่ ๑ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑ การลูกเสือ ครบรอบ ๙๗ ปี สำนักงานลูกเสือแห่งชาติร่วมกับสำนักการลูกเสือ ยุวกาชาด และกิจการนักเรียน สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการจัดกิจกรรมพิธีทางศาสนา และในภาคบ่าย เวลา ๑๖.๐๐ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ                  เสด็จแทนพระองค์เป็นประธานในพิธีทบทวนคำปฏิญาณและสวนสนามของลูกเสือ ณ สนาม              ศุภชลาศัย สนามกีฬาแห่งชาติ มีการแปรอักษรบนอัฒจันทร์ การแสดงกิจกรรมของลูกเสือ เนตรนารี ทุกหน่วยเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแห่งองค์พระผู้พระราชทานกำเนิดลูกเสือไทยและแสดงความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ
กิจการลูกเสือ ฝึกให้เป็นคนดีของสังคม ซื่อสัตย์สุจริต มีระเบียบวินัย
กิจการลูกเสือ ฝึกทางกาย สติปัญญา  จิตใจ  มีคุณธรรม
                                                                                           
                                นายสมชาย  วงศ์สวัสดิ์  รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษในฐานะเป็นอุปนายกสภาลูกเสือไทย ว่า ตาม พ.ร.บ.ลูกเสือ พ.ศ. ๒๕๕๑ ประกาศเมื่อวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๕๑ ให้กระทรวงศึกษาธิการสนับสนุนงานของคณะลูกเสือแห่งชาติ ให้บรรลุวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาลูกเสือทั้งกาย สติปัญญา จิตใจ และศีลธรรมให้เป็นพลเมืองที่ดี  มีความรับผิดชอบ  และช่วยสร้างสรรค์สังคมให้เกิดความสามัคคี               มีความเจริญก้าวหน้า  ทั้งนี้เพื่อความสงบสุข  ความมั่นคงของประเทศ
                                กิจการลูกเสือมีความสำคัญอย่างไร
                                มาถึงยุคนี้ สืบเนื่องจากนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการมุ่งมั่น                     สร้างสังคมเข้มแข็ง ให้คนในชาติอยู่ร่วมกันอย่างมีความสงบสุขเสริมสร้างความเข้มแข็ง ศีลธรรมนำสู่การปฏิบัติและยึดคุณธรรมนำความรู้ ซึ่งพันธกิจที่สำคัญของกระทรวงศึกษาธิการ จะต้องขับเคลื่อนไปสู่การปฏิบัติจึงตระหนักเน้นถึงความสำคัญของการลูกเสือไทยปลูกฝังลักษณะนิสัยที่ดีให้แก่เด็กและเยาวชน เสริมทักษะ พัฒนาสติปัญญา  ความรู้  มีคุณธรรม มีระเบียบวินัย ซื่อสัตย์สุจริต เป็นคนดีของสังคม
                                ลูกเสือสอนอะไร ?
                                ลูกเสือเป็นกิจการที่จะหลอมจิตใจ ฝึกคนให้มีวินัยโดยเฉพาะการอยู่ร่วมกันในสังคมได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน ใช้หลักของเศรษฐกิจพอเพียง หลักของประชาธิปไตยมาอยู่ร่วมกัน
                                แนวทางการสอนของกิจการลูกเสือ
                                มีนิสัย สังเกต  จดจำ  เชื่อฟัง  พึ่งตนเอง
                                ซื่อสัตย์  สุจริต  มีระเบียบวินัย  เห็นอกเห็นใจผู้อื่น
                                รู้จักบำเพ็ญตนเพื่อสาธารณประโยชน์
                                รู้จักการทำการฝีมือ ให้ฝึกฝนทำกิจกรรมต่างๆ ตามความเหมาะสม
                                รู้จักรักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี  วัฒนธรรม และความมั่นคงของประเทศ
                                เรื่องนี้ถ้าใครคลุกคลีกับกิจการลูกเสือจริงๆ จะรู้ว่า กิจกรรมลูกเสือ อยู่ค่ายตื่นเช้าทำความสะอาด หุงข้าวกินเอง เก็บกวาด เด็กๆ ที่ไม่เคยทำ ไม่เคยกวาดบ้าน ไม่เคยถูบ้าน ไปอยู่ค่ายต้องทำ ต้องมีความเรียบร้อย มีความสะอาด มีวินัยเป็นที่ตั้ง ตรงต่อเวลา ความเป็นคุณหนูต้องทิ้งไปมีการเปลี่ยนผู้นำทุกวัน วันนี้คุณเป็นนายหมู่ พรุ่งนี้เป็นรองนายหมู่ เป็นคนหาฟืน เป็นคนใช้ เป็นพลาธิการ เปลี่ยนหน้าที่กันในรอบ ๗ วัน คนที่ทำกับข้าวไม่เป็น อยู่ค่ายต้องฝึกทำอาหารทานเอง คนที่ทำไม่เป็น เมื่อไปอยู่ในหมู่ก็เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน  ซึ่งบางคนหุงข้าวเป็นก็หุง เจียวไข่เป็นก็เจียว สลับกัน ไข่ไหม้ก็ทานพร้อมกัน เป็นความรับผิดชอบ ฝึกวินัยการอยู่ร่วมกัน การดูแลช่วยเหลือคนอื่น


                                 ในหลักสูตรลูกเสือ มีกิจกรรมการเดินทางไกลแต่ละกลุ่มมีเด็กเดินทางไกล ๗ - ๘ คนในหมู่เดียวกันเดินทางไกล ถ้าใครทิ้งใครซักคน หมู่นั้นจะเป็นหมู่ที่ไม่ถูกต้องเลย และในอดีตก็ไม่เคยมีการทิ้งกัน หนักเพียงไรก็พากันไปถึงจุดหมายจนได้ นี่คือกิจกรรมลุกเสือสอนความเอื้ออาทรซึ่งกันและกัน ช่วยเหลือดูแลกัน และมีความรักสมัครสมาน  สามัคคีกัน
                                นโยบายและทิศทางพัฒนาลูกเสือ ยุวกาชาด
                                มุ่งหวังให้ใช้กิจการลูกเสือ ปลูกฝังเยาวชน เป็นคนดี รักชาติบ้านเมือง รักความสามัคคี มีความมานะอดทน เสียสละเพื่อส่วนรวม มีวินัย มีความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จึงมีนโยบายและทิศทางให้พัฒนาหลักสูตรการเรียน การสอนให้ทันสมัย เน้นการปฏิบัติที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันได้ เน้นการปลูกฝังให้มีระเบียบวินัย เคารพเชื่อฟังผู้ใหญ่ ซื่อสัตย์สุจริต รู้จักพึ่งพาตนเอง เห็นอกเห็นใจผู้อื่น สร้างความสามัคคีในหมู่คณะ พัฒนาบุคลิกภาพให้สง่างาม และภาคภูมิใจ 
                                มีการพัฒนาสื่อที่ทันสมัย สร้างขวัญกำลังใจ และจูงใจให้ผู้บริหารทุกระดับเห็นคุณค่า และมีศรัทธาต่อกิจการลูกเสือยุวกาชาด พัฒนาคุณภาพครูผู้สอนวิชาลูกเสือ ยุวกาชาด และให้โอกาสได้รับการศึกษาฝึกอบรมเต็มศักยภาพ พัฒนาค่ายลูกเสือทั่วประเทศ เป็นศูนย์วิชาการฝึกทักษะและปฏิบัติการอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริม สนับสนุนให้กิจการลูกเสือ ยุวกาชาด ได้จัดพิธีการ กิจกรรมในระดับชาติและในระดับนานาอารยประเทศ
                                ในอนาคตมีความมุ่งมั่นที่จะฟื้นฟูกิจการลูกเสือไทยและยุวกาชาด ให้เป็นส่วนที่สำคัญในกระบวนการเรียน การสอน การฝึกอบรม เสริมสร้างทักษะ ความรู้ ความเป็นคนดี                         มีศีลธรรมของเยาวชนและประชาชนที่มีคุณค่าต่อสังคมและประเทศชาติ
                                ในปีนี้ถือว่าเป็นปีทองของวงการลูกเสือไทยเพราะผู้นำในระดับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ คือ นายสมชาย  วงศ์สวัสดิ์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง ให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษ ทั้งนี้เพื่อให้การลูกเสือไทยสร้างคนให้เป็น           รากแก้วของชาติสืบไป
*********************************
           

 
แหล่งที่มา/ผู้ส่ง กลุ่มสารนิเทศ
>