ศธ.เร่งนำแผนกรอบคุณวุฒิ​แห่งชาติ​สู่​การ​ปฏิบัติ​ เตรียม​พัฒนา​สมรรถนะกำลังคน เชื่อมโยง​ค่าตอบแทนตามมาตรฐาน​อาชีพ

ข่าว ศธ.360 องศา 14 กันยายน 2563

ศธ.เร่งนำแผนกรอบคุณวุฒิ​แห่งชาติ​สู่​การ​ปฏิบัติ​ เตรียม​พัฒนา​สมรรถนะกำลังคน เชื่อมโยง​ค่าตอบแทนตามมาตรฐาน​อาชีพ

เมื่อวันศุกร์ที่ 11 กันยายน​ 2563 เวลา 10.30 น. นาย​ณัฏ​ฐ​พล​ ที​ป​สุวรรณ​ รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​ศึกษาธิการ​ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2563 โดยมีนายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการ​สภาการศึกษา พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวง​ศึกษาธิการ​ ผู้ทรงคุณวุฒิ และคณะกรรมการกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมกำแหง พลางกูร ชั้น 3 อาคาร 56 ปี สำนักงานเลขาธิการ​สภาการศึกษา รมว.ศึกษาธิการ​ กล่าว​ว่า​ การประชุมคณะกรรมการกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ เป็นการวางแผนการผลิตและพัฒนาบุคลากร ให้มีทักษะตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน ตามที่ได้กำหนดไว้ในกรอบคุณวุฒิของแต่ละอาชีพ ซึ่งการประชุมในครั้งนี้ ได้หารือเกี่ยวกับการเพิ่มกรอบคุณวุฒิในวิชาชีพด้านสาธารณสุข​ ที่เป็นจุดแข็งของประเทศในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19​ พร้อมทั้งพิจารณากรอบคุณวุฒิ​ของวิชาชีพอื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19​ ด้วย โดยในขณะนี้ได้มีแผนการดำเนินงานและทฤษฎีครบถ้วนแล้ว สิ่งสำคัญ คือ การนำแผนเหล่านี้ไปสู่การปฏิบัติ ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการชุดต่าง ๆ เร่งดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินงานเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ การดำเนินงานด้านกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ มีความสอดคล้องกับการจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศอาชีวศึกษา (Excellence Center) ของกระทรวงศึกษาธิการ​ ที่ต้องการให้กำลังคนอาชีวะมีทักษะ และมีโอกาสเข้าสู่ตลาดแรงงานโดยเร็วที่สุด โดยเน้นให้สถาบันการอาชีวศึกษา​แต่ละแห่ง มีความโดดเด่นและมีความเป็นเอกลักษณ์​ เนื่องจากความต้องการของตลาดแรงงานในปัจจุบันมีความชัดเจนในระดับหนึ่งแล้ว กระทรวงศึกษาธิการ​ก็ต้องเร่งผลิตและพัฒนากำลังคน เพื่อป้อนเข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างมีคุณภาพ​ ที่ประชุมได้รับทราบการแต่งตั้งคณะกรรมการกรอบคุณวุฒิ​แห่งชาติ ซึ่งเป็นคณะกรรมการที่ได้รับความเห็นชอบตามมติคณะรัฐมนตรี​ โดยมีนายวิษณุ​ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี​ เป็นประธาน และมีรัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​ศึกษาธิการ​ เป็นรองประธานกรรมการ​ พร้อมด้วยกรรมการ จำนวน 32 คน ประกอบด้วย ผู้แทนจากส่วนราชการและภาคเอกชน รวมทั้งผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการผลิตและพัฒนากำลังคน ตลอดจน มีเลขาธิการ​สภาการศึกษา เป็นกรรมการและเลขานุการ และฝ่ายเลขานุการจาก 3 หน่วยงาน คือ สำนักงาน​เลขาธิการ​สภาการศึกษา กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน​ และสถาบันคุณวุฒิ​วิชาชีพ (องค์การ​มหาชน)​ ที่ประชุมรับทราบความก้าวหน้าในการดำเนินงานกรอบคุณวุฒิ​แห่งชาติ​ ดังนี้
  • การจัดทำกรอบคุณวุฒิ​แห่งชาติ​ (ฉบับปรับปรุง)​ ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี​ เมื่อวันที่ 18 เมษายน​ 2560 เพื่อใช้เป็นกลไกในการเชื่อมโยงระบบการเรียนรู้ของภาคการศึกษา กับมาตรฐานการปฏิบัติ​งาน​ที่ตลาดแรงงานยอมรับ และสร้างโอกาสให้คนที่อยู่นอกระบบการศึกษา สามารถเทียบโอนประสบการณ์​ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต อันจะนำไปสู่การได้รับค่าตอบแทนที่สอดคล้องกับสมรรถนะ
  • การจัดทำ (ร่าง)​ แผนขับเคลื่อนกรอบคุณวุฒิ​แห่งชาติ​สู่การปฏิบัติ​ พ.ศ. 2562 – 2565 โดยได้ผ่านความเห็นชอบในหลักการของที่ประชุม คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ​และ​สังคม​แห่งชาติ เมื่อวันที่ 22 เมษายน​ 2563 ขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ
  • การจัดทำ (ร่าง)​ แผนปฏิบัติการด้านการผลิตและพัฒนากำลังคน ในสาขาอาชีพที่มีความจำเป็นเร่งด่วนต่อการพัฒนาประเทศ ตามกรอบคุณวุฒิ​แห่งชาติ​ พ.ศ. 2562 – 2565 เพื่อเป็นต้นแบบในการพัฒนาความร่วมมือกับกลุ่มอุตสาหกรรมและกลุ่มอาชีพ เพื่อจัดทำฐานสมรรถนะที่เชื่อมโยงกับมาตรฐานอาชีพ โดยคัดเลือกจากสาขาอาชีพที่เป็นความต้องการของตลาดแรงงานทั้งในและต่างประเทศ ทั้งนี้ (ร่าง) แผนฯ ดังกล่าวได้ผ่านความเห็นชอบในหลักการของที่ประชุม คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ​และ​สังคม​แห่งชาติ เมื่อวันที่ 22 เมษายน​ 2563 ขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ
  • การเทียบเคียงกรอบคุณวุฒิ​แห่งชาติของประเทศไทยกับกรอบคุณวุฒิ​อาเซียน โดยสำนักงานเลขาธิการ​สภาการศึกษา ได้จัดทำรายงานการเทียบเคียงกรอบคุณวุฒิ​แห่งชาติ​ กับกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียนของประเทศไทย ตามเกณฑ์​ที่ประเทศสมาชิกร่วมกันกำหนดขึ้น โดยได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ จากคณะกรรมการ​กรอบคุณวุฒิ​อ้างอิงอาเซียน​ เมื่อวันที่ 31 มกราคม​ 2563 ทั้งนี้ สำนักงานเลขาธิการอาเซียนจะได้เสนอต่อที่ประชุมระดับอาเซียนต่อไป
อรพรรณ​ ฤทธิ์​มั่น​: สรุป นวรัตน์​ ราม​สูต​: เรียบเรียง ยุทธ​พงศ์​ เลือก​กลั่น​ดี​: ถ่ายภาพ ภาพเพิ่มเติม: Facebook กลุ่ม​ประชา​สัมพันธ์​ สร.: รายงาน 12/9/2563
>