เสมา1 ให้คำมั่นลุยแก้ปัญหาเต็มสูบ ยกครูบุคลากรทรงคุณค่า นัดหน้าสัญจรเหนือ

ข่าว ศธ.360 องศา 21 ตุลาคม 2563

เสมา1 ให้คำมั่นลุยแก้ปัญหาเต็มสูบ ยกครูบุคลากรทรงคุณค่า นัดหน้าสัญจรเหนือ

“เสมา 1” เดินสายสัญจรรับฟังเสียงครูทั่วประเทศ ให้คำมั่น พร้อมเดินหน้าแก้ปัญหาอย่างเต็มที่ ยกให้ครูเป็นบุคลากรทรงคุณค่า เปิดช่องทางนัดพบครูภาคเหนือ-ใต้ เพื่อแก้การศึกษาไทยทั้งระบบ

หลังจากที่นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ประกาศเปิดโครงการ “เรื่องนี้ถึงหูครูตั้นแน่สัญจร” เพื่อเปิดรับสมัครตัวแทนครูภูมิภาคละ 50 ท่าน เพื่อร่วมพูดคุยถึงปัญหาของคุณครูในปัจจุบัน และได้ทดลองสัญจรครั้งแรกพบตัวแทนครูในภาคกลาง วันที่ 9 ตุลาคม ที่จังหวัดชัยนาท ณ โรงเรียนคุรุประชาสรรค์ และพบตัวแทนครูในภาคอีสานเมื่อวันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา ณ โรงเรียนหนองขอนวิทยา จังหวัดอุบลราชธานี ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ภายหลังการพูดคุยกับตัวแทนครู นายณัฏฐพล เปิดเผยว่า ปัญหาที่ได้รับฟังจากตัวแทนคุณครูทั้งในภาคกลางและภาคอีสานส่วนใหญ่นั้น มีความสอดคล้อง และตรงกับข้อมูลที่ได้มีโอกาสรับรู้จากการเดินทางไปเยี่ยมโรงเรียนต่าง ๆ ทั่วประเทศ ซึ่งหลายเรื่องได้วางแผนหาแนวทางการแก้ปัญหาไว้อยู่แล้ว ซึ่งตนเองมีความมุ่งมั่นและตั้งใจที่ต้องการจะรับฟังเสียงสะท้อนอย่างแท้จริง รวมถึงข้อเสนอแนะ เพื่อต้องการแก้ไขปัญหาที่มีอยู่ให้ได้ โดยเฉพาะการวางรากฐานทางการศึกษา ซึ่งถือเป็นสิ่งที่สำคัญในการดำเนินนโยบายต่าง ๆ ให้มีความต่อเนื่อง และดูแลครูซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการศึกษา
ผมต้องขอบคุณคุณครูทุกท่านเป็นอย่างมาก ที่ได้แสดงข้อคิดเห็นอย่างหลากหลาย หลายเรื่องที่เราฟังวันนี้ ไม่มีทางเลือกอื่นใด ยกเว้นแต่จะต้องรีบผลักดันแก้ไขให้ได้อย่างจริงจังในช่วงเวลาที่ผมมีอยู่อย่างจำกัด และต้องทำให้ได้ เพราะไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นการปล่อยปัญหาไว้เหมือนเดิม
นายณัฏฐพล ย้ำว่า เพราะสิ่งที่เราพูดถึงปัญหามากมายกันนี้ สุดท้ายแล้วมันเกี่ยวกับเรื่องคุณภาพชีวิต คุณภาพครอบครัว คุณภาพของคนไทย ซึ่งจะแก้ไขได้ก็ด้วยการศึกษาเท่านั้น อาจมีแตกต่างที่ผมรับรู้มาบ้าง 2-3 ข้อ ซึ่งก็ล้วนสะท้อนให้เห็นว่าเป็นปัญหาที่มันรุมเร้า “แต่ผมพร้อมที่จะปลดล็อกหลาย ๆ อย่าง ซึ่งผมและทีมได้วางแนวทางการแก้ปัญหาไว้อยู่บ้างแล้ว แต่คุณครูก็ต้องพร้อมที่จะเดินไปข้างหน้า ต้องปรับแนวคิดในการทำงาน เพื่อให้เป็นบุคลากรทรงคุณค่า” นายณัฏฐพล กล่าว

นายณัฏฐพล ยังได้กล่าวถึงแนวทางการแก้ปัญหาต่าง ๆ เพิ่มเติม อาทิ เรื่องการเพิ่มสมรรถนะของครู ซึ่งได้มีการเปิดทั้งแพลตฟอร์มด้านการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ (DEEP-Digital Education Excellence Platform) เพื่อบรรจุหลักสูตรอบรมพัฒนาครูแบบออนไลน์ ให้คุณครูได้ใช้เวลาว่างของตนเองในการพัฒนาสมรรถนะ โดยเป้าหมายแรกเพื่อพัฒนาสมรรถนะด้านดิจิทัล (Digital Literacy) และสมรรถนะด้านภาษาอังกฤษ (English Literacy) เพื่อคุณครูได้หาความรู้เพิ่มเติมเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนในห้องเรียนได้

และศูนย์พัฒนาศักยภาพบุคคลเพื่อความเป็นเลิศ หรือ HCEC (Human Capital Excellence Center) ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อทดแทนการอบรมต่างๆ ของครูโดย HCEC จะกระจายตัวอยู่ 185 ศูนย์ทั่วประเทศภายในสิ้นปี 2564 ใช้ในการเวิร์คช็อปและอำนวยความสะดวกให้กับคุณครูทดแทนการอบรมสัมมนาต่าง ๆ ให้คุณครูได้มีเวลาทำการเรียนการสอนได้อย่างเต็มที่ รวมไปถึงการจัดอบรมต่าง ๆ ที่จะต้องนำข้อมูลหรือ Big Data ที่มีอยู่เอามาใช้ในการจัดสรรหลักสูตรให้เพียงพอต่อความต้องการของครู หรือการจัดระบบ Waiting List ให้เป็นระบบและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สำหรับปัญหาการจัดสรรงบประมาณที่ไม่เพียงพอ ซึ่งตัวแทนครูได้สะท้อนปัญหาให้รับทราบ นายณัฏฐพล ได้กล่าวถึงแนวทางการแก้ไขว่า จำเป็นต้องมีการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กให้มีประสิทธิภาพโดยการควบรวมโรงเรียนที่มีอยู่ให้มีจำนวนที่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ “ตัวอย่างเช่น การจัดการสวัสดิการบ้านพักครู หากสามารถบริหารโรงเรียนขนาดเล็กจำนวน 30,000 โรงเรียน ลดลงให้เหลือเพียง 15,000 โรงเรียน ก็สร้างบ้านพักครูแค่ 15,000 แห่งแล้วสร้างให้ดี เหมือนกันกับเรื่องครูไม่พอ เรื่องของครูไม่พอก็เป็นเรื่องที่เราต้องมานั่งคุยกัน สัดส่วนครูต่อนักเรียนของประเทศไทยอยู่ที่ 16.5 ต่อ 1 ซึ่งดีที่สุดในโลก แล้วทำไมโรงเรียนใหญ่ๆ ถึงได้มีนักเรียนอยู่ 40 – 50 คนต่อห้อง ดังนั้นจะต้องจัดการบริหารข้อมูลครูให้มีประสิทธิภาพกว่าเดิม” นายณัฏฐพลกล่าวเสริม

ทั้งนี้ รูปแบบกิจกรรมของ “เรื่องนี้ถึงหูครูตั้นแน่สัญจร” นั้น เป็นกิจกรรมการพูดคุยถึงปัญหาระหว่างตัวแทนครูในแต่ละภูมิภาคจำนวน 50 คนโดยตรงกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และให้ตัวแทนคุณครูได้มีโอกาสเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ อีกด้วย โดยกิจกรรม “เรื่องนี้ถึงหูครูตั้นแน่สัญจร” ยังจะดำเนินการกิจกรรมให้ครบทุกภาคทั่วประเทศ โดยมีกำหนดการสัญจรครั้งต่อไปในภาคเหนือและภาคใต้ตามลำดับ โดยคุณครูที่ต้องการมีส่วนร่วมในกิจกรรมดังกล่าว และเป็นตัวแทนของแต่ละภูมิภาค สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ เว็บไซต์กระทรวงศึกษาธิการ

>