7 องค์การระหว่างประเทศจับมือแก้วิกฤตภาษาของโลก

ข่าววงการศึกษา 07 กรกฎาคม 2551
             นายชินภัทร ภูมิรัตน รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการประชุมนานาชาติ เรื่อง " การพัฒนาภาษา การฟื้นฟูภาษา และการจัดการศึกษา สำหรับกลุ่มชาติพันธุ์ ครั้งที่ 2"(The Second Conference on "Language Development,Language Revitalization and Multingual Education in Ethnolinguistic Communities") โรงแรมทวินทาวเวอร์ วันที่ 1 กรกฎาคม 2551 ซึ่งจัดโดย องค์การเพื่อการพัฒนา 7 สถาบัน คือ สำนักงานเลขาธิการรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ซีมีโอ) องค์การยูเนสโก องค์การยูนิเซฟ SIL Iternatonal, CARE Tnternational,Save the Children UKและสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบทมหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับองค์กรระหว่างประเทศ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาการจัดการศึกษาสำหรับกลุ่มชาติพันธุ์ หรือชนกลุ่มน้อยที่มีถิ่นฐานทั่วโลก รวมทั้งชี้ให้เห็นปัญหาที่สำคัญต่าง ๆทางด้านภาษาที่โลกกำลังเผชิญ โดยเฉพาะภาษาของชนกลุ่มน้อย สร้างความร่วมมือเพื่อพัฒนาการเข้าถึงและคุณภาพทางการศึกษาของนักเรียนในชนกลุ่มน้อย โดยมุ่งหวังให้เด็กทุกคนอยู่ในสังคมและชุมชนใดต้องได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง

                นายชินภัทร ภูมิรัตน กล่าวว่า ในยุคโลกาภิวัตน์เป็นยุคการสื่อสารที่ไร้พรมแดน ภาษาเป็นส่วนหนึ่งในการจะพัฒนาประเทศ เป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมความเป็นเอกภาพ และความเข้าใจร่วมกันของมนุษยชาติ และมีผลต่อชาติพันธุ์ ซึ่งมีความหลากหลายทางภาษาและความแตกต่างทางวัฒนธรรม บางคนมองข้ามเรื่องภาษาของชนกลุ่มน้อย จริง ๆแล้ว ภาษาเหล่านี้บ่งบอกและแสดงออกซึ่งวัฒนธรรมของชนกลุ่มนั้น ๆ ดังนั้นการพัฒนา การฟื้นฟูภาษาที่กำลังจะสูญหาย การบริหารจัดการศึกษาในชุมชนที่มีความหลากหลายทางภาษา หรือที่เรียกว่า พหุภาษา (Multilingual Education) จึงมีความสำคัญยิ่ง ทุกประเทศควรตระหนักถึงความสำคัญ อย่ามองว่าเป็นเรื่องขององค์กรใดองค์กรหนึ่งเท่านั้น แต่ทุกประเทศต้องให้ความสำคัญเรื่องภาษา ซึ่งมีอยู่หลากหลายในประเทศของตน และคำนึงถึงความสำคัญของการจัดระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อให้สามารถเข้าถึงเด็กนักเรียนและประชาชน ในชนกลุ่มน้อยได้อย่างทั่วถึง และมีคุณภาพเพราะภาษา วัฒนธรรมสร้างความเป็นหนึ่งเดียว ไม่แตกแยก
                      หน่วยงานของรัฐบาลในประเทศต่าง ๆ และองค์การระหว่างประเทศ ต่างให้การสนับสนุนและทุ่มเทช่วยเหลือเพื่อรักษาภาษา และวัฒนธรรมของชนกลุ่มน้อย โดยช่วยพัฒนาและคิดค้นวิธีการจัดการศึกษาให้เหมาะสม สนับสนุนใช้ภาษาแม่เป็นภาษาหลักสำหรับการเรียนการสอน แต่ความเข้าใจถึงความสำคัญของการบริหารจัดการศึกษาสำหรับเด็กและประชาชนในกลุ่มน้อยยังไม่แพร่หลายและเป็นที่ยอมรับในกลุ่มนักการศึกษาและนักภาษาศาสตร์ ทำให้การจัดการศึกษาสำหรับเด็กนักเรียนชุมชนกลุ่มน้อยไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ทำให้นักเรียนจำนวนมากในชนกลุ่มน้อยต้องเลิกเรียนก่อนที่จะจบการศึกษา จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องอนุรักษ์ภาษาท้องถิ่นให้คงอยู่ต่อไป รองปลัดกระทรวงกล่าว

*****************************************
วาสนา/ข่าว
แหล่งที่มา/ผู้ส่ง กลุ่มสารนิเทศ
>