หารือกับ ปอมท.

ภาพ https://www.moe.go.th/websm/2013/oct/328.html

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย – นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องการพัฒนาอุดมศึกษา ในที่ประชุมประธานสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (ปอมท.) ครั้งที่ 8 เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2556 ที่ห้องประชุมสารนิเทศ โดยมีสาระสำคัญสรุป ดังนี้


ธรรมาภิบาลในมหาวิทยาลัย  นโยบายการปฏิรูปการศึกษามีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยผลิตคนให้มีคุณภาพและตรงกับความต้องการของประเทศ รวมทั้งการผลิตองค์ความรู้ต่างๆ มากขึ้น ซึ่งการเพิ่มคุณภาพของมหาวิทยาลัยในหลายประเด็น ปอมท.ก็ให้การสนับสนุน เพียงแต่ยังมีอุปสรรคด้านการดำเนินงานของระบบอุดมศึกษาที่ต้องการให้ ศธ.ช่วยแก้ไข คือ เรื่องธรรมาภิบาลในการบริหารงานบุคคล เพื่อช่วยถ่วงดุลการบริหารให้ประชาคมของมหาวิทยาลัยสามารถที่จะดูแลไม่ให้การบริหารของมหาวิทยาลัยผิดหลักธรรมาภิบาล

 

ซึ่งขณะนี้ สกอ.กำลังพยายามที่จะออกกฎหมาย พ.ร.บ.อุดมศึกษา เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องธรรมาภิบาล แต่หากยังออกกฎหมายไม่ได้ ก็จะต้องใช้กฎหมายเท่าที่มีอยู่เพื่อออกประกาศต่างๆ ไปก่อน ซึ่งก็จะเป็นข้อจำกัดในการดำเนินงานเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม การออก พ.ร.บ.มีวัตถุประสงค์ไม่เฉพาะเพื่อดูแลระบบธรรมาภิบาลในมหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่เป็นการประกันอิสระและประกันคุณภาพของมหาวิทยาลัยด้วย  สำหรับกระบวนการออกเช่นนี้ ที่ผ่านมาจะมีอุปสรรคและความเสี่ยงที่เนื้อหาสาระอาจจะไม่ตรงกับวัตถุประสงค์หรือหลักการและเหตุผลที่เสนอเข้าไป ซึ่งก็คงจะต้องพยายามต่อไป และเห็นว่าเป็นเรื่องดีที่ ปอมท.มีความห่วงใยในเรื่องนี้ ซึ่งเป็นทิศทางเดียวกับ ศธ.ที่มีนโยบายจะแก้ไขอยู่แล้ว

ค่าตอบแทนอาจารย์และพนักงานในมหาวิทยาลัย  การที่มหาวิทยาลัยปรับเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ  ซึ่งเดิมได้ออกแบบระบบให้พนักงานมหาวิทยาลัยมีเงินเดือนและรายได้สูงกว่าการเป็นข้าราชการแบบเดิม แต่ระยะหลังไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ เช่น ไม่ได้จ้างในอัตรา 1.7 หรือ 1.5 และบางครั้งจ้างในอัตราที่ต่ำกว่า ทำให้ระบบเงินเดือนของครู สพฐ.ซึ่งมีการพัฒนาระบบอีกแบบหนึ่ง สูงกว่าเงินเดือนของอาจารย์และพนักงานในมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่ได้รับทราบมาก่อนหน้านี้แล้ว และขณะนี้อยู่ระหว่างหาทางแก้ไข โดยจะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาพิจารณาต่อไป พร้อมทั้งได้มอบหมายให้ สกอ. รวบรวมประเด็นปัญหานี้และอื่นๆ เพื่อที่จะนำไปหารือกับนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังต่อไป

● ระบบการรับสมัครบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา  ได้เสนอให้มีการปรับปรุงระบบการรับบุคคลเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา และได้เสนอปัญหาให้ ปอมท.ทราบว่า ระบบนี้ได้สร้างความไม่เท่าเทียมทางการศึกษา และส่งผลกระทบต่อการเรียนในโรงเรียนอย่างรุนแรง จึงต้องการให้ช่วยกันแก้ไข ซึ่ง ปอมท.ก็ไม่ได้มีความเห็นโต้แย้งหรือแตกต่างแต่อย่างใด และหวังว่า ปอมท.จะเป็นอีกแรงหนึ่งที่จะช่วยทำความเข้าใจและแก้ไขระบบนี้ให้ดีขึ้น

● ระบบการประเมิน

  สำหรับระบบการประเมินที่อาจจะถูกนำมาใช้ในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยนั้น จะต้องมีการหารือในรายละเอียดอีกมาก เนื่องจากได้มีความพยายามจะดำเนินการจัดอันดับ แต่การดำเนินงานขาดช่วงไป ซึ่งขณะนั้นก็มีเกิดองค์ความรู้มากพอสมควร มีการวิพากษ์วิจารณ์ แสดงความเห็นทั้งที่ตรงกันและแตกต่างกันด้วย  ซึ่งการแลกเปลี่ยนในครั้งนี้ ได้กล่าวถึงระบบประกันคุณภาพที่ใช้กันอยู่ว่า อาจจะไม่สามารถใช้เป็นเครื่องมือประกันคุณภาพได้จริง และเป็นภาระของมหาวิทยาลัยในการทำเอกสารจำนวนมาก รวมทั้งแต่ละมหาวิทยาลัยยังจะต้องถูกประเมินด้วยระบบอื่นๆ เช่น ก.พ.ร. สกอ. ดังนั้น การประกันคุณภาพต่างๆ จะต้องมีมาตรฐานเกิดขึ้น เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการประกันคุณภาพที่มีประสิทธิภาพ และสามารถผนวกเข้ากับแนวคิดเรื่องการจัดอันดับมหาวิทยาลัย ที่ ศธ.กำลังจะดำเนินการได้

ส่วนเทคนิคอื่นๆ เช่น ตัวชี้วัดด้านต่างๆ ที่ใช้วัดมหาวิทยาลัย ได้แก่ การวิจัย ผลงานตีพิมพ์ คุณภาพบัณฑิต การจัดหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน ฯลฯ รวมทั้งการจัดกลุ่ม แบ่งประเภทมหาวิทยาลัยเพื่อจัดอันดับ จะเป็นประเด็นที่หยิบยกขึ้นมาแลกเปลี่ยนความเห็นกันต่อไป

นวรัตน์ รามสูต
บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน
1/10/2556