คอลัมน์: เลาะรั้วสถาบัน: ‘เบญจวิธี’… สู่เด็กดีรักการอ่านสู่เด็กดีรักการอ่าน ไอเดียเจ๋ง… ‘ร.ร.จัตุรัสวิทยานุกูล’
สุระพงค์ สวัสดิ์
การอ่านมีความจำเป็น และสำคัญต่อมนุษย์ตั้งแต่เด็กจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ การอ่านจะนำไปสู่ความรอบรู้ และสร้างความงอกงามด้านสติปัญญา จากที่มาและแนวคิดที่ว่า ความรู้จากหนังสือสามารถถ่ายทอดมาสู่มนุษย์ได้ โดย “การอ่าน” โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอ่านในวัยเด็กจะสร้างความรู้ ความทรงจำ และนิสัยรักการอ่าน
เมื่อหนังสือเป็นเครื่องมือช่วยพัฒนามนุษย์ให้ก้าวหน้าได้ การปลูกฝังให้เด็กมีนิสัยรักการอ่าน จึงเป็นดั่งปฐมบทแห่งการสร้างความรู้ ความทรงจำ และความก้าวหน้าให้แก่ประเทศชาติ
โรงเรียนประถมศึกษาขยายโอกาสภูธร อย่าง โรงเรียนจัตุรัสวิทยานุกูล ตำบลบ้านกอก อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ชัยภูมิ เขต 3 เป็นอีกโรงเรียนหนึ่งที่ระดมความคิดจากผู้เกี่ยวข้องทั้งผู้ปกครอง ชุมชน ครูและนักเรียน ร่วมกันคิดสร้างสรรค์นวัตกรรมส่งเสริมการอ่าน ภายใต้โครงการ “เบญจวิธี สู่เด็กดีรักการอ่าน”
วุฒิวิจักขณ์ พกกลาง ผู้อำนวยการโรงเรียนจัตุรัสวิทยานุกูล บอกว่า เมื่อเดือนเมษายน 2554 ซึ่งเป็นช่วงปิดภาคเรียน โรงเรียนต้องการใหม่มีโครงการสนับสนุนการอ่าน เพราะการอ่านเป็นหัวใจพื้นฐานของการเรียนรู้และการแสวงหาความรู้ที่ลงทุนน้อยที่สุด และเกิดขึ้นได้ทุกสถานที่ จึงขายความคิดให้ครูวิชาการ ครูบรรณารักษ์ คิดหาวิธีทำโครงการครอบครัวรักการอ่าน เพื่อนำมาใช้ในปีการศึกษา 2554 คณะครูจึงได้ระดมความคิดจากผู้เกี่ยวข้องสู่การปฏิบัติจริงภายใต้โครงการหลัก
“เบญจวิธี สู่เด็กดีรักการอ่าน”กิจกรรมประกอบด้วย ครอบครัวรักการอ่าน นิทานก่อนเรียน เขียนภาพประกอบเรื่อง ปราดเปรื่องเรื่องสารานุกรม และชื่นชมเพลงประทับใจ โครงการและกิจกรรมดังกล่าว ได้นำเสนอสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพเยาวชน (สสค.) ซึ่งได้รับอนุมัติงบประมาณสนับสนุนกิจกรรมจำนวน 50,000 บาท และให้โรงเรียนทำสัญญารับเงิน ณ โรงแรมสีมาธานี จังหวัดนครราชสีมาวารุณี ทองสงฆ์ครูชำนาญการ ผู้รับผิดชอบโครงการ เล่าว่า กิจกรรมรักการอ่าน มีผู้ร่วมกิจกรรม ประกอบด้วย นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 จำนวน 393 คน ผู้ปกครองนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 จำนวน 393 คน และครูจำนวน 40 คน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ปกครองและนักเรียนได้ใกล้ชิดกัน และมีนิสัยรักการอ่าน ส่งเสริมให้ครอบครัว ชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะการอ่านให้นักเรียนเกิดจินตนาการและเกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
ธัญจีรา เทียบโพธิ์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เล่าว่า ประทับใจกิจกรรม
“นิทานก่อนเรียน” เพราะสนุกมาก เนื่องจากมีภาพสวยๆ ประกอบ ส่วนมากจะเป็นเรื่องคุณธรรมและการมีน้ำใจของตัวละคร ขณะเดียวกันครูวิชาภาษาไทย ก็จะให้แต่งนิทานและวาดภาพประกอบ แล้วจัดเก็บเป็นนิทานเล่มเล็ก ตนประทับใจและมีผลงานนิทานเล่มเล็กที่ชื่อว่า “แมวเหมียวมีน้ำใจ” อีกด้วยส่วน วิภาวี เรืองบุญ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 บอกว่า เป็นกิจกรรมที่ดีมาก เด็กๆ ชอบ ตนชอบกิจกรรม “ชื่นชมเพลงประทับใจ” ซึ่งให้เด็กได้ร้องเพลง คิดวิเคราะห์ความหมายของคำและประโยคว่ามีความหมายอย่างไร โดยตนประทับใจบทเพลง “อิ่มอุ่น” ของ ศุ บุญเลี้ยง โดยเฉพาะท่อน “…ให้เจ้าเป็นเด็กดี ให้เจ้ามีพลัง ให้เจ้าเป็นความหวังของแม่ต่อไป
…”
ณัฐวุฒิ บุตรเงิน ผู้ปกครอง ด.ญ. ธนภรณ์ บุตรเงิน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 บอกว่า ถือเป็นกิจกรรมที่ดีมากๆ เป็นการเสริมสร้างการอ่านให้พ่อกับลูกๆ ได้พูดคุยใกล้ชิดกันมากขึ้น เป็นการให้เด็กได้อ่าน ได้คิด เข้าใจ และรู้จักคำใหม่ๆ บางคำลูกและ ผู้ปกครองไม่รู้ ก็จะช่วยกันค้นหาจากสารานุกรม หรือจากอินเตอร์เน็ต ทำให้ ผู้ปกครองได้รู้ไปพร้อมๆ กัน
จากการจัดกิจกรรมโครงการเบญจวิธี สู่เด็กดีรักการอ่าน กิจกรรม “ครอบครัวรักการอ่าน” ทำให้นักเรียนได้อ่านหนังสือร่วมกับผู้ปกครอง มีนิสัยรักการอ่านเพิ่มมากขึ้น ร้อยละ 90 ส่วนกิจกรรม “นิทานก่อนเรียน”ทำให้นักเรียนได้อ่านนิทานเพื่อเป็นการกระตุ้น ก่อให้เกิดความรู้ใหม่ๆ ร้อยละ 90 ส่วนกิจกรรม “เขียนภาพประกอบเรื่อง” ทำให้นักเรียนแต่งเรื่องและวาดภาพประกอบเพื่อจัดทำหนังสือ หรือนิทานเล่มเล็ก ร้อยละ 80 กิจกรรม “ปราดเปรื่องเรื่องสารานุกรม” นักเรียนสามารถตอบปัญหาจากสารานุกรมได้ ร้อยละ 80 และ กิจกรรม “ชื่นชมเพลงประทับใจ” เมื่อนักเรียนได้อ่านหรือร้องเพลงแล้วสามารถวิเคราะห์สรุปเกี่ยวกับเนื้อเพลงได้ร้อยละ 90
หากกิจกรรมส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัว ได้รับการสนับสนุนจากผู้เกี่ยว ข้องอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง ก็เชื่อว่าเด็กและเยาวชนไทย จะมีข้อมูลในการคิด วิเคราะห์เพื่อการตัดสินใจ ไม่เชื่อและไม่ยอมให้ใครมาหลอกหรือชักจูงได้ง่ายต่อไป…
ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน
