เยียวยาพนักงานองค์การค้าของ สกสค.ที่ถูกเลิกจ้างคนละ 1 แสนบาท บอร์ดองค์การค้า สกสค. อนุมัติเบิกจ่ายทันที

ข่าว ศธ.360 องศา 03 กรกฎาคม 2563

เยียวยาพนักงานองค์การค้าของ สกสค.ที่ถูกเลิกจ้างคนละ 1 แสนบาท บอร์ดองค์การค้า สกสค. อนุมัติเบิกจ่ายทันที

(3 กรกฎาคม 2563) นายประเสริฐ บุญเรือง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการบริหารองค์การค้าของ สกสค. เพื่อแก้ปัญหาแนวทางเร่งรัดการเบิกจ่ายค่าชดเชยให้พนักงานองค์การค้าของ สกสค.ที่จะถูกเลิกจ้างตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2563

ปลัด ศธ.และโฆษก ศธ. กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางเร่งรัดการเบิกจ่ายค่าชดเชยบางส่วนเป็นจำนวนเงินคนละ 100,000 บาท ให้กับเจ้าหน้าที่ที่ถูกเลิกจ้างทุกคน โดยจะให้มีการเบิกจ่ายค่าชดเชยให้ในวันที่ 3 กรกฎาคมนี้ทันที ไม่ต้องรอการเบิกจ่ายในปลายเดือนกรกฎาคมตามวงรอบบัญชีเงินเดือนแต่อย่างใด

สิ่งสำคัญที่ผู้ถูกเลิกจ้างต้องเร่งดำเนินการ คือ ทุกคนจำเป็นต้องไปติดต่อที่ฝ่ายบุคคลขององค์การค้าฯ เพื่อเซ็นเอกสารบันทึกการรับเงินเยียวยาจากการเลิกจ้างพนักงานองค์การค้าของ สกสค. ซึ่งจะมีผลให้เงินจำนวน 100,000 บาท ถูกโอนเข้าบัญชีเงินเดือนตามปกติทันที โดยที่เอกสารนี้ไม่ได้มีผลผูกพันกับการดำเนินการฟ้องร้องดำเนินคดี ผู้ถูกเลิกจ้างยังสามารถใช้สิทธิ์เรียกร้องความยุติธรรมตามกฎหมายได้ทุกประการ เพียงแต่ต้องให้เซ็นเอกสารไว้เป็นหลักฐานว่าได้รับเงินไปแล้ว เพื่อจะได้ช่วยเยียวยาผู้ถูกเลิกจ้างเป็นการเร่งด่วน “บอร์ดบริหาร และนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ได้แสดงความห่วงใยว่า ระหว่างนี้หากเจ้าหน้าที่มีเงินก้อนที่จ่ายให้ล่วงหน้าก่อน จะได้นำเงินที่จำนวนนี้ไปบริหารการเงินส่วนตนให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้ และขอให้บริหารเงินด้วยความระมัดระวัง เชื่อมั่นว่าจะสามารถพยุงครอบครัวไปได้จนถึงวันที่จ่ายเงินชดเชยและเงินค่าบำเหน็จเต็มจำนวน” โฆษก ศธ. กล่าว ทั้งนี้ บอร์ดองค์การค้าของ สกสค. มีมติเห็นชอบในการกำหนดการจ่ายค่าชดเชยออกเป็น 2 ประเภท เต็มจำนวนตามกฎหมายกำหนด โดยใช้เงื่อนไขอายุการทำงานและเงินเดือนล่าสุดเป็นเกณฑ์ในการพิจารณา คือ
  • กลุ่มเจ้าหน้าที่ที่มีอายุงานมากกว่า 20 ปี ขึ้นไป จะได้รับเงินชดเชยรวม 400 วัน หรือประมาณ 13 เดือน
  • กลุ่มเจ้าหน้าที่ที่มีอายุงานต่ำกว่า 20 ปี จะได้รับเงินชดเชย 300 วัน หรือประมาณ 10 เดือน
โดยจะเบิกจ่ายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 และ 12 พฤศจิกายน 2563 ในส่วนของพนักงานที่ถูกเลิกจ้าง 961 รายนั้น มีอายุงานโดยเฉลี่ย 25 ปี 5 เดือน และมีเงินเดือนโดยเฉลี่ยเดือนละ 31,287 บาท
การพิจารณาค่าชดเชยครั้งนี้ สกสค. ต้องใช้เงินกว่า 423 ล้านบาท และเมื่อรวมกับค่าบำเหน็จของเจ้าหน้าที่กว่า 861 ล้านบาทแล้ว ต้องใช้เงินรวมทั้งสิ้นไม่น้อยกว่า 1,285 ล้านบาท นอกจากนั้นยังคงสิทธิในการพิจารณาค่าการทำงานในวันพักร้อน ซึ่งอยู่ระหว่างการคิดคำนวณเพิ่มเติมอีกด้วย ซึ่งทางองค์การค้าฯ ต้องกู้ยืมเพื่อมาดำเนินการจ่ายค่าชดเชยครั้งนี้
ปลัด ศธ. กล่าวต่อไปว่า คณะกรรมการบริหารองค์การค้า ฯ สกสค. ชุดใหม่ ได้พิจารณาผลการดำเนินงานขององค์การค้าฯ ต่อเนื่องกว่า 18 ปี ซึ่งมีตัวเลขที่ติดลบมาโดยตลอด จึงได้พิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิด โดยมีแนวทางเลือกไว้ 3 แนวทาง ได้แก่
  1. การหยุดกิจการ แล้วนำทรัพย์สินที่มีออกขายเพื่อชำระหนี้ ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่ทุกคนต้องตกงาน และองค์การค้าฯ ก็เหมือนจะถูกยุบไปเลย แต่ สกสค. ในฐานะนิติบุคคลขององค์การค้าฯ ยังคงต้องรับผิดชอบในหนี้ 6,700 ล้านบาททั้งหมด จะได้คืนเพียงมูลค่าทรัพย์สินขององค์การค้าฯ เช่น ที่ดิน เป็นต้น
  2. ดำเนินกิจการเช่นเดิมต่อไป ซึ่งจะยังคงประสบกับภาวะขาดทุนไปเรื่อย ๆ ปีละประมาณ 300-400 ล้านบาท อาจจะทำให้ยอดหนี้สูงถึง 1 หมื่นล้านบาทในระยะเวลาอันใกล้ ซึ่ง สกสค.ในฐานะหน่วยงานตันสังกัด และมีครูทั่วประเทศที่นำเงินมาฝากไว้ จะได้รับผลกระทบจากยอดหนี้ที่สูงมากขึ้น
  3. การปรับองค์กรด้วยลดจำนวนพนักงาน
ที่ประชุมได้พิจารณาอย่างรอบด้าน จึงตัดสินใจเลือกแนวทางที่ 3 เพื่อให้องค์กรยังคงอยู่ และคัดสรรบุคคล คิดแผนกลยุทธ์ ปรับทิศทางการดำเนินงาน ให้สามารถดำเนินกิจการ และสามารถแข่งขันในตลาดได้ต่อไป

นายธนพร สมศรี รองเลขาธิการ สกสค. ในฐานะโฆษกคณะกรรมการ สกสค. กล่าวว่า การตัดสินใจดำเนินการปรับลดพนักงานและเจ้าหน้าที่ในเวลานี้ เนื่องจากก่อนหน้านี้ทางองค์การค้าฯ มีภารกิจต้องเร่งผลิตหนังสือเรียนประจำปี 2563 และวางแผนการจัดส่งให้กับโรงเรียนทั่วประเทศ เพื่อให้การเรียนการสอนไม่สะดุดหรือติดขัด

เมื่อหนังสือส่งถึงมือนักเรียนเป็นที่เรียบร้อย และพิจารณาเห็นว่าจำนวนพนักงานที่คงเหลือ ประมาณ 25% ของพนักงานทั้งหมดเพียงพอ สามารถวางแผนเพื่อเตรียมการสำหรับงานในปีถัดไปในกรอบระยะเวลาที่มีได้ จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการดำเนินการครั้งนี้

ส่วนการขับเคลื่อนองค์การค้าฯ ต่อไปนั้น คณะกรรมการบริหาร สกสค. ได้แต่งตั้งให้ นายอดุลย์ บุสสา  ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การค้าฯ โดยมอบหมายภารกิจเร่งด่วนในการจัดทำแผนฟื้นฟูการบริหารจัดการ และแผนการดำเนินธุรกิจขององค์การค้าฯ นำเสนอคณะกรรมการบริหารองค์การค้าฯ สกสค.ภายใน 30 วัน ซึ่งหากจำเป็นต้องมีแผนงานด้านบุคลากร และมีการว่าจ้างเจ้าหน้าที่ใหม่เพิ่มเติม ก็ให้สามารถประกาศรับสมัครได้ โดยทางคณะกรรมการจะต้องรอพิจารณาแผนโดยละเอียดต่อไป
ปารัชญ์ ไชยเวช / สรุป อิชยา กัปปา, บัลลังก์ โรหิตเสถียร / ภาพ
>