UNESCO และ ศธ.เปิดตัวสรุปรายงานการติดตามผลการศึกษาทั่วโลก ปี 2563 “ความครอบคลุมและการศึกษา: ทั้งหมดหมายถึงทุกคน”

ข่าว ศธ.360 องศา 15 กันยายน 2563

UNESCO และ ศธ.เปิดตัวสรุปรายงานการติดตามผลการศึกษาทั่วโลก ปี 2563 “ความครอบคลุมและการศึกษา: ทั้งหมดหมายถึงทุกคน”

(14 กันยายน 2563) นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับ Mr Shigeru Aoyagi ผู้อำนวยการสำนักงานยูเนสโก กรุงเทพฯ เปิดตัว “สรุปรายงานการติดตามผลการศึกษาทั่วโลก ประจำปี 2563 ในหัวข้อ ความครอบคลุมและการศึกษา: ทั้งหมดหมายถึงทุกคน (Global Education Monitoring Report 2020 – Inclusion and Education: All means all)” ณ ห้องประชุม Eternity Day Light Ballroom  โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ โดยมีรองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (นางสาวดุริยา อมตวิวัฒน์), ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (นายอรรถพล สังขวาสี), ผู้อำนวยการองค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ซีมีโอ), ผู้แทนองค์การยูนิเซฟ พร้อมด้วยผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และองค์การอิสระของประเทศไทยเข้าร่วมการประชุม พร้อมถ่ายทอดสดผ่านช่องทางเพจ “ศธ. 360 องศา”

Mr Shigeru Aoyagi ผู้อำนวยการยูเสกโก กรุงเทพฯ ได้บรรยายสรุปสาระสำคัญในเอกสารรายงานฯ ที่เน้นย้ำให้ทั่วโลกตระหนักถึงการจัดการศึกษาอย่างครอบคลุม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างโอกาสในการศึกษาร่วมกันอย่างเท่าเทียม โดยในรายงานดังกล่าวได้เสนอแนะแนวทางที่ประเทศต่าง ๆ สามารถดำเนินการทั้งในระดับนโยบายและระดับกิจกรรม อาทิ การจัดสรรงบประมาณที่สามารถพัฒนาการศึกษาได้จริง การสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ การสร้างพันธมิตรระหว่างรัฐ-เอกชน-ประชาสังคม และการจัดการข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้มั่นใจได้ว่าการศึกษาสามารถเกิดได้อย่างครอบคลุมและมีคุณภาพ

Inclusion and Education: All Means All 2020 ความครอบคลุมและการศึกษา: ทั้งหมดหมายถึงทุกคน

ยูเนสโกให้ความสำคัญกับผู้ถูกกีดกันออกจากการศึกษา อันเนื่องมาจากเรื่องเพศ การย้ายถิ่น การอพยพ ชาติพันธุ์ ภาษา ความยากจน ความพิการ หรือคุณลักษณะอื่น ๆ รายงานฉบับนี้ ท้าทายให้ผู้กำหนดนโยบายในการสร้างสังคมที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และตั้งคำถามว่ากฎหมาย นโยบาย แผนงาน และกิจกรรมที่อยู่ระหว่างดำเนินการ สอดรับกับเป้าหมายในการสร้างสังคมที่ครอบคลุมที่วางไว้หรือไม่ โดยผู้อ่านจะได้รับทราบถึงความท้าทายต่าง ๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการบรรลุเป้าหมาย และการจัดการศึกษาที่ครอบคลุมจากทั่วโลก อาทิ ความเข้าใจที่แตกต่างกันของนิยามคำว่า “ความครอบคลุม” การขาดการสนับสนุนครู การไม่จัดเก็บข้อมูลของผู้ที่ตกหล่นจากการศึกษา การมีโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่พร้อมกับการจัดการศึกษา ความยึดติดกับระบบเดิมและโรงเรียนแบบพิเศษ การขาดความมุ่งมั่นทางการเมืองและแรงสนับสนุนจากชุมชน การจัดสรรงบประมาณแบบไม่มีเป้าหมาย การขาดการบูรณาการของภาครัฐ การมีกฎหมายที่ซ้ำซ้อนแต่ไม่สอดคล้องกัน อันรวมถึงการมีนโยบายที่ไม่ได้ขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติ เป็นต้น ตลอดจนจะได้รับทราบถึงแนวคิดเรื่องการใช้ความครอบคลุมเป็นกระบวนการสร้างให้เกิดสังคมที่สอดประสานความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดการศึกษาที่ครอบคลุม และสังคมที่ได้รับการพัฒนา โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ความครอบคลุมทางการศึกษา: ข้อควรตระหนัก

  • อัตลักษณ์ ภูมิหลัง และความสามารถ เป็นสิ่งกำหนดโอกาสทางการศึกษา
  • กลไกการเลือกปฏิบัติ การกำหนดแบบแผน และการตีตรามีความคล้ายคลึงกันสำหรับผู้เรียน ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการถูกกีดกันทุกคน
  • แม้จะมีความก้าวหน้า แต่หลายประเทศยังคงไม่มีการเก็บข้อมูล การรายงาน หรือการใช้ประโยชน์จากผู้กรอกข้อมูลผู้ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง
  • ผู้คนจำนวนนับล้านกำลังพลาดขาดโอกาสในการเรียนรู้
  • อุปสรรคสำคัญในการจัดการศึกษาแบบครอบคลุม คือ การไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปได้และควรจะเป็น
  • ขณะที่บางประเทศกำลังก้าวไปสู่การครอบคลุม การแบ่งแยกยังคงพบได้แพร่หลาย
  • การให้เงินสนับสนุนต้องมุ่งเป้าหมายไปยังผู้ที่มีความจำเป็นมากที่สุด
  • ครู สื่อการสอน และสภาพแวดล้อมในการเรียนรู้ มักไม่เห็นประโยชน์ในการยอมรับความหลากหลาย

อ่านข้อมูลรายงานฉบับเต็มได้ที่ http://bit.ly/2020gemreport

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวตอนหนึ่งว่า ได้อ่านรายงานฉบับนี้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับความครอบคลุมและการศึกษาแล้ว หน่วยงานต่าง ๆ ภาครัฐ และในสังกัด ศธ. ควรนำข้อมูลต่าง ๆ ไปเผยแพร่ให้มากกี่สุด เพราะนี่คือสิ่งที่จำเป็นที่สุดในการพัฒนาการศึกษา

ในการดำเนินการทางการศึกษาในทุกด้าน เราต้องมี “ตัววัด” ที่ชัดเจน เพื่อให้มั่นใจว่าเราเดินไปถึงไหนแล้ว จากรายงานฉบับนี้ทำให้เราตรวจสอบตัวเองให้เห็นว่า เรากำลังทำ หรือเริ่มทำอะไรหลาย ๆ อย่าง และสามารถนำข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ไปสู่การปฏิบัติได้มากน้อยเพียงใด เพื่อไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ตามพันธกิจของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ข้อที่ 4 (SDG4) เพื่อรับประกันการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม สนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับทุกคน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ ในปี ค.ศ. 2030 ที่ให้คำมั่นว่า “จะไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง” ดังนั้น หากเราไม่วางรากฐานอะไรไว้เลยในช่วง 2-3 ปีนี้ เราอาจจะไม่เดินไม่ถึงเป้าหมายในเวลานั้น ที่ทุกคนต่างต้องการทำให้ความเหลื่อมล้ำและความไม่เท่าเทียม หายไปจากการศึกษา จากข้อมูลที่ได้อ่าน ยังมีอีกหลายหัวข้อที่น่าสนใจ เช่น การจัดสรรงบประมาณให้มีความสามารถในการกระจายแบบมีหลักการ โดยจัดสรรลงไปในกลุ่มที่ต้องการมีความจำเป็นมากที่สุด ซึ่งในส่วนของ ศธ. ก็กำลังผลักดันการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก เพื่อให้เกิดคุณภาพและการบริหารงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ ยกตัวอย่างจากจำนวน 2,000 โรงเรียน ขณะนี้เราสนับสนุนงบประมาณรายหัวให้โรงเรียนขนาดเล็กเพิ่มขึ้นหัวละ 500 บาท จากจำนวนนักเรียนในโรงเรียนขนาดเล็กที่มีกว่า 1 ล้านกว่าคนทั่วประเทศ แต่หากเราจัดให้ไปอยู่ในโรงเรียนแม่เหล็ก เราจะประหยัดงบประมาณลงได้ปีละ 500 ล้านบาท หรืองบประมาณที่เป็นเงินเดือนผู้บริหารโรงเรียนก่อนเกษียณ โดยเฉลี่ยได้รับประมาณเดือนละ 7 หมื่นกว่าบาท รวมสวัสดิการต่าง ๆ หรือเท่ากับ 840,000 บาท/คน/ปี หรือเกือบล้านบาท และหากคิดจากโรงเรียนขนาดเล็กจำนวน 2,000 โรงเรียน ก็เท่ากับว่าเราจะสามารถบริหารงบประมาณได้ลดลงกว่า 2,000 ล้านบาท นี่คือตัวอย่างของการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก หากเราบริหารจัดการให้รวมเป็นโรงเรียนแม่เหล็กได้ แทนที่จะได้โรงเรียนละ 2 แสนบาท ก็จะได้รับโรงเรียนละ 1 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นการจัดสรรงบประมาณที่มีประสิทธิภาพได้อย่างแท้จริง
ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เราพบ “วิกฤต” อะไรหลายอย่าง แต่ในวิกฤตก็มี “โอกาส” เกิดขึ้นกับการศึกษา เช่น ความสามารถของครูด้านดิจิทัลมากขึ้น หรือเด็กนักเรียนได้มีโอกาสสืบค้นข้อมูลจากออนไลน์ เพื่อใช้ในการเรียนมากขึ้น ฯลฯ
ทั้งนี้ ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เราจึงไม่ได้แก้ไขด้วยงบประมาณการเพิ่มจำนวนโรงเรียน แต่ควรแก้ไขด้วยการจัดการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเราต้องกล้าทำ เพื่อลดการกระจายเงินหรืองบประมาณออกไป ทุกหน่วยงานศธ.จึงต้องร่วมมือกันบริหารจัดการงบประมาณการศึกษา เอาทั้งหมดมารวมกัน แล้วผลักดันว่าจะไปทางไหน เราจึงต้องคำนึงถึงการจัดสรรเงินที่แบ่งเป็นส่วน ๆ (Block Grant) ให้เหมาะสมและจำเป็น โดยงบประมาณสำหรับผู้ด้อยโอกาสหรือผู้พิการ เช่น สื่อการเรียนรู้สำหรับคนตาบอดที่ล้าสมัย ก็ต้องจัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนาให้มีความทันสมัยมากขึ้น วันนี้ เราจึงต้องนำหลายอย่างมาผลักดันพัฒนาการศึกษาให้เป็นรูปร่าง เห็นผลอย่างรวดเร็ว ภายใต้ระบบข้อมูลพื้นฐานที่เป็นจริง และมีการวิจัยพัฒนารองรับ รมว.ศธ.กล่าวด้วยว่า ภูมิหลังของเด็กนักเรียนก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญต่อการส่งเสริมสนับสนุนและผลักดันพัฒนาให้มีความสามารถ เด็กบางคนมีพรสวรรค์ติดอันดับต้น ๆ ของไทย หากเรานำเอาพรสวรรค์หรือความชอบของเด็กเหล่านั้นมาผลักดัน จะช่วยให้เด็กเก่ง ๆ ที่ไม่อยู่ในกรอบ หรือเด็กที่ทำข้อสอบไม่เก่ง ก็จะได้รับการพัฒนาตรงตามศักยภาพของตนเองมากขึ้น ศธ.มั่นใจว่าเราลดความเหลื่อมล้ำได้ หากเราตั้งใจ ต้องการพัฒนาการศึกษา เราจะปล่อยให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาห่างกันมากไม่ได้ แม้แต่บางพื้นที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ แต่เราก็ยังพบความเหลื่อมล้ำอีกจำนวนมาก ไม่นับรวมในพื้นที่ยิ่งห่างไกลออกไปอีก ดังนั้น หากเราตั้งใจให้ไปถึงเป้าหมายในปี ค.ศ.2030 เด็กที่อยู่อนุบาล หรือ ป.1 ป.2 ในวันนี้ จะต้องเติบโตอย่างมีทักษะ พื้นฐาน ที่ตรงกับความต้องการตลาดงาน และการพัฒนาประเทศ

ในพิธีเปิดตัวเอกสารในครั้งนี้ ยังได้มีการเสวนา เรื่อง “โอกาส ความท้าทาย และความสำคัญของการจัดการศึกษาแบบครอบคลุมในประเทศไทย” โดยมีวิทยากรจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย มูลนิธิสายเด็ก กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้ร่วมการแลกเปลี่ยนถึงการดำเนินงานเพื่อการจัดการศึกษาที่ครอบคลุมของทุกฝ่าย ตลอดจนปัญหาและอุปสรรคที่เห็นควรพัฒนาเป็นนโยบายและและกิจกรรมที่สร้างสรรค์เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถพัฒนาการศึกษาที่ครอบคลุมในประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

ช่วงที่ 1 13.30 น. การเปิดตัวสรุปรายงานฯ โดย ผอ.สำนักงานยูเนสโก กรุงเทพฯ “Mr Shigeru Aoyagi” และ รมว.ศธ. “ณัฎฐพล ทีปสุวรรณ”

ช่วงที่ 2 14.50 น. การเสวนา “โอกาส ความท้าทาย และความสำคัญของการจัดการศึกษาแบบครอบคลุมในประเทศไทย” โดย รองปลัด ศธ.”ดุนิยา อมตวิวัฒน์” / ผอ.กองส่งเสริมและพัฒนาการจัดการศึกษาท้องถิ่น/ รอง ผจก.กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา/ ผู้แทนสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ/ ผู้แทนมูลนิธิสายเด็ก

ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดวิดีโอ และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับงานดังกล่าวได้ที่นี่

บัลลังก์ โรหิตเสถียร / สรุป (รมว.ศธ.) ขอบคุณข้อมูล: สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สป. กิตติกร แซ่หมู่ / ภาพ
>