เสมา2 ติดตามการศึกษาพิเศษของเพชรบูรณ์ ชื่นชมหลักสูตรทวิศึกษา พร้อมพัฒนาหลักสูตรโค้ดดิ้งสำหรับคนพิการ

ข่าว ศธ.360 องศา 29 กรกฎาคม 2563

เสมา2 ติดตามการศึกษาพิเศษของเพชรบูรณ์ ชื่นชมหลักสูตรทวิศึกษา พร้อมพัฒนาหลักสูตรโค้ดดิ้งสำหรับคนพิการ

(24 กรกฎาคม 2563) ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานและมอบนโยบายแก่ผู้บริหาร ณ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 57 จังหวัดเพชรบูรณ์ อำเภอเมืองฯ จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีนายนิเวศน์ หาญสมุทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ นำผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการ บุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่ ร่วมต้อนรับ

นายนิเวศน์ หาญสมุทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 57 จังหวัดเพชรบูรณ์ ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดเพชรบูรณ์ และโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดเพชรบูรณ์ ถือเป็นสถานศึกษาที่มีคุณภาพ มีความเข้มแข็งในการจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาเด็กที่มีความสามารถพิเศษ เด็กที่มีความบกพร่อง เด็กผู้ยากจนและด้อยโอกาสของจังหวัดเพชรบูรณ์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ตอบสนองต่อนโยบายของรัฐบาลด้านการศึกษาในการพัฒนาคนทุกช่วงวัย ลดความเหลื่อมล้ำของสังคม และสร้างบทบาทการเข้าถึงการบริการของรัฐ เด็กจึงมีโอกาสรับการศึกษาตามหลักสิทธิมนุษยชนว่าด้วยสิทธิและได้รับการศึกษาตามควรแก่อัตภาพ

นางชุติพร เหล็กคำ ผอ.โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 57 จังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า ในปีการศึกษา 2563 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 57 จังหวัดเพชรบูรณ์ มีนักเรียนจำนวนทั้งสิ้น 818 คน จัดการศึกษาสำหรับเด็กด้อยโอกาส 10 ประเภท ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน และในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายมีการจัดการเรียนแบบทวิศึกษา สาขาวิชาช่างเชื่อม ซึ่งเป็นการเรียนคู่ขนานกับวิทยาลัยเทคนิคเพชรบูรณ์

โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 57 จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้น้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 10 สู่การดำเนินงาน เน้นปลูกฝังให้นักเรียนพัฒนาตามศักยภาพให้ครบทุกด้าน ทั้งด้านวิชาการ วิชาชีพ และทักษะชีวิต ส่งเสริมการจัดการศึกษาเพื่อการมีงานทำ รวมถึงการแสดงออกด้านศิลปะ ดนตรี กีฬา และนาฏศิลป์ ตลอดจนปลูกฝังลักษณะที่พึงประสงค์โดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินชีวิต เพื่อให้นักเรียนสามารถพึ่งพาตนเองได้ และเป็นพลเมืองที่ดีของสังคม จุดเด่นของโรงเรียน คือ การกิจกรรมการเรียนการสอนผ่านโครงการเรียนรู้ในลักษณะศูนย์การเรียนรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 6 กิจกรรมหลักประกอบด้วย 1) โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 2) กลุ่มอาชีพและเกษตรกรรมพืช 3) กลุ่มอาชีพและเกษตรกรรมสัตว์ และหมู่บ้านพอเพียง 4) กลุ่มอาชีพอุตสาหกรรม 5) กลุ่มอาชีพพาณิชย์บริการและความคิดสร้างสรรค์ และ 6) กลุ่มกิจกรรมส่งเสริมทักษะวิชาการ จนกระทั่งได้รับความชื่นชมจากจังหวัด เรียกว่า “ราชประชานุเคราะห์ 57 Model” ขณะเดียวกันในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โรงเรียนได้มีมาตรการป้องกันแก่นักเรียน เรียกว่า 6 มาตรการ 5 ด้าน แบ่งเป็นมาตรการการคัดกรอง การสวมหน้ากาก การล้างมือ การเว้นระยะห่าง การทำความสะอาด และการลดการแออัด ส่วนการป้องกัน 5 ด้าน ได้แก่ ด้านนักเรียน ด้านอาคารสถานที่ ด้านอุปกรณ์ ด้านบุคลากร ด้านชุมชนและผู้ปกครอง โดยมีการจัดระยะห่างในห้องเรียนไม่เกิน 20 คน จัดระยะห่างในที่พัก มีการกำกับติดตามให้นักเรียนใส่หน้ากากอนามัยทุกกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่ม และโรงเรียนได้จัดหาหน้ากากอนามัยให้นักเรียนทุกคน คนละ 2 ชิ้น จัดให้มีเจลแอลกอฮอล์ล้างมือสำหรับนักเรียนทุกห้องเรียนและห้องปฏิบัติการต่าง ๆ มีมาตรการให้นักเรียนล้างมือตามช่วงเวลาที่กำหนด 5 ครั้งต่อวัน มีการพ่นยาฆ่าเชื้อที่ห้องเรียนห้องปฏิบัติการและห้องพักของนักเรียนสัปดาห์ละ 1 ครั้ง และงดการให้ผู้ปกครองมาเยี่ยมนักเรียนจนกว่าสถานการณ์จะกลับมาเป็นปกติ

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ผู้บริหาร ครู บุคลากรของการศึกษาพิเศษล้วนเป็นผู้ที่มีความเสียสละสูง ในการทุ่มเทความสามารถและเวลาในการดูแลเด็กด้อยโอกาส 10 ประเภท ถือเป็นทำคุณประโยชน์กับคนที่เลือกเกิดไม่ได้ ซึ่งเด็กด้อยโอกาสหรือเด็กพิการซ้ำซ้อนเหล่านี้ ต้องการการเติมเต็มทำให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ขณะที่เด็กบางคนมีความสามารถหลายด้านจนเกือบจะเรียกว่าเป็นอัจฉริยะ เพียงแต่เข้าสังคมไม่ได้ จึงต้องผสมผสานความต้องการและความช่วยเหลือที่แตกต่างกันในแต่ละคน และแต่ละกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ที่พิการทางสมอง ที่ไม่มีทางรักษาหายได้แต่สามารถส่งเสริมให้มีชีวิตตามปกติได้

การศึกษาไทยในนามของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มุ่งมั่นจัดการเรียนการสอนทุกช่วงชั้นปี ทุกประเภท ในทุกที่ทุกโอกาส ตามคำกล่าวว่า “การศึกษาไทยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” เห็นได้จากการที่ทุกคนเสียสละชีวิตส่วนตัวมาดูแลเด็กอยู่ประจำซึ่งอาจทำได้ไม่ทั้งหมด แต่จากที่ได้รับรางวัลโรงเรียนพระราชทาน โรงเรียนดีเด่น ทั้งการกีฬา ศิลปะและวิชาการ ตลอดจนฝึกฝนอาชีพ รวมถึงสิ่งสำคัญที่สุดคือการจัดหลักสูตรทวิศึกษา ทำให้เด็กมีรายได้ระหว่างเรียน เป็นไปตามปรัชญาของโรงเรียน และของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ว่า เด็กทุกคนจบแล้วต้องมีงานทำและทำงานเป็น จึงเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่ทุกคนได้ทำสิ่งที่เกินกว่าที่ควรจะทำมากจนเป็นที่ประจักษ์ของสังคม และเป็นที่ชื่นชมของจังหวัด

จากนั้น ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ เดินทางไปตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดเพชรบูรณ์ และโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อให้กำลังใจครู บุคลากร และนักเรียน รวมถึงให้คำแนะนำในการส่งเสริมอาชีพโดยนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม (STI) เข้ามาช่วยลดต้นทุนและเพิ่มคุณภาพผลผลิต และเน้นย้ำว่าจากนี้โลกจะมีความผันผวนมาก หากเด็กไม่มีความรู้ด้าน STI จะไม่สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ ซึ่งต้องเริ่มตั้งแต่การปูพื้นฐานความคิดแบบโค้ดดิ้ง ให้เด็กมีทักษะการคิดที่เป็นระบบ

โดย ศธ. ได้จัดทำหลักสูตรโค้ดดิ้งสำหรับคนพิการไว้แล้ว เพื่อพัฒนาครูและนักเรียนให้มีความ “ทันสมัย เท่าเทียม ยั่งยืน” ตลอดจนฝากให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์หารือกับสภาอุตสาหกรรมจังหวัด และหอการค้าจังหวัด ให้ดึงภาคเอกชนเข้ามาร่วมกันพัฒนาการศึกษาพิเศษ ตามกำลังที่มี ไม่ว่าจะเป็นด้านเงินทุน อุปกรณ์ สถานที่ องค์ความรู้ หรือบุคลากร เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนามนุษย์ให้มีประสิทธิภาพและเป็นแรงงานที่มีทักษะ ตอบโจทย์ความต้องการคืนสู่ภาคเอกชนและสังคม
ปารัชญ์ ไชยเวช/ สรุป สมประสงค์ ชาหารเวียง/ ถ่ายภาพ
>