เพิ่มห้องเรียนกีฬาอีก 4 จังหวัด

“สุรเชษฐ์” เห็นชอบให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ขยาย “ห้องเรียนกีฬา” เพิ่มอีก 4 จังหวัด ที่ชัยภูมิ เพชรบูรณ์ อุดรธานี และชุมพร ต่อจากสุโขทัย มหาสารคาม กระบี่ และสมุทรสาคร รวมเป็น 8 จังหวัด 9 โรงเรียน โดยจะเริ่มเปิดรับนักเรียนเข้าเรียนชั้น ม.1 และ ม.4 ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2560 เป็นต้นไปตามความพร้อมของโรงเรียน

เมื่อวันจันทร์ที่ 5 มิถุนายน 2560 พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่จังหวัดชุมพร เพื่อพิจารณาความพร้อมของโรงเรียนที่จะเข้าร่วมโครงการห้องเรียนกีฬา ณ โรงเรียนทุ่งตะโกวิทยา อ.ทุ่งตะโก  โดยกล่าวว่า จากการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ขยายผลความสำเร็จจากการนำกีฬาเข้าสู่ระบบการศึกษา จากโครงการ “สานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้” ไปยังพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศ โดยขอให้เน้นรูปร่างของนักเรียนที่จะได้รับการพัฒนาต่อยอดทั้งทักษะกีฬา วิทยาศาสตร์การกีฬา และโภชนาการ เพื่อให้สามารถแข่งขันกับนักกีฬาต่างประเทศได้ในระดับนานาชาติ

ศธ.ได้น้อมรับนโยบายดังกล่าว โดยมอบสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สพฐ. จัดทำหลักสูตร “ห้องเรียนกีฬา (Sport Program)” และได้ดำเนินการเปิดรับสมัครนักเรียนเข้าเรียนรุ่นแรกในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2559 ใน 3 จังหวัด คือ ภาคเหนือที่ รร.สุโขทัยวิทยาคม จ.สุโขทัย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ รร.สารคามพิทยาคม จ.มหาสารคาม และภาคใต้ที่ รร.กาญจนาภิเษกวิทยาลัย กระบี่  จ.กระบี่ ในประเภทกีฬาฟุตบอลชายและวอลเลย์บอลหญิง ในหลักสูตรวิทย์-กีฬา และศิลป์-กีฬา จากนั้นจึงเปิดเพิ่มภาคกลางที่ รร.เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ สมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560 เฉพาะกีฬาฟุตบอลชาย

ทั้งนี้ เมื่อได้เปิดห้องเรียนกีฬาครบ 4 แห่งทุกภาคทั่วประเทศแล้ว จึงได้รายงานให้คณะรัฐมนตรีรับทราบเมื่อเร็ว ๆ นี้ ซึ่งได้รับคำชื่นชมจากคณะรัฐมนตรีว่า ศธ.ดำเนินการเรื่องนี้ด้วยความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ ได้มอบหมายให้ขยายไปยังพื้นที่อื่นเพิ่มเติมให้ทั่วถึงมากขึ้น โดยมีหลักเกณฑ์คือ ต้องพิจารณาจัดตั้งในจังหวัดที่ไม่มีโรงเรียนกีฬา แต่จะต้องมีสถาบันการพลศึกษาตั้งอยู่ในจังหวัดนั้น เพราะต้องร่วมมือกับสถาบันการพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในด้านครูผู้สอน โค้ช ศูนย์พัฒนาสมรรถนะทางร่างกาย ฯลฯ ตามที่ ศธ. ได้ลงนามความร่วมมือกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาไปแล้วเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2559


ตรวจเยี่ยม รร.ทุ่งตะโกวิทยา จ.ชุมพร ที่ได้รับการพิจารณาเป็น “ห้องเรียนกีฬา” แห่งที่ 2 ของภาคใต้ และแห่งที่ 9 ของประเทศ

สพฐ.จึงได้นำนโยบายไปพิจารณาแล้วเห็นว่า ควรเพิ่มห้องเรียนกีฬาในปีนี้อีก 4 จังหวัด ซึ่งตนได้เดินทางไปตรวจดูความพร้อมของสถานที่ที่จะเปิดโอกาสให้เด็กที่ต้องการจะเรียนกีฬาด้วยตนเองทั้ง 4 จังหวัดแล้ว รวมทั้งการมาจังหวัดชุมพรครั้งนี้ ก็ได้ไปรับฟังการนำเสนอและความพร้อมของโรงเรียนที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ 3 โรงเรียน ที่ อ.เมืองชุมพร ท่าแซะ และทุ่งตะโก จึงได้เห็นชอบให้ สพฐ. เปิดห้องเรียนกีฬาเพิ่มอีก 4 จังหวัด ดังนี้

1) จังหวัดชัยภูมิ ที่โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย ชัยภูมิ จะเปิดรับสมัครนักเรียนเข้าเรียนชั้น ม.1 และ ม.4 ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 2/2560 ในประเภทกีฬาฟุตบอลชาย และบาสเก็ตบอลหญิง

2) จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย เพชรบูรณ์ ชั้น ม.1 และ ม.4 ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 2/2560 ในประเภทกีฬาฟุตบอลชาย บาสเก็ตบอลชาย และวอลเลย์บอลหญิง

3) จังหวัดอุดรธานี มี 2 แห่ง คือ โรงเรียนราชินูทิศ 2 จะเปิดรับสมัครนักเรียนเข้าเรียนชั้น ม.1 ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1/2561 และโรงเรียนอุดรพัฒนาการ เปิดรับชั้น ม.4 ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 2/2560 ในประเภทกีฬาฟุตบอลชาย และวอลเลย์บอลหญิง

4) จังหวัดชุมพร ที่โรงเรียนทุ่งตะโกวิทยา ชั้น ม.1 และ ม.4 ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 2/2560 ในประเภทกีฬาฟุตบอลชายก่อน จากนั้นเมื่อถึงภาคเรียนที่ 1/2561 จะเพิ่มประเภทกีฬาทั้งชายและหญิง


ตรวจเยี่ยมความพร้อมและประชุมรับฟังผลการนำเสนอการจัดตั้งห้องเรียนกีฬา ที่ชุมพร

ทั้งนี้ ศธ.จะเรียกประชุมผู้บริหารโรงเรียนและผู้เกี่ยวข้องทั้ง 8 จังหวัด 9 โรงเรียน ในวันที่ 9 มิถุนายนนี้ เพื่อเตรียมการลงนามความร่วมมือกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในการที่จะให้สถาบันการพลศึกษาใน 8 จังหวัดเข้ามาช่วยพัฒนาเด็กนักเรียนห้องเรียนกีฬาในด้านสมรรถนะทางร่างกายและโภชนาการ รวมทั้งร่วมกันจัดทำแผนการดำเนินงานห้องเรียนกีฬา ระยะ 3 ปี รวมทั้งการขออนุมัติใช้งบเหลือจ่ายปลายปี ซึ่ง รมว.ศึกษาธิการได้เห็นชอบแล้ว เพื่อนำไปใช้ในการปรับปรุงหอพักนักเรียนให้ดีขึ้น เพื่อให้ห้องเรียนกีฬาเป็นแผนงานโครงการปกติของ สพฐ. ที่จะมีความ “มั่นคง” และก้าวหน้าตามลำดับมากขึ้นต่อไป

 

“การนำกีฬาเข้าสู่ระบบการศึกษา” เป็นความคิดริเริ่มของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยเริ่มต้นขึ้นเมื่อ 2 ปีก่อนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเปิดรับสมัครเด็กเข้าเรียนชั้น ม.4 ตามความสมัครใจใน 10 ประเภทกีฬา เช่น ฟุตบอล ฟุตซอล กรีฑา มวยไทย ฮอกกี้ ปัญจสีลัต วอลเลย์บอล ฯลฯ โดยใช้ชื่อโครงการว่า “สานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้” และเมื่อดำเนินการไปแล้ว 2 ปี ได้ผลตอบรับที่ดีมากจากประชาชนในพื้นที่ ซึ่งมีความต้องการส่งบุตรหลานเข้าเรียนมากขึ้น จนถึงปัจจุบันมี 8 โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ มีจำนวนนักเรียนกว่า 1 พันคน ขณะนี้นักเรียนรุ่นแรกกำลังเรียนชั้น ม.6 จึงถือว่าโครงการสานฝันฯ เป็นโครงการริเริ่มที่เน้น “ให้เด็กได้รับโอกาสและความหลากหลายในประเภทกีฬา

จนกระทั่งปีที่แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เห็นว่าเมื่อได้ดำเนินการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ผลดีเป็นอย่างมาก จึงมอบหมายให้ขยายไปยังพื้นที่อื่น แต่ขอให้มีความแตกต่างจากโครงการสานฝันฯ กล่าวคือ “ให้เน้นรูปร่างและส่วนสูง” เพื่อต้องการให้เด็กได้รับการพัฒนาสมรรถภาพและภาวะโภชนาการ สามารถเข้าร่วมแข่งขันได้ในระดับสากลหรือแข่งขันกับนักกีฬาระดับนานาชาติได้

กระทรวงศึกษาธิการ จึงได้จัดทำโครงการ “ห้องเรียนกีฬา” โดยขยายไปยัง 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ ซึ่งในปีแรกคือปีการศึกษา 2559 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้คัดเลือกโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการห้องเรียนกีฬาเข้าเรียนชั้น ม.4 จำนวน 3 แห่ง ภาคเหนือที่ รร.สุโขทัยวิทยาคม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ รร.สารคามพิทยาคม และภาคใต้ที่ รร.กาญจนาภิเษกวิทยาลัย กระบี่ ใน 2 ประเภทกีฬา คือ ฟุตบอลชาย และวอลเลย์บอลหญิง ในหลักสูตรวิทย์-กีฬา และศิลป์-กีฬา

จนกระทั่งในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560 ได้ขยายมาภาคกลาง ที่ รร.เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ สมุทรสาคร โดยได้รับนักเรียนชั้น ม.1 เพิ่มเข้ามาด้วย แต่เริ่มต้นเฉพาะกีฬาฟุตบอลเท่านั้น


ตรวจเยี่ยมสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตชุมพร

ทำให้ปัจจุบันมีโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ “ห้องเรียนกีฬา” จำนวน 4 แห่ง มีนักเรียนรุ่นแรก 219 คน รุ่นที่สอง 299 คน รวมทั้งสิ้น 518 คน และเตรียมเปิดเพิ่มอีก 4 แห่งทั่วประเทศ ที่จังหวัดชัยภูมิ อุดรธานี เพชรบูรณ์ และชุมพร ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2560 เป็นต้นไป โดยพิจารณาจากสภาพความพร้อมและคุณภาพเป็นหลัก รวมทั้งการประสานความร่วมมือจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยสถาบันการพลศึกษาใน 8 จังหวัด ที่จะส่งผลสำเร็จต่อการพัฒนาเด็กนักเรียนห้องเรียนกีฬาในด้านสมรรถนะทางร่างกายและโภชนาการ

 


บัลลังก์ โรหิตเสถียร: สรุป/รายงาน
อิทธิพล รุ่งก่อน: ถ่ายภาพ
5/6/2560