เครื่องรีไซเคิลไอระเหยเป็นน้ำมัน

 src=

 

ภาพประกอบข่าว

 

มหาวิทยาลัยมหิดลประสบความสำเร็จพัฒนาเครื่องดักจับไอระเหยจากน้ำมันเชื้อเพลิง ช่วยลดมลพิษ และนำไอระเหยจากน้ำมันกลับมาใช้ใหม่ได้อีก  รศ.วิทยา อยู่สุข รองคณบดีฝ่ายวิชาการและนวัตกรรมการศึกษา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า เครื่องมือควบคุมไอระเหยน้ำมันสามารถช่วยธุรกิจคลังน้ำมันลดต้นทุนจากการนำเข้าเครื่องดักไอน้ำมันจากต่างประเทศ ลดการสูญเปล่าจากกระบวนการระเหยของน้ำมัน และลดการแพร่กระจายมลพิษในอากาศ

 จากการสำรวจโดยกรมควบคุมมลพิษในปี 2543 พบว่า ไอระเหยน้ำมันเชื้อเพลิงปะปนอยู่ในชั้นบรรยากาศ ทั้งจากคลังน้ำมัน รวมถึงสถานีให้บริการน้ำมันที่มีอยู่ทั่วไปส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว เป็นผลให้กรมควบคุมมลพิษ และกระทรวงพลังงาน วางแนวทางการควบคุมไอระเหยน้ำมันเบนซินที่แหล่งกำเนิด โดยออกกฎหมายบังคับให้คลังน้ำมันจำเป็นต้องลงทุนติดตั้งเครื่องกำจัดไอระเหยน้ำมันที่นำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งผู้ประกอบการมองว่า เป็นการลงทุนที่ค่อนข้างสูง

 “ไอระเหยของน้ำมันมีสารที่เรียกว่าVOCsส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง ทั้งพนักงานหน้าลาน และผู้ที่อยู่ในละแวกใกล้เคียง อย่างที่รู้กันว่าสารดังกล่าวเป็นสารก่อมะเร็ง” นักวิจัยกล่าว

 นักวิจัยมหาวิทยาลัยศึกษาจนพบว่าการใช้ระบบของเครื่องทำความเย็นที่มีความเย็นจัดสามารถช่วยกักเก็บไอระเหยน้ำมัน และนำไอระเหยน้ำมันจากคลังเก็บน้ำมันกลับมาใช้ใหม่ได้อีก โดยได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหิดลมูลค่า 30 ล้านบาท ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544

 แนวคิดดังกล่าวนำมาสู่การพัฒนาเครื่องต้นแบบที่สามารถดักจับไอระเหยน้ำมันที่ควบแน่นกลับมาเป็นของเหลว เช่น แอลกอฮอล์และน้ำมัน ที่สามารถนำกลับไปใช้งานใหม่ อุปกรณ์ดังกล่าวไปทดลองติดตั้งเพื่อทดสอบประสิทธิภาพการใช้งานจริงแล้วที่คลังน้ำมันเชื้อเพลิงของ บริษัท ระยองเพียวริไฟเออร์ จำกัด จังหวัดระยอง

 “เครื่องควบคุมไอระเหยน้ำมันที่พัฒนาขึ้นสามารถกักเก็บไอระเหยน้ำมันที่ออกมาต่ำกว่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด คือ 17 มิลลิกรัมต่อลิตร โดยใช้ระบบทำความเย็นจัด อุณหภูมิลบ 30 องศาเซลเซียส ไอระเหยที่ควบแน่นแล้วนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ” เจ้าของผลงานกล่าว

 เครื่องควบคุมไอระเหยน้ำมันต้นแบบที่พัฒนาขึ้นเป็นชนิด Low Temperature Refrigeration ผลิตจากวัสดุที่มีในประเทศทำให้ต้นทุนต่ำ งบประมาณติดตั้งระบบอยู่ที่ 2 ล้านบาท ขณะที่มาตรฐานทัดเทียมกับของต่างประเทศที่มีราคาประมาณ 10-15 ล้านบาท 

  “ในอนาคตจะนำไปติดตั้งเพิ่มโดยร่วมกับคลังน้ำมัน บริษัท ภาคใต้เชื้อเพลิง จำกัด (มหาชน) และบริษัทบางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) และเตรียมปรับเครื่องมือให้มีขนาดเล็กลง ราคาถูกลง เหมาะสำหรับติดตั้งในสถานีให้บริการน้ำมันทั่วไปด้วย” นักวิจัยกล่าว

แหล่งที่มาของข่าว: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ