ครูพี่โอ๊ะ ลงพื้นที่ขอนแก่น ติดตามการศึกษาพิเศษ และผลักดันพัฒนาค่ายลูกเสือ

ข่าว ศธ.360 องศา 05 ตุลาคม 2563

ครูพี่โอ๊ะ ลงพื้นที่ขอนแก่น ติดตามการศึกษาพิเศษ และผลักดันพัฒนาค่ายลูกเสือ

(2 ตุลาคม 2563) “ครูพี่โอ๊ะ” ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายสมเกียรติ ตันดิลกตระกูล ผู้ช่วยเลขานุการ รมว.ศธ., นายพะโยม ชิณวงศ์ ประธานคณะทำงาน รมช.ศธ., นายชัยณรงค์ ป้องบ้านเรือ รองเลขาธิการ กช., นายสมศักดิ์ จังตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมการจัดการเรียนการสอน การศึกษาพิเศษจังหวัดขอนแก่น ณ มูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดในประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สาขาขอนแก่น (โรงเรียนการศึกษาคนตาบอด ขอนแก่น) และมูลนิธิธิดาเมตตาธรรม (โรงเรียนเด็กพิเศษมารีย์นิรมล) อ.เมืองฯ จ.ขอนแก่น รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ด้วยนโยบายรัฐบาลและยุทธศาสตร์กระทรวงศึกษาธิการในการขยายโอกาสการเข้าถึงบริการทางการศึกษา และการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต เพื่อสร้างความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลและส่งเสริมโรงเรียนเอกชนหลายประเภทรวมถึงโรงเรียนประเภทการศึกษาพิเศษ ซึ่งเป็นโรงเรียนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อดูแลและจัดการศึกษาให้เฉพาะนักเรียนที่มีความบกพร่องในแต่ละประเภท ในระดับที่รุนแรงและไม่สามารถเรียนรวมกับเด็กปกติได้ (20โรงเรียน) และโรงเรียนที่มีนักเรียนพิการเรียนรวมจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ซึ่งไม่เป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้มากนัก และเด็กปกติได้เรียนร่วมกัน เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กที่มีความต้องการพิเศษได้พัฒนาตนเอง มีสังคมที่กว้างขึ้น และได้รับการช่วยเหลือจากเพื่อน ๆ ครูและผู้ปกครองเพื่อเป็นประโยชน์ในการพัฒนาตนเอง (800 โรงเรียน) และได้ดำเนินการตามยุทธศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธิการ โดยพัฒนาระบบการบริหารจัดการสถานศึกษาให้เป็นไปตามบริบทที่แตกต่างอย่างมีประสิทธิภาพ และมาตรฐานพัฒนาศักยภาพการจัดการเรียนการสอนของครูผู้ดูแลเด็กพิการให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับเด็กแต่ละคนได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ ผู้แทนโรงเรียนทั้งสองแห่งได้เสนอประเด็นปัญหา อาทิ
  • โรงเรียนการศึกษาคนตาบอด ขอนแก่น : เนื่องจากงบประมาณที่ใช้จัดการเรียนการสอนมาจากการบริจาคเป็นหลัก แต่ด้วยสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้คนบริจาคลดน้อยลงจนแทบไม่มี, อาคารเรียนเริ่มชำรุดทรุดโทรมเนื่องจากใช้จัดการสอนมากกว่า 40 ปี ยังขาดงบประมาณบางส่วนในการปรับปรุง, ของบประมาณให้นักเรียนพิการที่ไปเรียนรวมกับนักเรียนโรงเรียนปกติ จากเงินอุดหนุนแบบไป-กลับ เป็นแบบอยู่ประจำ และให้เงินอุดหนุนแก่โรงเรียนการศึกษาพิเศษ เพราะปัจจุบันเงินอุดหนุนจะจ่ายให้แก่โรงเรียนปกติที่นักเรียนพิการมีชื่อไปเรียน เป็นต้น
  • โรงเรียนมารีย์นิรมล : นักเรียนผู้พิการลดลงเนื่องจากโรงเรียนของรัฐ เอกชน และศูนย์การศึกษาพิเศษอื่น ๆ ได้เปิดรับนักเรียนผู้พิการเข้าเรียนร่วม นักเรียนจึงได้กระจายไปเรียนในชุมชนใกล้บ้าน รวมทั้งประเทศไทยมีการพัฒนาด้านสุขภาพที่ดีขึ้นจึงทำให้มีเด็กผู้พิการลดลง ทำให้เงินอุดหนุนก็ลดลงตามไปด้วย และทางมูลนิธิฯได้รับอนุญาตให้เป็นมูลนิธิเพื่อสาธารณะประโยชน์ไม่มีผลกำไร เงินทุนบริจาคที่ได้รับจากต่างประเทศเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานก็ลดลงเช่นกัน อีกทั้งนักเรียนที่มาเรียนส่วนมากฐานะยากจนถ้าไม่มีรถโรงเรียนไปรับก็ไม่สามารถมาโรงเรียนได้ เป็นต้น
การเดินทางครั้งนี้ รมช.ศึกษาธิการ ได้ตรวจเยี่ยมรับฟังปัญหาค่ายลูกเสือแก่นนคร และโรงเรียนขอนแก่นวิเทศศึกษา อ.เมืองขอนแก่น โดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า ค่ายลูกเสือแก่นนคร : จากการลงพื้นที่ได้ทราบถึงปัญหา อาทิ ขาดงบประมาณในการสร้างถนนเข้าไปในค่ายเนื่องจากถนนอยู่ห่างจากถนนใหญ่เป็นระยะทางไกลพอสมควร, ที่พักของผู้เข้ารับการอบรมลูกเสือ และวิทยากรทรุดโทรมตามกาลเวลา ซึ่งขณะนี้กำลังปรับปรุงให้ดีขึ้นขาดงบประมาณเพียงเล็กน้อย, ต้นไม้บริเวณค่ายขึ้นหนาแน่นจนเกินไปอาจก่อให้เกิดอันตรายด้านต่าง ๆ ได้ อยากให้มีงบประมาณเพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์ เพื่อให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้นจะได้เป็นการเชิญชวนให้มีผู้มาพักแรมได้อีกทางหนึ่ง เป็นต้น ทั้งนี้ รมช.ศึกษาธิการ รับเรื่องและจะเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างเร็วที่สุดต่อไป โรงเรียนขอนแก่นวิเทศศึกษา : จากการลงพื้นที่ได้พบปะพูดคุยกับผู้ปกครองที่มารับบุตรหลานหลังเลิกเรียน มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า “มีความรู้สึกว่าโรงเรียนนี้เหมือนบ้าน” เพราะมีการบริหารจัดการดูแลเด็กทั่วถึง มีกล้องวงจรปิดคอยควบคุมแม้แต่ในพื้นที่อับ อาทิ มุมตึก และหลังอาคารเรียน เป็นต้น ทั้งนี้โรงเรียนขอนแก่นวิเทศศึกษาพร้อมขานรับนโยบายของ รมช.ศึกษาธิการ ในการสร้างนักจิตวิทยาเด็กซึ่งจะพัฒนาศักยภาพจากครูแนะแนวประจำโรงเรียนอีกด้วย “สำหรับการดำเนินงานเพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาพิเศษของโรงเรียนเอกชนในระยะต่อไปคือการให้องค์ความรู้ด้านการจัดการเรียนการสอนสำหรับนักเรียนพิการแต่ละประเภท ส่งเสริมการสร้างงานและอาชีพให้กับนักเรียนพิการ ประกันคุณภาพการศึกษาในโรงเรียนการศึกษาพิเศษการจัดการเรียนการสอนสำหรับนักเรียนพิการในโรงเรียนเรียนรวม เพิ่มศักยภาพของบุคลากรและการเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการทำงานของคณะทำงานเครือข่ายการศึกษาพิเศษของโรงเรียนเอกชนประจำจังหวัดเพื่อเตรียมความพร้อมที่จะรับการมอบอำนาจจาก ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัด ทบทวนกฎระเบียบเกี่ยวกับการอุดหนุนโรงเรียนนักเรียนและครูให้เทียบเท่าโรงเรียนภาครัฐรวมทั้งการสำรวจความต้องการสื่อการเรียนการสอนเฉพาะความพิการและพิจารณาให้การอุดหนุนแก่โรงเรียนการศึกษาพิเศษเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของนักเรียนพิการแต่ละประเภทต่อไป”
อานนท์ วิชานนท์ / สรุป กิตติกร แซ่หมู่ / ภาพ
>