“แกล๊ด”วริยากับทุนด้าน Food Science
วริยา อัสดรนิธี
“แกล๊ด”วริยา อัสดรนิธี ได้ทุน Food Science,Technology and Nutrition ของสหภาพยุโรป ไปเรียนที่ Dublin Institute of Technology ประเทศไอร์แลนด์
ตอนเรียนมัธยม แกล๊ด บอกว่าเรียนที่โรงเรียนซางตาครู้สคอนแวนท์ และช่วงอยู่ม.5 เคยไป Exchange ที่อเมริกา เป็นโครงการของ FTW หรือ Face The World เป็นลักษณะไปเรียน 1 ปี คือจบม.4 แล้วไปเรียนเกรด 11 จากนั้นก็กลับมาเรียนม.6 ที่เมืองไทยต่อ โดยตอนนั้นไปเรียนที่ George County High School รัฐมิสซิสซิปปี โดยรัฐบาลเขา Support เรื่องค่าเรียน ส่วนเราสียเงินให้กับโครงการไปส่วนหนึ่ง ตรงนี้เป็นเหตุผลว่าทำไมถึงเรียนโปรแกรมนานาชาติในระดับมหาวิทยาลัย(ที่มหิดลอินเตอร์) เพราะไปเรียนเมืองนอกก็เลยกลัวเรียนไม่ทันเพื่อน การสอบตรงจึงเป็นทางเลือกที่ดี เพราะไม่ได้สอบหลายวิชาเหมือนเข้ามหาวิทยาลัยทั่วไป แต่เน้นเฉพาะเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องภาษา ก็เลยตัดสินใจมาสอบตรงเข้ามหิดล
เหตุที่เลือกเรียนด้าน Food Science เพราะสนใจ ชอบสายนี้ คือเรียนสายวิทย์มา และดูว่าด้านไหนเหมาะกับเรา ก็เลยเห็นว่าด้านนี้น่าจะใช่ เพราะเป็นด้านเกี่ยวกับคน เกี่ยวกับอาหารน่าสนใจ ซึ่งรุ่นแรก ๆ สาขานี้ไม่ค่อยมีคนเรียน แต่เดียวนี้เริ่มเยอะ รุ่นแกล็ด จบประมาณสิบกว่าคน ตัวแกล๊ดเองจบได้เกียรตินิยมอันดับ 1 ด้วยเกรดเฉลี่ย 3.72
ถามว่า เหตุใดจึงมาสมัครชิงทุนอีราสมุส ของสหภาพยุโรป แกล๊ดเผยว่า ตอนแรกกะจะหาทุน ไม่ได้เจาะจง แต่หาสาขาที่จะไปเรียนก่อน สนใจไปเรียนต่อจากสาขาเดิมคือด้าน Food พอไปดู เห็นมหาวิทยาลัยเขาเปิดด้านนี้ และเผอิญก็มีทุนอีราสมุสก็เลยสมัคร โดยส่งหลักฐานต่าง ๆ ไป ส่วนเรื่องคะแนนภาษา โทเฟล กับ ไอเอลส์ ไม่ต้องส่ง เพราะเอาหนังสือที่แสดงว่าเราเรียนอินเตอร์มา นอกนั้นก็มี จม.จากอาจารย์ 2 ท่าน มี Letter of Purpose ไปเช่นกัน จนได้ทุนในที่สุด
แต่การขอทุน อยากบอกว่าไม่จำเป็นต้องได้เกียรตินิยมหรอกนะ เพราะเขาจะระบุไว้ เช่นว่า ต้องเกรดเฉลี่ย 3 ขึ้นไป เป็นต้น เพราะฉะนั้นใครจะสมัครก็ไม่จำเป็นต้องหวั่นเกรงเรื่องแบบนี้
คิดว่าการไปเรียนทุนนี้ จะมีประโยชน์คือ ทุนนี้เป็นอะไรที่หายากเหมือนกัน เพราะบังคับไว้ว่าต้องเรียนอย่างน้อย 2 ประเทศ ที่แน่ ๆ คือเราได้ป.โทกลับมา สิ่งที่เพิ่มตามมาก็คือ ได้วัฒนธรรม จากการไปหลายประเทศ และได้เพื่อนจากต่างประเทศด้วย เพราะนอกจากที่ไอร์แลนด์ แกล๊ดจะได้ไป เบลเยียม โปรตุเกส และเยอรมัน ด้วย
การเรียนเป็นโปรแกรมอินเตอร์ใช้ภาษาอังกฤษ ส่วนภาษาท้องถิ่นของชาติต่าง ๆ ก็คงเรียนรู้ลักษณะDaily conversation คือที่เขาใช้สื่อสารในชีวิตประจำวันบ้าง เพื่อพอคุย ติดต่อหรือซื้อของได้
อนาคต การทำงานของแกล๊ดคงทำงานเกี่ยวกับสาขาFood science ซึ่งคนที่จบตรีก็ทำได้ เช่น งาน QA QC R&B ดูแลเรื่องประกันคุณภาพ งานอีกอย่างคือ งานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ซึ่งแกล๊ดสนใจอยู่เหมือนกัน
แนะนำน้อง ๆ หากวางแผนที่จะได้ทุน ต้องเตรียมตัวแต่เนิ่น ๆ ตั้งใจใน Class กลับไปบ้านทบทวนบ้าง โดยเฉพาะเรื่องภาษา เพราะภาษาอังกฤษสำคัญยิ่งในการต่อโท เราต้องฝึกฝนภาษาอังกฤษไว้แต่เนิ่น ๆ แต่หากเป็นคนเรียนป.ตรีแล้ว ก็ยังทันนะ แต่ต้องตั้งใจกับมัน หากไม่มีเวลาไปเรียนภาษาโดยตรง ก็ฝึกจากสื่อต่าง ๆ เช่น ดูหนังไม่ต้องอ่านซับ ฟังไปก่อนรู้เรื่องไม่รู้เรื่องให้หูเราชินกับสำเนียงเขา ความหมายมันจะตามมาเอง ไม่ได้จริง ๆ ก็เปิดดิกบ่อย ๆ
ไปเมืองนอกแกล๊ดก็สนับสนุนนะ แต่ควรเป็นระยะยาว อย่างแกล๊ดไป 11 เดือนคิดว่ากำลังดี เพราะหาก 3 เดือน รู้สึกว่าเราเพิ่งเริ่มฟังรู้เรื่อง ยังตอบไม่ค่อยได้ ตอบได้ก็ต้องคิด แต่ห้าเดือนเริ่มตอบโต้ได้บ้างแล้ว ก็ขำ ๆ ดีบางคนบอกว่า พอพูดได้ก็จะกลับเมืองไทยแล้วละ แต่หากอยู่นานเกือบปีหรือ 11 เดือนแกล๊ดคิดว่า เราจะเริ่มเป็นธรรมชาติตอบได้ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนด้วยคะ เพราะการเรียนรู้เร็วช้า มันไม่เท่ากันเสมอไป บางคนพื้นฐานดีอยู่แล้ว ไปต่างประเทศก็จะพัฒนาได้เร็ว…

